<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890</id><updated>2012-02-05T22:28:27.919-08:00</updated><category term='พะงาด เหมือดแอ พลองขี้นก เหมือดจี้ เหมือดฟอง'/><category term='ตองแตก ทนดี สมุนไพรช่วยระบาย'/><category term='คำสอนของสมเด็จโต กว่าที่ใครซักคนจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ไม่ใช่ง่าย'/><category term='ว่านกลีบแรด กีบม้าลม'/><category term='ว่านสาวหลง สาวหลง'/><category term='คำเกี้ยวต้น'/><category term='องุ่นป่า อีโก่ย'/><category term='ยาหัว หัวยาข้าวเย็นโคก  หัวยาข้าวเย็น พายสะเมา ละคอนโคก'/><category term='คอนสวรรค์ เข็มแดง สนก้างปลา แข้งสิงห์สะตอเทศ ผักก้านถิน'/><category term='บัวสันโดษ'/><category term='สาวร้อยผัว ผักชีช้าง รากสามสิบ สามร้อยราก'/><category term='พฤกษ์ อีซึก ผักพื้นบ้าน พืชทำเงินของคนครบุรี'/><category term='รัก รักใหญ่ น้ำเกลี้ยง รักน้ำเกลี้ยง ไม้กินคน'/><category term='ดันหมี'/><category term='ฉัตรพระอินทร์ เสกฉัตร เสกกษัตริย์ จ่อฟ้า'/><category term='กระแตไต่ไม้กระแตไต่หิน'/><category term='กัลปพฤกษ์ กาฝากกาฝาก สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง'/><category term='ตำแยแมว'/><category term='กะตังใบ กะตังบาย เขืองแข้งม้า ขี้หมาเปียก'/><category term='ดีนกยูง ข้าวไหม้'/><category term='หิรัญญิการ์'/><category term='พระเจ้าห้าพระองค์'/><category term='หนามไข่ปู มะฮะไข่ปู ไข่ปูลิ้นแลน มะฮู้ ราสเบอร์รี่ไทย'/><category term='หางไหล หางไหลแดง หางไหลขาว โล่ติ๊น กะลำเพาะ'/><category term='ลาน ใบลาน กระดูกลาน เมล็ดลานสำหรับเพาะขยาย'/><category term='สุรามะริด อบเชยไทย'/><category term='แจง แกง แก้ง ต้นไม้ที่คนโคราชควรจะภูมิใจ'/><category term='เขาหินปูน มะยมหิน กวาวเครือ ชาฤาษี'/><category term='หญ้าแห้วหมู มุดธรณี สมุนไพรรักษาอาการขาดธาตุดิน'/><category term='คาวตอง ส้มป่อย พุดลา มะกรูด ขนคุด ขนพิการ'/><category term='ผักลืมผัวผักพื้นบ้านของจังหวัดนครราชสีมา'/><category term='กวาวเครือขาว'/><category term='เหงือกปลาหมอนาภูมิปัญญาแท้ๆน่าจะหมายถึงตัวนี้'/><category term='เจตพังคี ตองตาพราน เปล้าเงิน หนาดตะกั่ว ใบหลังขาว'/><category term='ข้าวสารค่าง องคต ตุ๊กตู่'/><category term='แก้งขี้พระร่วงขี้พระร่วง มันปลาไหลหม่อนดง ตายไม่ทันเฒ่า'/><category term='เขยตายไม้สมุนไพรทรงคุณค่า'/><category term='สมุนไพรรักษานิ่วในท่อไต แก้หอบหืด การปลูกผักหวานป่า'/><category term='เถาวัลย์หลงหรือเครือเขาหลง'/><category term='ทองกวาว กวาวต้น ดอกจาน'/><category term='สะเดาดินลูกใต้ใบฟ้าทะลายโจรหมอน้อยสมุนไพรแก้ไข้หวัดใหญ่'/><category term='ชันโรง ชันรง แมงขี้สูด ข้สูด ขี้ย้าดำ อุงดำ ชำมะโรง อีโลม'/><category term='ปูตูบูแว.โบมะจูด'/><category term='พฤกษ์ ซึก อีซึก'/><category term='ก้านเหลือง'/><category term='ดีควาย'/><category term='ขอกราบยายยิ้มหญิงชราผู้ยิ่งใหญ่ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เรา'/><category term='กะตังใบเตี้ย กะตังบายเตี้ย ต้างไก่แดง ต้างไก่เตี้ย กำลังเลือดค่าง'/><category term='มะดีควาย'/><category term='ไส้เดือน ไส้เดือนดิน ดินขุยไส้เดือน'/><category term='กาฝาก'/><category term='มะยมเงิน มะยมทอง มะยมหิน ขี้เหล็กฤาษี'/><category term='ว่านสบู่เลือดเถา'/><category term='นมวัว(อ.ห้วยแถลง)'/><category term='นมสวรรค์ พนมสวรรค์ ฉัตรฟ้า สาวสวรรค์'/><category term='ขลู่ ตดหมูตดหมา หญ้าดอกขาว งวงตาล'/><category term='ข่อยดำ เครือสังฆาต แม่ยายถมลูกเขย กาซะลองดิน'/><category term='บรเพ็ด ชิงช้าชาลี พี่น้องสุดยอดสมุนไพร'/><category term='หนอนตายหยาก กระเพียดหนู กระเพียดช้าง'/><category term='ลั่นทม จำปาลาว ลีลาวดี'/><category term='กวาวเครือแดง'/><category term='ตะลุมพุกแดง มะคังแดง มุยแดง ลุมปุกแดง'/><category term='มะเหลื่อม มะกอกเกลื้อน มักเหลี่ยม'/><category term='กอมก้อยลอดขอน ตีนตั่งเตี้ย ทรายเดน  ระไหว ฝีหมอบ กะเจียน  นมแมวป่า'/><category term='ทาก ปลิง'/><category term='ข้าวเย็นโคก'/><category term='เสนียด ฮูฮา ยาแก้ไอไบโซลวอล'/><category term='เปล้าใหญ่ เปล้าหลวง ใบเปล้า ใบเป้า'/><category term='ต่อ ตัวต่อ รังต่อ'/><category term='กระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบมอญ ผักเมือก หมักมื่น'/><category term='กลิ้งกลางดงและว่านพระฉิม'/><category term='คำมอก กะด้ำ แสลงหอมไก๋ ไข่เน่า คำมอก ยางมอกใหญ่ หอมไก๋ ผาสาม'/><category term='ฝอยลม หญ้าพองลม ปู่เจ้าลอยท่า'/><title type='text'>thaiforestherbs</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>76</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-1329018066704536807</id><published>2011-12-06T19:15:00.000-08:00</published><updated>2012-02-05T22:28:27.942-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เขยตายไม้สมุนไพรทรงคุณค่า'/><title type='text'>ต้นเขยตาย ปลัดเขยตาย</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-qt8h9lK7VN8/Ty9yN5b_oUI/AAAAAAAAApo/95UXQq8o3oM/s1600/Flower23.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; width: 320px; height: 240px; text-align: center; display: block; cursor: pointer;" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5705904835983810882" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-qt8h9lK7VN8/Ty9yN5b_oUI/AAAAAAAAApo/95UXQq8o3oM/s320/Flower23.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-e0I8AiMNyoY/Ty9U4d-k_dI/AAAAAAAAApc/dxHzwfJ2V5g/s1600/Flower25.jpg"&gt;ยืมภาพต้นเขยตายจาก wwwok.net&lt;img style="margin: 0px auto 10px; width: 320px; height: 240px; text-align: center; display: block; cursor: pointer;" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5705872581998214610" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-e0I8AiMNyoY/Ty9U4d-k_dI/AAAAAAAAApc/dxHzwfJ2V5g/s320/Flower25.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-cwyngDxtgSM/Tt7fXfcaoCI/AAAAAAAAApQ/fPkqQRqm_p4/s1600/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2586"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; width: 320px; height: 257px; text-align: center; display: block; cursor: pointer;" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5683225374458814498" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-cwyngDxtgSM/Tt7fXfcaoCI/AAAAAAAAApQ/fPkqQRqm_p4/s320/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2586" /&gt;&lt;/a&gt;ลักษณะปลัดขิกหลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน ขอบคุณภาพจากเวปพลังจิต&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-Xv5S7qXAILY/Tt7e3KC7cVI/AAAAAAAAApE/UtSD_3wvgLg/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2586%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; width: 238px; height: 320px; text-align: center; display: block; cursor: pointer;" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5683224818958954834" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-Xv5S7qXAILY/Tt7e3KC7cVI/AAAAAAAAApE/UtSD_3wvgLg/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2586%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;หลวงปู่เมฆวัดลำกระดาน  พระผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา เจ้าของตำนานปลัดขิกไม้เขยตาย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ห่างหายไปนานเพราะช่วงนี้ไม่ได้เดินป่า ไม่ได้เจอหมอพื้นบ้านเลยไม่มีข้อมูลใหม่ ๆ เว้นแต่จะระลึกความหลังเก็บข้อมูลเก่า ๆ มาบันทึกไว้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ช่วงนี้หันไปสนใจเรื่องว่านและวัตถุมงคล ด้วยความชอบส่วนตัว  แต่ก็นั่นแหล่ะ สิ่งเหล่านี้ยังมีความเชื่อมเกี่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นมวลสารที่ใช้สร้างวัตถุมงคลหรืออิทธิฤทธิ์ของว่านมงคลต่าง ๆ ตามตำนาน ล้วนมีความเกี่ยวพันที่มีเสน่ห์น่าติดตาม  มีตำนานมากมายที่พูดถึงไว้ ว่าง ๆ จะนำมาเล่าสู่กันฟัง &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ในบรรดาเครื่องราง คนโบราณนิยมสร้างปลัดขิก อาจเพราะง่ายแก่การทำและพก พกได้ตลอดเวลา  ปลัดขิกส่วนใหญ่ทำจากไม้มงคล เช่น รัก สัก มะขาม มะยม ฯลฯ แต่มีปลัดขิกที่ทำจากไม้ชนิดหนึ่งที่ทำให้เราสนใจในการซ่อนภูมิปัญาไว้คือปลัดขิกที่ทำจากไม้เขยตาย โดยเฉพาะปลัดขิกไม้เขยตายของหลวงพ่อเมฆ วัดลำกระดาน  "เพราะสมัยก่อนงูและสัตว์มีพิษชุกชมมาก ว่ากันว่าปลัดขิกของท่าน ใครมีไว้ งูไม่กัด ปลิงไม่เกาะ รักษาโรคได้ กันภัยร้าย ค้าขายดี เอกลักษณ์ปลัดขิกของท่านคือ  ท่านจะเหลาทั้งเปลือก  และไม่ลงอักขระ  รูปร่างไม่แน่นอนเพราะท่านเหลาด้วยมือ ช่วงหลังมีลูกศิษย์ท่านช่วยทำ  ของปลอมมีมาก คงระบุไม่ได้เว้นแต่ใครได้รับกับมือท่านเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ภูมิปัญญาคนโบราณ  นอกจากมีตบะแก่กล้า  คาถาอาคมสุดยอดขลัง  ยังเลือกใช้ไม้ที่คนสมัยนั้นรู้ว่ามีประโยชน์มากมาย  ต้นเขยตายเป็นไม้ที่คนอีสานใช้รักษาโรคกันมาแต่โบราณ อีสานเรียก ต้นชมชื่น ศรีชมชื่น  การพูดและเขียนเพี้ยนไปตามสำเนียง เรียกว่าเป็นไม้ดีที่คนไม่ค่อยรู้  ปัจจุบันใช้รักษาแค่พิษงูสัตว์กัดต่อย  แต่คนเมื่อก่อนใช้รักษาหลายโรคมาก เรียกว่าใครอาการหนักไม่รู้จะใช้อะไรรักษา  ลองตัวนี้ไม่เสียหลาย  แต่ยังคงต้องรวบรวมข้อมูลกันต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-1329018066704536807?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/1329018066704536807/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/12/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1329018066704536807'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1329018066704536807'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/12/blog-post.html' title='ต้นเขยตาย ปลัดเขยตาย'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-qt8h9lK7VN8/Ty9yN5b_oUI/AAAAAAAAApo/95UXQq8o3oM/s72-c/Flower23.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-7434485876892018775</id><published>2011-08-14T21:43:00.000-07:00</published><updated>2011-10-13T09:41:48.764-07:00</updated><title type='text'>หนุมานประสานกายไม้ง่ายๆที่ควรปลูกประโยชน์เอนกอนันต์</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-3ub22ZTZf9A/TkiwlzldnfI/AAAAAAAAAo8/B5PuGjKYHLs/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5640952696830533106" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-3ub22ZTZf9A/TkiwlzldnfI/AAAAAAAAAo8/B5PuGjKYHLs/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ต้นหนวดปลาหมึกที่คล้ายกันมากกับต้นหนุมานประสานกาย เพราะเป็นไม้ตระกูล Araliaceae เหมือนกัน&lt;br /&gt;ยืมรูปอีกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/Image/ShrubPictures/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B0/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B0002.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/Shrubs/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B01.html&amp;amp;usg=__jpQvCqCKwFspVnY-DHv1bDooG6Y=&amp;amp;h=398&amp;amp;w=530&amp;amp;sz=76&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=1&amp;amp;sig2=1-c16vUDhjtFUa4tTP89rA&amp;amp;zoom=1&amp;amp;tbnid=NzSFEiqZsDwpgM:&amp;amp;tbnh=99&amp;amp;tbnw=132&amp;amp;ei=lrBITvCuEYrTrQe63cWMBA&amp;amp;prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26biw%3D1003%26bih%3D566%26tbm%3Disch&amp;amp;um=1&amp;amp;itbs=1"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-HXzgVKV-eM4/TkisfwE6CrI/AAAAAAAAAo0/SqNjO0zX0GI/s1600/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5640948194762951346" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 264px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-HXzgVKV-eM4/TkisfwE6CrI/AAAAAAAAAo0/SqNjO0zX0GI/s320/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ขี้เกียจ้นหารูป ยืมๆละกัน น่คือหนุมานประสานกายหรือสังกรณีที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-_elKTXxBMDU/Tkir9okgtFI/AAAAAAAAAos/EAy-HUHyBD4/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5640947608632472658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-_elKTXxBMDU/Tkir9okgtFI/AAAAAAAAAos/EAy-HUHyBD4/s320/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;สังกรณีดอกสีม่วงหรือหญ้าหัวนาคหรือกวาง..แฉะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-qhMLbnKWAkU/TkioCwTtYQI/AAAAAAAAAok/fLL7CWehUj4/s1600/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5640943298562318594" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 304px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-qhMLbnKWAkU/TkioCwTtYQI/AAAAAAAAAok/fLL7CWehUj4/s320/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ยืมรูปเค้าก่อนขี้เกียจไปถ่ายต้นที่บ้าน สังกรณีดอกสีส้มที่นิยมทำเป็นไม้ประดับ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://images.myfri3nds.com/club/761/4761/album/3009/images/4933c2ed9e7f1.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://club.myfri3nd.com/green_green_krab/album/3009&amp;amp;usg=__KLizj6382Pk_kYi2yOBTadrJrio=&amp;amp;h=316&amp;amp;w=333&amp;amp;sz=30&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=6&amp;amp;sig2=Vc76ho4Dqk1BIBcgzStHOA&amp;amp;zoom=1&amp;amp;tbnid=nGldN5mvIRB44M:&amp;amp;tbnh=113&amp;amp;tbnw=119&amp;amp;ei=EKdITq2vGMusrAe61-HVAw&amp;amp;prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26biw%3D1003%26bih%3D566%26tbm%3Disch&amp;amp;um=1&amp;amp;itbs=1"&gt;http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://images.myfri3nds.com/club/761/4761/album/3009/images/4933c2ed9e7f1.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://club.myfri3nd.com/green_green_krab/album/3009&amp;amp;usg=__KLizj6382Pk_kYi2yOBTadrJrio=&amp;amp;h=316&amp;amp;w=333&amp;amp;sz=30&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=6&amp;amp;sig2=Vc76ho4Dqk1BIBcgzStHOA&amp;amp;zoom=1&amp;amp;tbnid=nGldN5mvIRB44M:&amp;amp;tbnh=113&amp;amp;tbnw=119&amp;amp;ei=EKdITq2vGMusrAe61-HVAw&amp;amp;prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26biw%3D1003%26bih%3D566%26tbm%3Disch&amp;amp;um=1&amp;amp;itbs=1&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บางทีเล่นแต่ไม้ยากๆเหมือนเราทำสนองกิเลสตัวเอง แต่ไม้ง่ายๆที่มีประโยชน์ยังคงต้องให้ความสนใจและมีไว้ค่ะ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นหนุมานประสานกายหรือหมอพื้นบ้านบางคนเรียกว่าต้นสังกรณี จริงๆมีการเรียกต้นไม้หลายๆชนิดว่าสังกรณี คุณจรัสสายฝน อุดมทรัพย์ปราชญ์รุ่นใหม่ชาวสกลเคยบอกว่าน่าจะเป็นสิบๆชนิด เอาเท่าที่เรารู้จัก ๓ ชนิดนี้แล้วกัน ( แค่นี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักแล้วล่ะ )&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่๑คือต้นหนุมานประสานกายที่เรารู้จักกันดี กระนั้นบางคนยังจำสับสนกับหนวดปลาหมึก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่๒คือหญ้าหัวนาคหรือหญ้หงอนไก่ ชนิดนี้มีดอกสีม่วง สรรพคุณ ประโยชน์ ราก แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ดับพิษไข้ แก้ไอ ใบ แก้กำเดา แก้ไข้หวัดใหญ่ แก้คออักเสบ สังกรณีกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคในไทย พบตามป่าดิบชื้นทั่ว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชนิดที่๓คือสังกรณีชนิดนี้มีดอกสีส้ม มักนิยมเป็นไม้ประดับทั่วไป &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เราเน้นที่คุณประโยชน์ของหนุมานประสานกายเพราะเป็นไม้ที่คนโบราณจะปลูกติดบ้านเอาไว้ เราเคยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพ่อหมอพื้นบ้านจากสระบุรีเค้าบอกว่าเมื่อก่อนหายากมาก ลูกของแกเป็นโรคเลือดหยุดยากหรือเกล็ดเลือดต่ำ ต้องหาตัวนี้เด็ดเอายอดต้มให้ลูกกินทีละ๗ยอด จนอาการทุเลา และมีการพูดถึงการใช้แก้ช้ำในอย่างรุนแรงจากการถุกทำร้ายร่างกายในหนังสือนิตยสารเพื่อสุขภาพเล่มหนึ่ง นี่น่าจะเป็นที่มาของชื่อหนุมานประสานกาย หนุมานหมายถึงต้นไม้ที่ชื่อสังกรณีจากเรื่องรามเกียรติ์ ส่วนคำว่าประสานกายหมายถึงสรรพคุณในการรักษาอาการบาดเจ็บภายใน นี่เราตีความเอง เพราะคนโบราณตั้งชื่ออะไรย่อมมีความหมายซ่อนอยู่เสมอ ผิดถูกอย่างไรก็ว่ากันเอาเอง ที่เหลือคือสรรพคุณที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าสุดยอดมากเกี่ยวกับโรคปอดและหลอดลม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หนุมานประสานกาย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schefflera leucantha R. Vig.&lt;br /&gt;วงศ์ : Araliaceae&lt;br /&gt;ชื่ออื่น : -&lt;br /&gt;ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 1-4 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำใกล้พื้นดิน เปลือกต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 6-8 ใบ รูปรี กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาวนวล ผล เป็นผลมีเนื้อ รูปทรงกลม ขนาดเล็กส่วนที่ใช้ : ใบสด&lt;br /&gt;สรรพคุณ :&lt;br /&gt;รักษาโรคหืด โรคแพ้อากาศ ขับเสมหะ&lt;br /&gt;รักษาโรคหลอดลมอักเสบ&lt;br /&gt;รักษาวัณโรคปอด แก้ไอ แก้อาเจียนเป็นเลือด&lt;br /&gt;ตำพอกแผลห้ามเลือด ห้ามเลือด&lt;br /&gt;วิธีและปริมาณที่ใช้ :&lt;br /&gt;รักษาโรคหืด แพ้อากาศ ขับเสมหะ และโรคหลอดลมอักเสบใช้ใบสดเล็กๆ 9 ใบ ต้มกับน้ำ 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า-เย็น เป็นเวลา 49 วัน หืดควรจะหาย&lt;br /&gt;ยาแก้อาเจียนเป็นเลือดใช้ใบสด 12 ใบย่อย ตำคั้นน้ำ 2 ถ้วยตะไล รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยตะไล ติดต่อกัน 5-7 วัน&lt;br /&gt;ใช้รักษาวัณโรคใช้เหมือนวิธีที่ 1 ติดต่อกัน 60 วัน แล้ว x-ray ดู ปอดจะหาย แล้วให้รับประทานต่อมาอีกระยะหนึ่ง&lt;br /&gt;สารเคมี : พบ Oleic acid, butulinic acid, D - glucose, D - Xylose, L - rhamnose&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/images/hb_82.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_08_12.htm&amp;amp;usg=__q6wqK0FDJUG0cVVZzfvlmBRDcy8=&amp;amp;h=129&amp;amp;w=414&amp;amp;sz=26&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=1&amp;amp;sig2=_8WrYIPgVudEeZ7PAn4qNQ&amp;amp;zoom=1&amp;amp;tbnid=Bf30RAukdYiOlM:&amp;amp;tbnh=39&amp;amp;tbnw=125&amp;amp;ei=U6xIToj4DMjqrAfQtN3bAw&amp;amp;prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26biw%3D1003%26bih%3D566%26tbm%3Disch&amp;amp;um=1&amp;amp;itbs=1"&gt;http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/images/hb_82.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_08_12.htm&amp;amp;usg=__q6wqK0FDJUG0cVVZzfvlmBRDcy8=&amp;amp;h=129&amp;amp;w=414&amp;amp;sz=26&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=1&amp;amp;sig2=_8WrYIPgVudEeZ7PAn4qNQ&amp;amp;zoom=1&amp;amp;tbnid=Bf30RAukdYiOlM:&amp;amp;tbnh=39&amp;amp;tbnw=125&amp;amp;ei=U6xIToj4DMjqrAfQtN3bAw&amp;amp;prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN%26biw%3D1003%26bih%3D566%26tbm%3Disch&amp;amp;um=1&amp;amp;itbs=1&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;รู้สรรพคุณของเค้าแล้วก็หามาปลูกไว้เถอะค่ะ ถ้ารู้สึกว่าภายในร่างกายเลือดลมติดขัดไหลเวียนไม่สะดวกก็ลองเอามาต้มกิน คนเราบางทีร่างกายก็บอบช้ำสะสมมาจากสิ่งต่างๆมากมายขาดการดูแล มีผู้รู้ท่านหนึ่งกล่าวว่าหนุมานประสานกายช่วยสลายลิ่มเลือดที่อาจไปอุดตันที่สมอง หัวใจและภาวะเส้นเลือดขอดได้ ลองใช้ดูเถอะค่ะ ไม่มีอันตรายใดๆกันไว้ดีกว่าแก้ ขออย่างเดียวอย่าไปกินผิดต้นกลายเป็นต้นหนวดปลาหมึกก็แล้วกัน&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-7434485876892018775?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/7434485876892018775/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/08/blog-post_14.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7434485876892018775'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7434485876892018775'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/08/blog-post_14.html' title='หนุมานประสานกายไม้ง่ายๆที่ควรปลูกประโยชน์เอนกอนันต์'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-3ub22ZTZf9A/TkiwlzldnfI/AAAAAAAAAo8/B5PuGjKYHLs/s72-c/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-5457605634221852438</id><published>2011-08-04T16:00:00.000-07:00</published><updated>2011-10-13T10:04:50.322-07:00</updated><title type='text'>เรียนทุกท่านที่ประสงค์จะขอพันธุ์ไม้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</title><content type='html'>โอ่งเหนื่อยหน่ายมากกับระบบนี้ แค่จะตอบความคิดเห็นของผู้สนใจระบบมันก้อถามกลับไปกลับมา และไม่ว่าจะกรอกอะไรลงไปมันก้อกลับมาที่เดิมโดยไม่สามารถตอบความคิดเห็นได้ ใครที่สนใจอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือ อยากได้หัวกลิ้งกลางดง แจ้งชื่อที่อยู่ไว้ที่อีเมล์ &lt;a href="mailto:bird_of_paradise_fly_to_sky@hotmail.com"&gt;bird_of_paradise_fly_to_sky@hotmail.com&lt;/a&gt; นะคะ ติดต่อผ่านทางนั้นสะดวกกว่าค่ะ เพราะเช็คเมล์เกือบทุกวัน ขอบคุณสำหรับทุกๆความคิดเห็นนะคะ หรือโทรมาที่เบอร์ 0857682897 ยินดีตอบทุกข้อสงสัยค่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-5457605634221852438?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/5457605634221852438/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/5457605634221852438'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/5457605634221852438'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/08/blog-post.html' title='เรียนทุกท่านที่ประสงค์จะขอพันธุ์ไม้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-788328634005901416</id><published>2011-05-17T18:10:00.000-07:00</published><updated>2011-08-03T23:58:20.775-07:00</updated><title type='text'>ก้าวสู่ฝันอันยิ่งใหญ่</title><content type='html'>เพื่อนเราคนหนึ่งเตือนสติเราไว้ดีมากๆ ต้องขอบคุณเค้า เค้าบอกว่าช่วงเวลาสูญญากาศของเราในตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่ต้องพัฒนาตนเอง ทำให้เราเลิกโทษเหตุการณ์หรือผู้คนที่ทำให้เราต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แล้วหันกลับมามองตัวเองว่าเราสมควรแก่การทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตหรือยัง มีเหตุขัดข้องอะไรในตัวเอง เป็นการทบทวนตัวเองครั้งสำคัญ อ่านหนังสือธรรมะ ศึกษาข้อปฏิบัติของพระอริยะ ตามรู้สภาวะจิตของตนเอง จนพอจะรู้คำตอบแล้วว่าเพราะอะไร เรื่องราวหลายอย่างจึงเกิดขึ้นกับชีวิตเช่นนี้ และรู้สึกว่าโชคดีที่ได้มีเวลากลับมาทบทวนตัวเองอย่างจริงจังในทุกเรื่อง พอหยุดกล่าวโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่น ย้อนกลับมาพิจารณาตัวเองอย่างจริงจัง ก็เริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น แต่ยังคงต้งฝึกตัวเองอย่างหนักต่อไป เพื่อภารกิจที่รออยู่ รู้สึกใจเบิกบานขึ้น ตัดสิ่งที่มากระทบทางใจได้เร็วขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ และจริงแท้ที่ว่า "จิตเดิมนั้นประภัสสร"&lt;br /&gt;ต้องตั้งตนอยู่ในความเมตตาอย่างแท้จริง ศรัทธาและเชื่อมั่นในความดี ยึดเส้นทางแห่งธรรม "คนเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี" การทำบุญอันยิ่งใหญ่บางครั้งไม่ได้ใช้เงิน และเงินไม่ได้บอกถึงขนาดของบุญ การคบหาบัณฑิต การศึกษาพระธรรมคำสอน การเชื่อในพลังของตัวเอง ฯลฯ อีกมากมาย ล้วนแต่เป้นไปเพื่อมุ่งสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง&lt;br /&gt;ปุณณภา งานสำเร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-788328634005901416?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/788328634005901416/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post_6660.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/788328634005901416'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/788328634005901416'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post_6660.html' title='ก้าวสู่ฝันอันยิ่งใหญ่'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-2853034651308324615</id><published>2011-05-17T18:08:00.001-07:00</published><updated>2011-08-03T23:59:42.133-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คำสอนของสมเด็จโต กว่าที่ใครซักคนจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ไม่ใช่ง่าย'/><title type='text'>ก่อนที่เราจะช่วยใครได้ สำรวจใจตนเองให้ดีก่อน</title><content type='html'>เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ&lt;br /&gt;...ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้&lt;br /&gt;...อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า&lt;br /&gt;...ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน&lt;br /&gt;หลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน&lt;br /&gt;1.จะต้องมีสัจจะต่อตนเอง&lt;br /&gt;2.จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์ของมนุษย์&lt;br /&gt;3.พยายามตัดงานในด้านสังคมออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติกรรมฐาน&lt;br /&gt;ดังนั้นเมื่อจะเป็นนักปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ของเราเพื่อฝึกจิตให้เข้มแข็ง&lt;br /&gt;ทางแห่งความหลุดพ้น&lt;br /&gt;...เจ้าประคุณสมเด็จฯ มักจะกล่าวกับสานุศิษย์ทั้งหลายอยู่เสมอว่าชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ต้องตายและถูกหามเข้าป่าช้า ดังนั้นจึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่ใน ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏท่านเปรียบเทียบว่า มนุษย์อาบน้ำ ชำระกายวันละสองครั้งเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งโสโครกที่เกาะร่างกาย แต่ไม่เคยคิดจะชำระจิตให้สะอาดแม้เพียงนาที ด้วยเหตุนี้ ทำให้จิตใจของมนุษย์ ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและดุดัน ก่อให้เกิดปัญหาความพิการในสังคมความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระทั่งเกิดความขัดแย้ง และกลายเป็นสงครามมนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกัน&lt;br /&gt;แต่งใจ&lt;br /&gt;...ขอให้ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองให้จงดีเถิดว่า ร่างกายของเรานี้ไฉนจึงต้องชำระทุกวันทั้งเช้าและเย็นจะขาดเสียไม่ได้ทั้งที่หมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นนิจ แต่ยังมีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ออกมา แม้จะพยายามหาของหอมมาทาทับ ก็ปกปิดกลิ่นนั้นไม่ได้ ...ใจของเราล่ะ ซึ่งเป็นใหญ่กว่าร่างกายเป็นผู้สั่งบัญชางาน ให้กายแท้ๆ มีใครเอาใจใส่ชำระสิ่งสกปรกออกบ้าง ตั้งแต่เล็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันสั่งสมสิ่งไม่ดีไว้มากเพียงใด หรือว่ามองไม่เห็นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำความสะอาดหรือ?&lt;br /&gt;กรรมลิขิต&lt;br /&gt;...เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต&lt;br /&gt;อดีตกรรม ถ้ากรรมดี เสวยอยู่&lt;br /&gt;ปัจจุบันกรรม สร้างกรรมชั่ว ย่อมลบล้าง&lt;br /&gt;อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน&lt;br /&gt;ปัจจุบัน สร้างกรรมดี ย่อมผดุง&lt;br /&gt;เรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเป็นชาวพุทธแล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจังตัง ผู้ที่ต้องการรู้ ต้องทำเอง รู้เอง ถึงเอง แล้วจึงจะเข้าใจ&lt;br /&gt;นักบุญ&lt;br /&gt;...การทำบุญก็ดี การทำสิ่งใดก็ดี ถ้าเป็นการทำตนให้ละทิฏฐิมานะทำเพื่อให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญนั้นในปรภพ มนุษย์ทุกวันนี้ทำแบบมีกิเลส ดังนั้น บางคนนึกว่าเข้าสร้างโบสถ์เป็นหลังๆ แล้วเขาจะไปสวรรค์หรือเปล่า เขาตายไปอาจจะต้องตกนรก เพราะอะไรเล่า เพราะถ้าเขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการทำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความสุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้าเนื้อใจเสือ คือข้างหน้าเป็นนักบุญ ข้างหลังเป็นนักปล้น&lt;br /&gt;ละความตระหนี่มีสุข&lt;br /&gt;...ดังนั้นบุญที่เขาทำนี้ถือว่า ไม่เป็นสุข หากมาจากการก่อกรรม บุญนั้นจึงมีกระแสคลื่นน้อยกว่าบาปที่เขาทำเอาไว้หากมีใครเข้าใจคำว่า บุญ นี้ดีแล้ว การทำบุญนี้จุดแรกในการทำก็เพื่อไม่ให้เรานี้เป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพื่อความสุขของผู้อื่น ธรรมดาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อมีทุกข์ก็ควรจะทุกข์ด้วย เมื่อมีความสุขก็ควรสุขด้วยกัน&lt;br /&gt;อย่าเอาเปรียบเทวดา&lt;br /&gt;...ในการทำบุญ สิ่งที่จะได้ก็คือ ระหว่างเราผู้เป็นมนุษย์เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้จะเป็นมงคล ทำให้จิตใจเบิกบานดีนี่คือการเสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีนี้การทำบุญเพื่อจะเอาผลตอบแทนนั้น มนุษย์นี้ออกจะเอาเปรียบเทวดา ทำบุญครั้งใด ก็ปรารถนาเอาวิมานหนึ่งหลังสองหลัง การทำบุญแบบนี้เรียกว่า ทำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความโลภ บุญนั้นก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบในการทำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญและบาปแห่งหนึ่งอันเป็นที่เก็บบุญและบาปของใครต่อใครและของเรื่องราวนั้นๆ กรรมของใครก็จะติดตามความเคลื่อนไหวของตนๆนั้น ไปตลอดระหว่างที่เขายังไม่สิ้นอายุขัย&lt;br /&gt;บุญบริสุทธิ์&lt;br /&gt;...การที่สอนให้ทำบุญโดยไม่ปรารถนานั้นก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิเป็นขั้นที่นึ่ง จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตามไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผลในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉะนั้น เขาจึงสอนไม่ให้ทำบุญเอาหน้า ทำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านทำไปย่อมได้รับสนองดีแน่นอน&lt;br /&gt;สั่งสมบารมี&lt;br /&gt;...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปฏิบัติธรรมแล้ว การทำบุญทำทานย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้บรรลุธรรมได้เร็วขึ้นเป็นบารมีอย่างหนึ่ง ในบารมีสิบทัศที่ต้องสั่งสม เพื่อให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน&lt;br /&gt;เมตตาบารมี&lt;br /&gt;...การทำบุญให้ทานเพียงแต่เรียกว่า ทานบารมี หากบำเพ็ญสมาธิจิตจนได้ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบำเพ็ญทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนาแห่งการให้ ให้สักแต่ว่าให้เขาท่านก็ย่อมได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของอาตมาว่าการบำเพ็ญเมตตาบารมีในภาวนาบารมีนั้นได้กุศลกรรมกว่าการให้ทาน&lt;br /&gt;แผ่เมตตาจิต&lt;br /&gt;...ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิ์ผลนั้น เกิดจากกรรม 3 อย่าง คือ มโนกรรม เป็นใหญ่ แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือกายกรรมที่เป็นรูป การบำเพ็ญสมาธิจิตเป็นกุศลดีกว่า เพราะว่า การแผ่เมตตา 1 ครั้ง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ 1 หลัง ขณะจิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่านก็ไม่มีโทษภัย ฉะนั้น เขาจึงว่านามธรรมมีความสำคัญกว่า&lt;br /&gt;อานิสงส์การแผ่เมตตา&lt;br /&gt;...ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไปเมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้&lt;br /&gt;ประโยชน์จากการฝึกจิต&lt;br /&gt;...ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิแน่วแน่ เมื่อจิตนิ่งก็รู้ตน เริ่มพิจารณาตน รู้ตนเองได้ ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่า ปัญญาภายในจากจิตวิญญาณ ซึ่งเราจะใช้ปัญญานี้ได้แน่นอน เมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นในชีวิตตลอดระยะเวลาอันยาวนานข้างหน้า นี่คือประโยชน์ของการฝึกจิตแล้ว คุณของสมาธิยังเป็นพลังป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย เจ็บป่วยได้ กล่าวคือ การบำเพ็ญจิต จนจิตสงบนิ่งแล้ว ระบบต่างๆทางประสาทจะได้รับการพักผ่อน เป็นการปรับธาตุในกายให้เกิดพลังจิตเข้มแข็ง กายเนื้อก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยด้วย โลหิตในร่างกายจะหมุนเวียนสะดวกขึ้น ความตึงเครียดตามร่างกายและประสาทต่างๆ จะผ่อนคลายเป็นปกติ โรคต่างๆจะลดน้อยลงโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หายป่วยได้ด้วยการฝึกจิตและเดินจงกรม&lt;br /&gt;คัดลอกจากหนังสือ เรียน ธรรมะบูชาพระสุปฏิปันโน เล่มของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ โตพรหมรังสี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปุณรภา งานสำเร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-2853034651308324615?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/2853034651308324615/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post_17.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/2853034651308324615'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/2853034651308324615'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post_17.html' title='ก่อนที่เราจะช่วยใครได้ สำรวจใจตนเองให้ดีก่อน'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-2208276883427742766</id><published>2011-05-02T22:39:00.000-07:00</published><updated>2011-08-04T00:00:18.677-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พฤกษ์ อีซึก ผักพื้นบ้าน พืชทำเงินของคนครบุรี'/><title type='text'>อีซึก ผักพื้นบ้านเศรษฐกิจ</title><content type='html'>เมื่อวันเสาร์ที่แล้วไปช่วยพี่แพรวพานักศึกษาแพทย์ปี๒ เดินสำรวจพืชสมุนไพรในบ้าน น้องๆนศ.ดูง่วงๆเห็นว่าทำรายงานจนดึก เรารู้สึกกังวล เพราะไม่แน่ใจว่าพวกน้อง ๆ เค้าจะอินกับภูมิปัญญาไทยแค่ไหน เราเริ่มประเดิมด้วยการชี้ให้น้องเค้าดูคุณยายแก่ ๆ ท่านหนึ่ง ก่อนเล่าว่า รู้มั๊ยสมัยที่น้ำลูกยอของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรดัง เภสัชกรดอกเตอร์สุภาพร ปิติพร ท่านบอกให้ลูกน้อง น้อง ๆ ทีมงานของท่าน ให้ไปตระเวณซื้อลูกยอมาทำเป้นน้ำหมัก ท่านให้ข้อสังเกตว่า ถ้าบ้านไหนเห็นคนแก่ ๆ นั่งหน้าบ้านให้เข้าไปถามเลย บ้านนั้นต้องมีต้นยอ เรามองเห็นความกระตือรือล้นของน้อง ๆ นศ. ขึ้นมาอย่างชัดเจน ก่อนจะแย่งกันถามสลอน เหรอคะ/ครับ ทำไมล่ะ ต้นยอหน้าตาเป็นยังไง เราเลยเปิดเรื่องว่าตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย กล่าวว่า คนแก่ เจ็บป่วยด้วยธาตุลม นั่นคือจะมีอาการเวียนหัวเป็นลมได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเวลา บ่ายสอง และตีสอง การเวียนหัว มักเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ คนโบราณจะกินลูกยอสุก เพราะเป็นยาร้อน ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทั่วร่างกาย เลือดลมดี อะไรก็ดีไปหมด แต่ข้อห้ามคือ คนท้องห้ามกิน เพราะ ความร้อนของลูกยอ อาจทำให้แท้งได้ น้อง ๆ ทึ่งกันมาก เหมือนเค้าไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน เราคิดในใจว่าอย่างนี้ไหวแน่ มีเรื่องเล่าอีกเพียบ เราพาน้อง ๆ เดินชี้ต้นไม้ง่าย ๆ ละเรื่อยไปตามรายทาง เพื่อให้เค้ารู้ว่าทุกต้นมีความมหัศจรรย์ในตัวมันเอง หลาย ๆ ต้นเราเคยเห็น แต่ไม่เคยรู้เกี่ยงกับมัน เราออกตัวว่าทุกอย่างมาจากหนังสือ ตำรา การบอกเล่าของหมอพื้นบ้าน เราคงไม่มีความสามารถไปลองทำดูได้ทุกสูตร เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องไปศึกษา เรียนรู้และพัฒนาเพิ่มเติม วันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน แต่น้อง ๆ ก็สู้ไม่ถอย เราพาเดินตากแดด คุยเรื่องต้นไม้ไปเรื่อย ๆ ไม้เล็ก ๆ และต้นหญ้า ส่วนใหญ่สรรพคุณทางยาทั้งต้นหรือที่เรียกว่าทั้งห้า จะเป็นสรรพคุณเดียวกัน ส่วนไม้ต้นใหญ่เวลาใช้ต้องระวัง เพราะราก ลำต้น ใบ ดอก ผล สรรพคุณอาจตรงข้ามกันสิ้นเชิง ต้องศึกษาดี ๆ ว่าอะไรใช้แทนกันได้ อะไรใช้แทนกันไม่ได้ อะไรมีพิษ อะไรไม่มีพิษ และถ้าเจอไม้มีพิษ ต้องแก้ด้วยอะไร ไม้ทุกต้นมีเรื่องเล่าตำนาน เพราะเค้าอยู่มานานมาก เราได้แต่หวังว่า รุ่นเค้าคงสามารถนำไปขยายผลเพื่อสุขภาพของประชาชนได้ ในอนาคต ฝากความหวังรุ่นต่อ ๆ ไปไว้ที่เด็กรุ่นใหม่ที่ดูฉลาดและกระตือรือล้น ขากลับน้องที่สถานีอนามัยเอารถมาส่ง พอเห้นต้นอีซึก น้องผู้ชายรีบลงไปเก็บฝัก เก็บเมล็ด หาต้นกล้าที่พึ่งงอกจ้าละหวั่น เค้าบอกว่าที่บ้านเค้าที่อยู่ครบุรี ขายยอดซึกเป็นกอบเป็นกำ กินสดก็ได้ ลวกกินกับน้ำพริกก็ได้ขายดีมาก เราเลยรับปากว่าจะหาต้นกล้าไปฝากเที่ยวหลัง ไม่ยักรู้ว่าไม้ที่ไม่มีใครต้องการ กลับมีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจกับคนกลุ่มหนึ่งขนาดนี้ น่าตื่นเต้นกับความรู้ใหม่นี้ ต้นอะไรก็แล้วแต่ถ้าทำเงินได้ อย่างน้อยมันจะไม่สูญพันธุ์แน่นอน&lt;br /&gt;ปุณณภา งานสำเร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-2208276883427742766?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/2208276883427742766/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/2208276883427742766'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/2208276883427742766'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/05/blog-post.html' title='อีซึก ผักพื้นบ้านเศรษฐกิจ'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-5295168273734710270</id><published>2011-03-15T23:24:00.000-07:00</published><updated>2011-08-04T00:01:17.589-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พฤกษ์ ซึก อีซึก'/><title type='text'>อีซึก ตายสิบเกิดแสน</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-KYhCp2TXRcc/TYBcRzlo0wI/AAAAAAAAAmc/t9xydHkoHuo/s1600/DSC08725.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5584564998915019522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-KYhCp2TXRcc/TYBcRzlo0wI/AAAAAAAAAmc/t9xydHkoHuo/s320/DSC08725.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เมล็และฝักอีซึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-YouLcfZhFzs/TYBcJGCCqtI/AAAAAAAAAmU/U9RZtEwnyj0/s1600/DSC08726.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5584564849247169234" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-YouLcfZhFzs/TYBcJGCCqtI/AAAAAAAAAmU/U9RZtEwnyj0/s320/DSC08726.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เมล็ดและฝักอีซึกชัดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-8jU_A-yAl8M/TYBbx1kof7I/AAAAAAAAAmM/v58K6tq2ncg/s1600/DSC08735.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5584564449691860914" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/-8jU_A-yAl8M/TYBbx1kof7I/AAAAAAAAAmM/v58K6tq2ncg/s320/DSC08735.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; อีซึกน้อยขึ้นสลอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นซึกยังคงยืนรอปั่นจั่นอยู่ เค้าอาจรอด แต่น่าแปลกนะ อย่าคิดว่าต้นไม้ไม่มีหัวใจ ปีนี้ซึกติดฝักดกมาก ร่วงมาเป็นเดือนแล้วก็ยังไม่หมด มีท่านผู้สนใจท่านหนึ่งคือคุณอิ๋ว ขอชมเมล็ดอีซึก พึ่งได้ถ่ายรูปเค้าค่ะ แถมด้วยซึกน้อยที่ขึ้นเต็มไปหมด "ตายสิบเกิดแสน" จริง ๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-5295168273734710270?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/5295168273734710270/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/03/blog-post_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/5295168273734710270'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/5295168273734710270'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/03/blog-post_15.html' title='อีซึก ตายสิบเกิดแสน'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-KYhCp2TXRcc/TYBcRzlo0wI/AAAAAAAAAmc/t9xydHkoHuo/s72-c/DSC08725.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-7295253579998196189</id><published>2011-03-12T19:15:00.000-08:00</published><updated>2011-03-12T20:02:40.109-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอกราบยายยิ้มหญิงชราผู้ยิ่งใหญ่ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เรา'/><title type='text'>ทุกคนเกิดมามีหน้าที่ที่ต้องทำ</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-lAkyqXLOEIs/TXxBhvFqPjI/AAAAAAAAAmE/KXOWNRvn8Ng/s1600/page.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5583409685864267314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-lAkyqXLOEIs/TXxBhvFqPjI/AAAAAAAAAmE/KXOWNRvn8Ng/s320/page.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-27SZY1pSC-4/TXw_Xtor4zI/AAAAAAAAAl8/MSh1wy143Hc/s1600/12936866161293686727l.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5583407314652357426" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 318px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-27SZY1pSC-4/TXw_Xtor4zI/AAAAAAAAAl8/MSh1wy143Hc/s320/12936866161293686727l.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-WTthw9QLm8A/TXw9oj2q8GI/AAAAAAAAAl0/YfrLAc2nsXc/s1600/1_display.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5583405405061181538" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 228px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/-WTthw9QLm8A/TXw9oj2q8GI/AAAAAAAAAl0/YfrLAc2nsXc/s320/1_display.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ยาย อยู่ เพียงเดียวดาย ในป่า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ยิ้ม แย้ม ทุกเวลา หยัดสู้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เย้ย ทุกข์ ลำบาก ทนอยู่&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ยาก แค้น เรียนรู้ พยายาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ดูยายยิ้ม จากรายการคนค้นคน ด้วยชอบคนแก่เป็นทุนเดิม คิดว่าจะได้ดูชีวิตคนแก่ที่เรียบง่าย น่ารัก ธรรมดา ๆ แต่พอดูไป น้ำตาเริ่มซึม แล้วมันก็เริ่มไหล จากนั้นก็ปล่อยโฮออกมาเลย บอกไม่ถูกจริง ๆ ว่ารู้สึกยังไง จนถึงตอนนี้น้ำตายังคงไหลออกมาตลอดจนแทบมองไม่เห็นตัวหนังสือที่จะพิมพ์ เกินนิยามที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดใด ๆ ความยิ่งใหญ่มิใช่สิ่งปลูกสร้างใด ๆ แต่มันคือหัวใจอันยิ่งใหญ่ของคนเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่เกิดมาอย่างรู้จริงว่าชีวิตคืออะไรและอยู่เพื่ออะไร "พวกเรามีในสิ่งที่ยายยิ้มขาด และขาดในสิ่งที่ยายยิ้มมี" สิ่งที่น่าละอายในความรู้สึกของเราคือ เราเคยคิดอยู่เสมอว่าตัวเราเองได้ทำประโยชน์มาแล้วไม่น้อย แต่พอถึงตอนนี้เรากลับบอกตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย สิ่งที่ยายยิ้มทำยิ่งใหญ่กว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกตามที่รายการคนค้นคนได้พูดไว้ ต้องขอบคุณรายการนี้เป็นที่สุด ใครจะรู้ว่า ในป่าอันห่างไกลมีคนแก่ตัวเล็ก ๆ ที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำในสิ่งที่ยายยิ้มเชื่อ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"รักในหลวง พระราชินี ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินท่านยังทำ ยายอยากทำได้แบบที่เขาแนะ ท่านไม่เห็น ผีสางเทวดาต้องเห็น ว่ายายทำจริงด้วยความจริงใจ"&lt;br /&gt;"ทำฝาย หากเกินกำลังมันเกินอยู่แล้ว ถ้าไม่มีความพยายามทำไม่ได้หรอก"&lt;br /&gt;"ถ้าวันนี้เราเหนื่อย กำลังหมด พรุ่งนี้แรงมันก็มีมาเองใหม่"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ยายยิ้มหญิงชราผู้ซึ่งไม่มีอะไรเลย แต่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรเลย ยายยิ้มผู้ซึ่งกินข้าวไม่เคยอิ่มท้องแม้แต่มื้อเดียว และเคยอดข้าวนานถึงเจ็ดวัน กลับนำเงินทั้งหมดที่ได้มาถวายพระ และเป็นผู้ให้อยู่ตลอดเวลา คนที่ไม่มีอะไรจะให้อะไรได้อย่างไร ยายยิ้มมีความหวังอยากให้แม้แต่ศพของแกเองเพื่อจะได้มีโอกาสเป็นอาจารย์ในที่สุด นั่นคือ ความหวังครั้งสุดท้ายของยายยิ้ม หญิงชราตัวเล็ก ๆ ในป่ากว้างที่เราขอกราบคารวะอย่างสุดหัวใจ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"เดินไปวัดไกลๆ ไม่ท้อหรอก เหนื่อยก็หยุด อยากไปเจอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เห็นแล้วชื่นใจ สุขใจ ใครจะว่านรก นี่คือสวรรค์ของยาย ทางสวรรค์มันรก ทางนรกมันเรียบ ไปนรกมันง่ายกว่าสวรรค์" &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เหนือคำบรรยายใด ๆ ถึงเวลาถามตัวเองว่าที่ผ่านมาเราเรียนอะไรและเรารู้อะไร ห้องเรียนที่แท้จริงอยู่ที่ไหน ?&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-7295253579998196189?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/7295253579998196189/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/03/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7295253579998196189'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7295253579998196189'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/03/blog-post.html' title='ทุกคนเกิดมามีหน้าที่ที่ต้องทำ'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-lAkyqXLOEIs/TXxBhvFqPjI/AAAAAAAAAmE/KXOWNRvn8Ng/s72-c/page.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-1026243916567230700</id><published>2011-02-04T19:20:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:22:52.378-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กัลปพฤกษ์ กาฝากกาฝาก สมุนไพรรักษาความดันโลหิตสูง'/><title type='text'>ช่อกัลปพฤกษ์ กับคำอธิฐาน</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5JKaYsDXI/AAAAAAAAAls/swId1z447yY/s1600/DSC08407.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570470232334273906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5JKaYsDXI/AAAAAAAAAls/swId1z447yY/s320/DSC08407.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5HQD592PI/AAAAAAAAAlk/l7c3ad6O4po/s1600/DSC08298.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570468130355796210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5HQD592PI/AAAAAAAAAlk/l7c3ad6O4po/s320/DSC08298.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; หน้าตาของกาฝากกาฝาก ( กาฝากที่ขึ้นต้นกาฝากอีกที จะเรียกว่ากาฝากซ้อนกาฝากได้ป่ะ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5HHAt8_0I/AAAAAAAAAlc/2mHu16gSEcg/s1600/DSC08299.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570467974881279810" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5HHAt8_0I/AAAAAAAAAlc/2mHu16gSEcg/s320/DSC08299.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ต้นกาฝากโชคร้ายที่โดนกาฝากเกาะ เห็นแล้วอยากหัวเราะ เหนือฟ้ายังมีฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5G0THm85I/AAAAAAAAAlU/wpraNwzNe1s/s1600/DSC08301.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570467653403210642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5G0THm85I/AAAAAAAAAlU/wpraNwzNe1s/s320/DSC08301.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดูหน้าตากาฝากกาฝากชัดๆกันอีกซักหน่อย ตำราพ่อผู้ใหญ่วิบูลย์ บอกว่ารูปร่างเค้าคล้ายริบบิ้น ก็จริงนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5GkRJkDUI/AAAAAAAAAlM/8NRJC87o3DE/s1600/DSC08419.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570467377996631362" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5GkRJkDUI/AAAAAAAAAlM/8NRJC87o3DE/s320/DSC08419.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ฝากต้นกัลปพฤกษ์ ตอนแรกนึกว่าใบเค้า เชอะ หลอกเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5Gc2bqdKI/AAAAAAAAAlE/dUtk2y8TATM/s1600/DSC08421.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570467250565706914" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5Gc2bqdKI/AAAAAAAAAlE/dUtk2y8TATM/s320/DSC08421.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ใบอ่อนกัลปพฤกษ์ น่ารักดี เขียวหวานเชียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FdAcG53I/AAAAAAAAAk8/jcqtMOn_Brg/s1600/DSC08412.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570466153740298098" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FdAcG53I/AAAAAAAAAk8/jcqtMOn_Brg/s320/DSC08412.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ถ่ายรูปดอกไม้สวย ๆ ไม่เคยสวยเลย ขี้เกียจถ่ายแล้วอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FT4OTIHI/AAAAAAAAAk0/L2Ctt4C22rU/s1600/DSC08411.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570465996916072562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FT4OTIHI/AAAAAAAAAk0/L2Ctt4C22rU/s320/DSC08411.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังตูมเต่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FDUa5zrI/AAAAAAAAAks/pdZyE_EmYug/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A4%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B9%258C.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5570465712427355826" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 285px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5FDUa5zrI/AAAAAAAAAks/pdZyE_EmYug/s320/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A4%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B9%258C.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; นี่รูปของเค้ารูปนี้สวยดีเราชอบ ยืมมาแบบไม่บอกเจ้าของอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กัลปพฤกษ์ที่สำนักงานออกดอกแล้วสวยจัง ธรรมชาติยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ การให้ที่ไม่เรียกร้องการตอบแทนใด ๆ ถ้าวันหนึ่งเรามีที่เราจะปลูกต้นไม้ทุกต้นไว้ให้ผู้คนได้มาเรียนรู้ศึกษากัน แต่ตอนนี้ต้องไปหาดูตามป่าข้างทางไปก่อนละกัน ถ่ายรูปอยู่ดี ๆ แหมนึกว่าเป็นใบของกัลปพฤกษ์ แต่กลายเป็นใบกาฝากซะนี่ ที่สำนักงานมีต้นกาฝากเยอะมาก ในตำราของพ่อผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิมได้พูดถึง ประโยชน์ของกาฝากทุกชนิดว่าต้มกินหรือตากแห้งบดผงบรรจุแคปซูลก็ได้ สำหรับโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะกาฝากของกาฝากยิ่งดีสุดยอกด เย้ๆๆๆ ไม่อยากจะบอกเรยยยยว่าพึ่งไปเจอกาฝากของกาฝากมาหยก ๆ ที่ป่าละเมาะข้างทางไม่ไกลจากที่ทำงานเท่าไหร่ ยังหัวเราะสมน้ำหน้ากาฝากที่โดนกาฝากขึ้นเลยว่าเป็นไงล่ะ ฮาๆๆ ไม่ยักรูว่าเค้าคือสุดยอดยาตัวหนึ่ง นับถือ ๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กลับมาเรื่องกัลปพฤกษ์อีกรอบ ใคร ๆ ที่ชอบไม้มงคลอย่าพลาดต้นนี้ ตำนานมหัศจรรย์จริง ๆ เราขี่มอไซด์ดูไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่จะออกดอกดกงามทุกต้นนะ บางต้นออกดอกหรอมแหรมน่าสงสาร ( เจ้าของ ) ต้นที่เราเห็นออกดอกเต็มต้น คนสวนปลูกไว้ข้างต้นคูณซึ่งเป็นไม้วงศ์เดียวกัน เพราะงี้รึเปล่าเค้าถึงออกดอกงาม แค่ตั้งข้อสังเกตนะ อย่ามาถือสาเราเลย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กัลปพฤกษ์&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia bakeriana Craibวงศ์ : LEGUMINOSAE - CAESALPINIACEAEชื่อสามัญ : Wishing Tree, Pink Showerชื่ออื่น : กานล์ (เขมร-สุรินทร์) ชัยพฤกษ์ (ภาคเหนือ)&lt;br /&gt;ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกนอกสีเทา แตกกิ่งต่ำทอดกิ่งก้านยาวขึ้นสู่ข้างบน เวลาออกดอกสวยงามมาก เพราะในระยะนี้ต้นไม้จะทิ้งใบจนหมด มีแต่ช่อดอกออกแน่นเป็นกลุ่มตลอดกิ่งและติดทนอยู่ได้หลายวัน ชอบขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณแล้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางครั้งพบขึ้นอยู่บนเทือกเขาหินปูน ใบ เป็นช่อ ยาวถึง 35 ซม. ใบย่อยมี 5-6 คู่ เป็นรูปบรรทัดสั้นๆ ยาว 4.5-8.5 ซม. กว้าง 1.7-3.0 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่ง มีขนละเอียดอ่อนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน ด้านท้องใบจะมีขนหนาแน่นกว่าด้านหน้าใบ ก้านใบย่อยสั้นมากยาวเพียง 2 มม. ดอก เกิดบนช่อแบบไม่แตกกิ่งก้าน ยาว 4.0-7.5 ซม. ออกมาตามกิ่งก้าน ตลอดกิ่งมีใบประดับแทรกชัดเจน ก้านดอกยาวประมาร 6 ซม. ดอกสีชมพูเมื่อเริ่มบาน แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อๆ จนถึงสีขาว ระยะนี้บริเวณโคนต้นจะเต็มไปด้วยกลีบดอกสีขาวที่ทะยอกันร่วงหล่นจากต้น กลีบรองดอกยาว 9-12 มม. กลีบดอกแยกจากกันเป็นอิสระ แต่ละกลีบมีขนาดเกือบเท่าๆ กัน เป็นรูปไข่ยาว 3.5-4.5 ซม. กว้าง 1.2-2.5 ซม. ปกคลุมด้วยขนละเอียดบางๆ ทั้ง 2 ด้าน ที่ฐานกลีบดอกจะคอดเข้าหากันเป็นส่วนของก้านกลีบดอกสั้นๆ ยาวเพียง 5 มม. เกสรผู้มีขนาดยาวไม่เท่ากัน มีอยู่ 3 อัน คล้ายคลึงกับกัลปพฤกษ์ ได้แก่ C. agnes (de Witt) Brenan และ กาลปพฤกษ์ C.javanica L. จึงทำให้มีผู้เข้าใจไขว้เขว เรียกชื่อสามัญสับสน ปะปนกันไป C. agnes มีเขตกระจายพันธุ์ อยู่ในแถบอินโดจีน แตกต่างกับกัลปพฤกษ์ตรงที่ช่อดอกแยกแขนง ดอกใหญ่กว่า และสีเข้มกว่า ส่วน C.javanica นั้น มีเขตกระจายพันธุ์ทางภาคใต้ของไทยลงไปถึงมลายู และอินโดเนเซีย แตกต่างกับกัลปพฤกษ์ตรงที่ฝักแก่ไม่มีขนปกคลุม ใบย่อยมีจำนวนคู่มากกว่า (6-15) คู่ และกลีบรองกลีบดอกมีขนาดสั้นประมาณ 5 มม. เท่านั้น ทั้งสองชนิดนี้เวลาออกดอกไม่ทิ้งใบ และลำต้นเมื่อยังมีอายุน้อยจะมีหนามแข็งๆ ตามลำต้น เกิดจากกิ่งที่ชะงักงัน&lt;br /&gt;ประโยชน์ : เนื้อไม้และเปลือกมีสารฝาดใช้ฟอกหนัง ฝัก ใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน ถือเป็นไม้มงคลที่น่าหามาปลูกตามความเชื่อที่ว่า "บ้านเรือนใดปลูกกัลปพฤกษ์ไว้จะมีโชค มีชัย"&lt;br /&gt;ที่มาข้อมูลบางส่วน : ข้อมูลพรรณไม้ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อ่านตำนานเค้าซะก่อน อลังการมากกกกกกก&lt;br /&gt;กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก จากข้อมูลในพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้พูดถึงเรื่องกัลปพฤกษ์ไว้ว่า “ตามคติโบราณเชื่อกันว่า ต้นกัลปพฤกษ์มีอยู่ในแดนสวรรค์ หากผู้ใดปรารถนาสิ่งใด ก็อาจจะไปนึกเอาจากต้นไม้นี้ได้ ดังนั้น สมัยโบราณจึงได้มีการทำรูปแบบจำลองต้นกัลปพฤกษ์ต้นไม้สารพัดนึกขึ้น โดยเกี่ยวเนื่องกับงานที่เป็นพิธีหลวง บางโอกาสเพื่อใช้เป็นที่ติดเงินปลีกสำหรับทิ้งทานให้แก่คนยากจน ตัวอย่างเช่น งานพระราชทานเพลิงพระศพหรือศพ เช่น การพระราชทานเพลิงศพท้าวสมศักดิ์ ที่วัดสุวรรณาราม ในรัชกาลที่ 1 มีหมายรับสั่งว่า “อนึ่ง ให้สมุห์บัญชีจัตุสดมภ์เบิกไม้ไปทำโรงโขนโรงหุ่น แล้วให้จัดแจงต้นกัลปพฤกษ์ไม้เสียบลูกกัลปพฤกษ์ แลกระไดขึ้นต้นกัลปพฤกษ์ให้พร้อม” กับ “ให้เกณฑ์ผลมะกรูด ผลมะนาว ขุนหมื่นเข้าส้มทิ้งทาน ตำรวจรักษาต้นกัลปพฤกษ์วันละ 2 ต้น” ทั้งนี้ โครงพุ่มของต้นกัลปพฤกษ์ โดยทั่วไปมักทำเป็นโครงไม้ผูกเป็นพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ แต่ละชั้นจะติดลูกมะนาว มะกรูด ซึ่งเจาะให้เป็นรูใส่เงินปลีกไว้ข้างใน ใต้พุ่มทำยกพื้นขึ้นเสมอระดับตา ใช้เป็นที่ยืนทิ้งทาน เมื่อถึงเวลาทิ้งทาน พนักงานซึ่ง “นุ่งสมปักลายเสื้อครุย สวมลอมพอก” จะพาดกระไดขึ้นไปยืนอยู่บนยกพื้นใต้พุ่มต้นกัลปพฤกษ์ แล้วดึงลูกส้ม มะนาว มะกรูด ที่เสียบปลายไม้ที่เหลาเรียวยาวคล้ายคันเบ็ด วัดเหวี่ยงให้ลูกส้มปลิวไปตกห่างๆ ต้นกัลปพฤกษ์ คนที่รออยู่ข้างล่างก็จะกลุ้มรุมเข้าชิงลูกส้มกันอย่างสนุกสนาน กัลปพฤกษ์หรือต้นไม้สารพัดนึกจำลองนี้ จัดเป็นสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วยศิลปลักษณะประเภทหนึ่ง เป็นประเพณีนิยมที่มีแต่โบราณ แล้วค่อยเสื่อมความนิยมลงในตอนปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ต่อมาในระยะหลังๆ ก็ยังจัดทำต้นกัลปพฤกษ์จำลองขึ้นอีก ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานศพแล้ว แต่จะเป็นงานเทศกาลรื่นเริง เช่น ปีใหม่ ก็จะนำสลากของขวัญไปติดไว้ที่ต้นกัลปพฤกษ์ ให้ผู้ร่วมงานได้สอยกัลปพฤกษ์รับของขวัญกันเป็นที่สนุกสนาน สำหรับปัจจุบัน ต้นไม้ที่เรียกกันว่า กัลปพฤกษ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana Craib อยู่ในวงศ์ Leguminosae มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกกันต่างไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย คือ กัลปพฤกษ์ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ), กานล์ (เขมร-สุรินทร์), ชัยพฤกษ์ (ภาคเหนือ) เป็นต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงราว 12-15 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกสีเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่เรียงสลับมีขนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน และจะทิ้งใบหมดยาม ออกดอกระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน เป็นไม้ขนาดเล็กที่มีดอกดกมาก ออกเป็นพวงห้อยลง หรือเป็นช่อตั้งขึ้นตามกิ่งหรือซอกใบ ดอกมี 5 กลีบมีเกสรตัวผู้สีเหลืองอยู่ตรงกลาง ออกดอกสะพรั่งทั่วทุกกิ่งก้าน แลดูสวยงามไปทั้งต้น มีกลิ่นหอม ยามแรกบานเป็นสีชมพูอ่อนสดใสและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ไปเรื่อยๆ จนใกล้ร่วงโรย ส่วนผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 20-30 ซม. ภายในมีเมล็ดแบนๆ กลมรีสีน้ำตาลเป็นมันเรียงตัวอยู่ราว 30-40 เมล็ด เนื่องจากกัลปพฤกษ์มีดอกดกสวยงาม จึงมักปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือนและถนนหนทางต่างๆ แต่ประโยชน์ทางด้านพืชสมุนไพรก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะเนื้อในฝัก ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ, เมล็ด ใช้บำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น หืด ริดสีดวง แน่นหน้าอก ขับลม โลหิตพิการ ถ่ายพยาธิ และแก้ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง และร่างกาย เป็นต้น ปัจจุบัน ต้นกัลปพฤกษ์เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดขอนแก่น &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-1026243916567230700?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/1026243916567230700/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/02/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1026243916567230700'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1026243916567230700'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/02/blog-post.html' title='ช่อกัลปพฤกษ์ กับคำอธิฐาน'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TU5JKaYsDXI/AAAAAAAAAls/swId1z447yY/s72-c/DSC08407.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3000873431802343255</id><published>2011-01-11T05:47:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:23:40.949-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หญ้าแห้วหมู มุดธรณี สมุนไพรรักษาอาการขาดธาตุดิน'/><title type='text'>หญ้าแห้วหมู มุดธรณี สมุนไพรรักษาอาการขาดธาตุดิน</title><content type='html'>อ่านประวัติของหลวงปู่ดู่ พระที่เรานับถือมาก ๆ องค์หนึ่ง ซึ่งท่านมีเมตตาบารมีสูงมาก มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผู้เขียนเล่าว่า "วันหนึ่ง.. ทางบ้านส่งข่าวมาว่าบิดาผู้เขียนป่วยหนัก เข้าห้องไอซียู อาการน่าเป็นห่วงโอกาสรอดตาย ๑๐% ลูกศิษย์ของผู้เขียนคนหนึ่ง ชื่อ ประเสริฐได้เดินทางไปวัดสะแก เรียนให้หลวงปู่ทราบท่านบอกว่า"อธิษฐาน เอากายทิพย์ของพ่ออาจารย์เขามาข้าจะแผ่เมตตาให้ถ้าบุญดีไม่ถึงคราวก็รอดถ้าถึงคราวก็ไปสวรรค์เปลี่ยนตัวซะก่อนให้เขามารับบุญไป"ประเสริฐก็เดินทางมาบอกผู้เขียนผู้เขียนพร้อมพระหลายๆ องค์ ก็นั่งสมาธิภาวนาแผ่เมตตาโดยอ้างเอากุศลที่ได้บวชเรียน ส่งกุศลไปให้บิดาประกอบกับพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อหวล ภูริภัทโทได้ตรวจดูชะตาบอกว่า ยังไม่เป็นไรร่างกายขาดธาตุดิน ให้เอาหญ้าแห้วหมูโบราณเรียกว่า "มุดธรณี" ต้มให้กินผู้เขียนก็ใจชื้นขึ้น แต่ก็ไม่วางใจมีพระลูกศิษย์ที่นั่งมโนมยิทธิ ได้ลงไปที่สำนักพระยายมราชเห็นมีรายชื่ออยู่จึงอธิษฐานให้รอดตายได้ขอให้ท่านรอด จะสร้างพระให้องค์หนึ่งผู้เขียนรับฟังรายงาน ทำใจเป็นปกติตอนเช้าขณะออกไปบิณฑบาตได้แวะเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลพอเข้าไปเห็นบิดา อาการผิดกับแต่วันก่อน"&lt;br /&gt;เรื่องปาฏิหาริย์ขององค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย เราไม่เคยสงสัย เพราะเชื่อว่ามีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของท่านเหล่านั้นคุ้มครองประเทศไทยนี้อยู่ แต่ได้อ่านถึงเรื่อง หญ้าแห้วหมูหรือมุดธรณีที่หลวงพ่อหวล ภูริภัทโท ได้ตรวจดูดวงชะตาและระบุว่าผู้ป่วยท่านนี้ขาดธาตุดิน ให้นำมาต้มกิน จึงอยากบันทึกไว้ เผื่อใครจะได้น้อมนำไปใช้กัน และอย่าลืมอธิษฐานอุทิศบุญให้แก่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านผู้นำภูมิความรู้นี้มาใช้และเผยแพร่ ย่อมจะเป็นผลดีแก่ตนเองอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;เราคงไม่ต้องพูดถึงหญ้าแห้วหมูมากนัก เนื่องจากเคยพูดไปบ้างแล้ว คนแต่โบราณถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเยี่ยม คนปัจจุบันใช้นำมาลดไขมันในเลือด&lt;br /&gt;แต่ไหน ๆ ก็รวบรวมไว้อีกซักหน่อยละกัน&lt;br /&gt;หญ้า แห้วหมูหรือหญ้าขนหมู เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ นิยมนำส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินมาใช้ทำยา มีรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ มีฤทธิ์ยับยั้งการหดเกร็งและการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อมาลาเรีย ต้านเชื้อไวรัส ฆ่าแมลง แก้ไข้ แก้ปวด ต้านมะเร็ง แก้อาเจียน ทำให้น้ำหนักตัวลดลง กดการทำงานของหัวใจ กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีการนำหญ้าแห้วหมูไปเข้าตำรับยาแก้ปวด แก้โรคกระเพาะ แก้ปวดประจำเดือน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีการวิจัยพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตำรับยาไทย หัวหญ้าแห้วหมูมีสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงครรภ์ แก้ธาตุพิการ ช่วยให้เจริญอาหาร ขับพยาธิไส้เดือน ขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้บิด ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ใช้พอกดูดพิษ ทาแก้แมลงกัดต่อย แก้กระษัย ส่วนใบ ใช้ห้ามเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ ใช้หญ้าแห้วหมูบำรุงสุขภาพ จะใช้แบบเดี่ยวในรูปชาชง หรือแบบตำรับยาก็ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ มีผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการใช้หญ้าแห้วหมูเล่าว่า ท่านใช้แบบบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนรับประทาน ตั้งแต่อายุ 40 กว่าปี จนย่างเข้าวัย 60 ปีแล้วยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย หูตาสว่างไสว ไม่มีโรคเบียดเบียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้ ในรูปแบบชาชงหรือต้ม ถ้าทำเป็นชาก็นำส่วนหัวมาบดเป็นผงให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม หรือนำเอาหัวแห้วหมูทุบให้แหลก ต้มดื่ม เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย ช่วยให้หูตาสว่าง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ลดไขมัน ลดความดันโลหิต ลดไข้ แต่ต้องระวังอย่าให้มีปริมาณเข้มข้นมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ จะไปบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ ตำรับยาที่มีสรรพคุณลดไขมันในร่างกาย คือ แห้วหมูทั้ง 5 (ถอนเอาทั้งต้นจนถึงราก) จำนวนมากน้อยตามต้องการ ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปคั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นชาลดไขมันในร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้ลดความอ้วน มีตัวยา หัวแห้วหมูหนัก 5 บาท หัวกระชายหนัก 5 บาท บอระเพ็ดหนัก 4 บาท มะตูมอ่อนแห้งหนัก 4 บาท เหงือกปลาหมอหนัก 10 บาท พริกไทยล่อนหนัก 10 บาท ส่วน ผสมทั้งหมดบดละเอียด นำไปปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา เก็บไว้รับประทานก่อนนอนทุกคืน นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรับ ยาอายุวัฒนะของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ตัวยาประกอบด้วย พริกไทยดำ 10 เม็ด ดีปลี 10 ดอก หัวแห้วหมู 10 หัว ตัวยาทั้งหมดบดเป็นผงละเอียด ชงกับน้ำผึ้งแท้ รับประทานก่อนนอน ตำรากล่าวว่า ยาตำรับนี้ให้ทำเฉพาะในวันเสาร์เท่านั้น และรับประทานให้หมดในวันนั้นด้วย มิให้เหลือทิ้งไว้ และเสาร์ต่อไปค่อยทำใหม่ ผู้ใช้ยาตำรับนี้ร่างกายจะปราศจากโรคภัย มีอายุยืนยาวนับ 100 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก้ ลมสลักอก อาการแน่นอก จุกอก รับประทานอาหารไม่ได้ มีตัวยา หัวแห้วหมู ใบมะตูม ผักคราดหัวแหวน ขิงแห้ง เถาบอระเพ็ด ใบหนาด ดอกดีปลี พริกไทย น้ำหนักเสมอภาค บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำต้มสุก หรือผสมกับสุรา รับประทานเช้า-เย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาแก้โรคลมอัมพาต ยาแก้โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ตำรับที่ ๑ ท่านให้เอา หัวกระเทียม ๓๐ หัว ( หั่นกลางออกเป็น ๒ ซีก ) ตากแดดให้แห้ง ชั่งน้ำหนักไว้ ขิงแห้ง ๑ หัวแห้วหมู ๑ โคกกระสุน ๑ เอาตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ รวมชั่งน้ำหนักให้เท่ากับน้ำหนักของหัวกระเทียมทั้งหมด นำมาใส่ หม้อดินต้ม ใช้น้ำยารับประทานต่างน้ำชาสรรพคุณ แก้โรคลมอัมพาต มีอาการมือเท้าตาย ให้ดีนักแลฯ&lt;br /&gt;ยาแก้โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ตำรับที่ ๓ ท่านให้เอา แก่นขี้เหล็ก ๒ บาท ตรีผลา สิ่งละ ๒ บาท ใบมะกา ๒ บาท แห้วหมู ๒ บาท ตองแตก ๒ บาท บอระเพ็ด ๒ บาท ขมิ้นอ้อยแห้ง ๒ บาท โกฐน้ำเต้า ๒ บาท เทียน ทั้ง๕ สิ่งละ ๕ บาท ฝักราชพฤกษ์ ๒ บาท ดีเกลือ ๒ บาท ยาดำ ๕ บาท เอายาทั้งหลายใส่หม้อดินต้ม ใช้น้ำยารับประทานก่อนอาหาร เช้า - เย็น ครั้งละ ๑ แก้วสรรพคุณ รักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นพิการ ปวดเส้น ปวดขา และปวดตามข้อ ได้ผลดีนักแลฯ&lt;br /&gt;ยาแก้โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ตำรับที่ ๗ ยาแก้อัมฤกษ์ อัมพาต ท่านให้เอา เหงือกปลาหมอ ๒ บาท ขิง ๒ แง่ง แห้วหมู ๑ บาท พริกไทยร่อน ๑ ซอง (ที่เขาขาย) เกลือแกง ต้มดื่ม ก่อนอาหารสรรพคุณ แก้ลมอัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเอ็นพิการ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ได้ผลดีชะงัดนักแลฯ&lt;br /&gt;ข้อมูลจากสารศิลปยาไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รสเผ็ด หอมปร่า บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น อืดเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงทารกในครรภ์ ขับลม เป็นยาอายุวัฒนะ ขับความเย็น ระงับปวด แก้หวัดลม หวัดหนาว แก้ปวดท้องเนื่องจากเสพกามกิจมาก ปวดเมื่อยขา หลังคลอด แน่นหน้าอก บวมลม ใช้หมักทำให้เกิดแป้งข้าวหมาก แป้งเหล้าได้ดี ใช้ร่วมกับเถาสะค้าน กระวาน ดีปลี ผสม ทำแป้งเหล้า นำมากลั่นได้เหล้ายาบำรุงกำลัง&lt;br /&gt;ความลับของหัวหญ้าแห้วหมู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑. แก้ไข้ได้ดี ทั้งต้นทั้งหัว ล้างสะอาดต้มน้ำดื่ม&lt;br /&gt;๒. แก้โรคบิด เอาหัวแห้วหมู บดกับขิงแก่ปั้นเป็นลูกยาลูกกลอน ผสม น้ำผึ้งแท้&lt;br /&gt;๓. แก้ปัสสาวะขัด หัวหญ้าแห้วหมูสดๆ ล้างให้สะอาด ตากแห้งบด ละเอียดปั้นลูกกลอนกิน แก้ปัสสาวะขัดดีมาก&lt;br /&gt;๔. แก้ผื่นคัน หัวแห้วหมูบดละเอียด ผสมน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย ทา ที่เป็นบ่อยๆ จะทุเลาลง จนหายไปในที่สุด&lt;br /&gt;๕. รักษาแผลสด ใช้ต้นและใบหญ้าแห้วหมู โขลกใส่น้ำปูนใสเล็กน้อยเอามาพอกแปะกดที่แผลเลือดจะหยุดไหล&lt;br /&gt;๖. บำรุงธาตุ ใช้หัวแห้วหมู ๑ ฝ่ามือ ต้มเอาน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขาวเปอร์เซียร์ใช้หัวแห้วหมู ๖-๘ หัวบดกับขิงแก่ ๔-๕ แว่น ผสมกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ ปวดท้อง&lt;br /&gt;๗. ยาอายุวัฒนะ ใช้หัวหญ้าแห้วหมูล้างน้ำให้สะอาด เคี้ยวกินหรือ ทุบให้แหลกและไปคั่วไฟ ชงกินต่างน้ำชา จะทำให้หายปวดเมื่อย ฟันแน่นแย็งแรง ไม่ชรา ดวงตาสว่างไสวดี แม้อายุจะมาก หรือไข้หัว แห้วหมูแห้ง ๔ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ลูกแป้ง ๑ ส่วน โขลกละเอียดปั้น น้ำผึ้งเม็ดเท่าพุทรา กินวันละ ๒ เม็ด เช้าและก่อนนอน&lt;br /&gt;๘. ลดไขมัน เอาหัวแห้วหมูทั้งหัว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนกินต่างน้ำชา&lt;br /&gt;๙. ระงับอาการหอบหืด เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน&lt;br /&gt;๑๐. ลดความดันโลหิต ยาชงหัวแห้วหมู ทำให้ ความดันโลหิตลดลง ใช้หัวแห้วหมู ๑ ส่วน กับน้ำร้อน ๑๐ ส่วน จะได้ผลดีที่สุด&lt;br /&gt;๑๑ แก้อาเจียน&lt;br /&gt;๑๒. ลดอาการปวดเกร็งในลำไส้&lt;br /&gt;๑๓. แก้นิ่วกรดในทางเดินปัสสาวะ หัวแห้วหมูมีสารชนิดหนึ่ง สามารถละลายก้อนนิ่วกรด ที่เกิดจากการกินอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก เกินไป&lt;br /&gt;๑๔. บำรุงหัวใจ ถ้ากินน้อยเป็นยาบำรุงหัวใจ ถ้ากินมากเกินไป จะบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้น&lt;br /&gt;๙. ระงับอาการหอบหืด เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน&lt;br /&gt;๑๐. ลดความดันโลหิต ยาชงหัวแห้วหมู ทำให้ ความดันโลหิตลดลง ใช้หัวแห้วหมู ๑ ส่วน กับน้ำร้อน ๑๐ ส่วน จะได้ผลดีที่สุด&lt;br /&gt;๑๑ แก้อาเจียน&lt;br /&gt;๑๒. ลดอาการปวดเกร็งในลำไส้&lt;br /&gt;๑๓. แก้นิ่วกรดในทางเดินปัสสาวะ หัวแห้วหมูมีสารชนิดหนึ่ง สามารถละลายก้อนนิ่วกรด ที่เกิดจากการกินอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก เกินไป&lt;br /&gt;๑๔. บำรุงหัวใจ ถ้ากินน้อยเป็นยาบำรุงหัวใจ ถ้ากินมากเกินไป จะบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้น&lt;br /&gt;๑๕. ระงับเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันหอมระเหย ที่มีอยู่ในหัวแห้วหมู สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ สแต๊ฟ ได้แต่เพียงอย่างเดียว ( เชื้อนี้ทำให้เกิดฝีเจ็บคอและท้องเสีย)&lt;br /&gt;๑๖. ระงับเชื้อรา หัวหญ้าแห้วหมูนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สาร ที่ต้านเชื้อราได้&lt;br /&gt;๑๗. ปวดท้องเพราะมากในกามกิจ แห้วหมู หญ้าเปลือกหอย ใบบัวบก อย่างละครึ่งตำลึง ตำแหลก เอาน้ำชงเหล้า รับประทาน ใช้กาก พอกที่สะดือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาลดความอ้วน&lt;br /&gt;๑. บอระเพ็ด๒. มะตูมอ่อนแห้ง๓. หัวกระชาย๔. หัวแห้วหมู๕. เหงือกปลาหมอ๖. พริกไทยอ่อน&lt;br /&gt;๔๔๕๕๑๐๑๐&lt;br /&gt;บาทบาทบาทบาทบาทบาท&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอนขนาดเม็ดพุทรา&lt;br /&gt;วันละ ๑ เม็ด ก่อนนอนทุกคืน&lt;br /&gt;ลดความอ้วน บำรุงร่างกายให้แข็งแรง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ&lt;br /&gt;ข้อมูล จากสารศิลปยาไทย(๒๓)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 4 (หมอเมือง อภิญญา สันยาสี บภ.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาขนานนี้มีที่มาจากภาคใต้ของไทยเรา มีคนใช้กันเยอะ เพราะอยู่ในดงของอิสลามซึ่งชาย 1 คนสามารถมีภรรยาได้ 4 คน ภรรยาจึงต้องแข่งขันกันเพื่อให้สามีรักที่สุด ร.ต.อ.เปี่ยมได้นำมาเผยแพร่ แต่ผู้เขียนได้ตำรานี้จากน้องชายซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์อินทร์ วัดโขลงคูบัว ราชบุรี ท่านแนะนำให้คุณหญิงคุณนายที่สามีแอบไปมีเมียน้อยทำกิน สามีกลับมาหาทุกราย ผู้เขียนก็มียานี้ไว้ประจำสำหรับคนมีปัญหาดังว่า ตำรายามีดังนี้&lt;br /&gt;1. หัวไพล 1 ขีด 2. ขมิ้นอ้อย 1 ขีด&lt;br /&gt;3. ขมิ้นชัน 1 ขีด 4. หัวแห้วหมู 1 ขีด&lt;br /&gt;5. หัวกระชาย 1 ขีด 6. พริกไทยล่อน 2 ขีด&lt;br /&gt;ต้องทำเป็นยาผงก่อน แล้วผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานก่อนนอนวันละไม่เกิน 2 เม็ดในพุทรา ถ้ารับประทานมากจะผายลมตลอด หรือถ้าเป็นคนธาตุร้อนหรือโรคไตไม่ควรกิน เพราะเป็นยาร้อน คนเฒ่าแก่กินดีมาก จะบำรุงธาตุไฟให้บริบูรณ์ และขับผายลมได้ดียิ่ง ตำราว่าแม้สตรีจะมีบุตรสัก 10 คนก็ยังเหมือนสาวน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรับต่อมาเป็นตำรายาที่ขึ้นชื่อมาก ส่วนมากหมอยาในกรุงเทพ ฯ และภาคกลางล้วนรู้จักและปรุงกินกันมาก แต่ท่านว่าอายุหนุ่มน้อยกินไม่สู้ดี เพราะธาตุไฟแรงจะเผาร่างกายให้ผ่ายผอม เหมาะสำหรับคนอ้วนต้องการลดความอ้วนกินยานี้น่าจะดี ตัวยามีดังนี้&lt;br /&gt;1. เปลือกทิ้งถ่อน 2. เปลือกตะโกนา 3. เถาบอระเพ็ด 4.เมล็ดข่อย&lt;br /&gt;5. หัวแห้วหมู 6. หัวกระชาย 7.พริกไทยล่อน&lt;br /&gt;ยาทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้งกินก่อนนอน วันละ 1-2 เม็ด ท่านว่ากินได้ 1 เดือนตัว&lt;br /&gt;พยาธิ์ลำไส้ออกมาหมด หายจากอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียโดยไม่ต้องอาศัยหมอนวดบีบ การหมุนเวียนโลหิตดี เลือดลมไหลสะดวก เรื่องอย่างว่าก็สู้บ่ยั่นเหมือนกัน ถ้าเป็นพระทำฉันให้งดกระชายเสีย เพราะเป็นยาบำรุงกามารมณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 19 บำรุงร่างกาย&lt;br /&gt;1. หัวขิง 2. หัวข่าเล็ก 3. หัวแห้วหมู 4.เถาบอระเพ็ด&lt;br /&gt;5.ดอกดีปลี 6. กระเทียม 7. รากแจง 8.สมอเทศ&lt;br /&gt;9. สมอไทย 10.สมอพิเภก 11.สมอดีงู 12.ลูกมะขามป้อม&lt;br /&gt;สมุนไพรทั้งหมดนี้ใช้สัดส่วนเท่ากัน ตากแดดให้แห้งดีแล้วจึงทำเป็นยาผง ใช้ละลายน้ำร้อนรับประทานก่อนอาหารเย็น ทำให้นอนหลับสบาย ท้องไส้ทำงานดีไม่มีลมเบียดเบียน ร่างกายกลับแข็งแรง คนแก่ก็จะกลับเป็นหนุ่มสาว&lt;br /&gt;เอายาทั้งหมดนี้มาตำเข้าด้วยกัน แล้วใส่โหลหรือกระปุกเก็บไว้รับประทานก่อนอาหาร หรือก่อนนอน เป็นยาขับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ถ้ารับประทานประจำโรคภัยหายหมด ผิวพรรณวรรณะก็ดีงาม กลิ่นตัวกลิ่นปากหรืออื่น ๆ จะหายไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 21 บำรุงร่างกาย&lt;br /&gt;ยานี้ชื่อยากำลังราชสีห์ ตัวยามี 5 อย่างด้วยกันคือ&lt;br /&gt;1. เถาบอระเพ็ด 2. หัวแห้วหมู 3. หัวกระชาย&lt;br /&gt;4. พริกไทยล่อน 5.เกลือสะตุ&lt;br /&gt;เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกันแล้วใส่โหล ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดให้สนิทแล้วนำไปฝังโคลนที่ชายน้ำในวันแรม 14 ค่ำ พอขึ้น 15 ค่ำของอีกเดือนหนึ่งจึงไปขุดขึ้นมารับประทาน ก่อนอาหารเย็นครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง จะมีกำลังดุจหนุมาน คำว่าแก่จะไม่มี ท่านว่าผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงได้รับประทาน แต่เรื่องการหมักโคลนนั้นมีเหตุผลทีต้องการความเย็น สมัยนี้ใส่ตู้เย็นย่อมเหมาะสมกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 34 บำรุงร่างกาย&lt;br /&gt;1. ขมิ้นอ้อย 2. ผักเสี้ยนผี 3.โคกกระสุน 4. หัวแห้วหมู&lt;br /&gt;ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ดพุทรา ทำให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 35.บำรุงร่างกาย&lt;br /&gt;เรื่อย ๆ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณผุดผ่องอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผู้กินยานี้อายุได้ 160 ปี&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 36. บำรุงสายตา&lt;br /&gt;เอาหัวแห้วหมูมาล้างให้สะอาด แล้วคั่วไฟ แล้วทุบให้แตก นำมาชงดื่มแบบน้ำชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย&lt;br /&gt;ร่างกายแข็งแรง ตาสว่างดุจคนหนุ่ม ฟันทนแข็งแรง ร่างกายกลับเป็นหนุ่มสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 38. บำรุงร่างกาย&lt;br /&gt;1. เมล็ดข่อย 2. พริกไทยล่อน 3. หัวแห้วหมู 4. หัวบัวขม&lt;br /&gt;5. หัวกระชายแก่ 6. ผักเสี้ยนผี 7. โคกกระสุน 8.เนื้อสมอทั้ง 3อย่างละ 10&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอามาทุบดองสุรา กินก่อนอาหารเย็น กินประจำอายุยืนถึง 100 ปี แข็งแรงทำงานหนักได้ดุจคนหนุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาอายุวัฒนะขนานที่ 51 แก้กามตายด้าน&lt;br /&gt;1. โด่ไม่รู้ล้ม 2. หัวกระชาย 3. พริกไทยล่อน 4. โสมแดง&lt;br /&gt;5. ลูกยอ 6. เหงือกปลาหมอแดง 7. ดอกดีปลี 8. ฟ้าทะลายโจร&lt;br /&gt;9.หัวแห้วหมู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ดขนาดเม็ดพุทรา รับประทานวันละ 2 เม็ดก่อนอาหาร ร่างกายจะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ความรู้สึกทางเพศจะดีมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลือกศึกษาเลือกใช้เอาแต่พอเหมาะพอควร แล้วแต่ผู้ใดจะถูกธาตุถูกโรค และใช้ธรรมะเป็นยาขนานเอกสำหรับทุก ๆ โรค ทุก ๆคน ด้วยจะได้ผลแน่นอน&lt;br /&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3000873431802343255?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3000873431802343255/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_11.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3000873431802343255'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3000873431802343255'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_11.html' title='หญ้าแห้วหมู มุดธรณี สมุนไพรรักษาอาการขาดธาตุดิน'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3860033842657223631</id><published>2011-01-10T02:00:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:24:14.529-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กาฝาก'/><title type='text'>กาฝาก พืชเบียนที่มีคุณอนันต์</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrevH6W1nI/AAAAAAAAAkg/6dEQpCxvGXA/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591%25E0%25B9%2593.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560501591101331058" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrevH6W1nI/AAAAAAAAAkg/6dEQpCxvGXA/s320/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591%25E0%25B9%2593.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ระโยงระยางจนหากิ่งต้นเดิมไม่เจอ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSreRv-pygI/AAAAAAAAAkY/Wo7WB63fH_0/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2599.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560501086460692994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSreRv-pygI/AAAAAAAAAkY/Wo7WB63fH_0/s320/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2599.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ส่วนรอยต่อที่กาฝากไปเกาะต้นแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrd47VAaPI/AAAAAAAAAkQ/0tK977_F6WI/s1600/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560500660010510578" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrd47VAaPI/AAAAAAAAAkQ/0tK977_F6WI/s320/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กาฝากเกาะต้นหว้า สรรพคุณแก้ท้องเสีย ดอกเค้าน่ารักดีนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrdcmRCgJI/AAAAAAAAAkI/LGSBJB_3VF8/s1600/DSC05618.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560500173320388754" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrdcmRCgJI/AAAAAAAAAkI/LGSBJB_3VF8/s320/DSC05618.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กาฝากต้นขี้เหล็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrc7pJ86QI/AAAAAAAAAkA/Hx6DrClh3SY/s1600/DSC05619.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560499607160285442" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrc7pJ86QI/AAAAAAAAAkA/Hx6DrClh3SY/s320/DSC05619.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กาฝากต้นขี้เหล็กฝีมือ หยก ถ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrcIcPxtbI/AAAAAAAAAj4/EgtWVXRhgjQ/s1600/DSC05341.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560498727521727922" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrcIcPxtbI/AAAAAAAAAj4/EgtWVXRhgjQ/s320/DSC05341.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กาฝากต้นสน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrbgr5ygKI/AAAAAAAAAjw/r0X2ZTmaQfc/s1600/DSC00011.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560498044529705122" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrbgr5ygKI/AAAAAAAAAjw/r0X2ZTmaQfc/s320/DSC00011.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กาฝากบนต้นพฤกษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrbJz8NVyI/AAAAAAAAAjo/_YRLYixwQeo/s1600/DSC00012.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560497651550344994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrbJz8NVyI/AAAAAAAAAjo/_YRLYixwQeo/s320/DSC00012.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; แหมถ่ายภาพได้สวยเหมือนกันแฮะ ต้นพฤกษ์ต้นนี้โดนกาฝากอาศัยว่านานแล้ว สีน้ำตาลเป็นย่อม ๆ คือกาฝากที่มาดูดกินแต่เค้าก็ยังอยู่ได้ แต่ที่น่ากลัวกว่ากาฝากคือ ตอนนี้รอรถปั้นจั่นมาโค่นเค้าอยู่&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;เราพึ่งรู้จักกาฝากได้ไม่กี่ปี เรานึกว่าเค้าเป็นไม้ต้นนั้นซะอีก กว่าจะรู้ว่านี้คือกาฝากซึ่งเป็นพืชเบียน เค้าเติบโตได้ดีจริง ๆ งามมาก จนบางทีแทบไม่รู้ว่าต้นนั้นใบจริงเค้าเป็นยังไง แต่แม้จะมีให้เห็นในธรรมชาติไม่มีใครเอากาฝากมาปลูกได้เอง ต้องรอให้ธรรมชาติจัดสรรเท่านั้น กาฝากมะม่วงกะล่อนถือเป็นสุดยอดสมุนไพรลดความดันโลหิต และกาฝากไม่ว่าจะขึ้นต้นไหนจะสามารถนำมารักษาตามสรรพคุณของตนนั้น ๆ ทันที เช่น ขึ้นต้นหว้าก็มีสรรพคุณฝาดสมานเหมือนเปลือกหว้า ขึ้นต้นทองกวาวก็ช่วยเรื่องความสวยความงามเหมือนทองกวาว ยิ่งกาฝากที่นำไปใช้ทำวัตถุมงคล ยิ่งมหัศจรรย์พันลึกไปใหญ่ อย่างเช่นกาฝากรัก กาฝากสวาท ของอะไรที่มนุษย์ทำขึ้นเองไม่ได้ แต่ธรรมชาติจัดสรรให้ ไม่เรียกว่ามหัศจรรย์ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ต้นไม้บางต้นหายากแล้ว ยิ่งต้นที่มีกาฝากมาเกาะอีกคิดดูว่าจะหายากขนาดไหน&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กาฝาก เป็นพืชที่อาศัยเกาะขึ้นกับพืชอื่น และแย่งอาหารจากพืชที่เกาะอยู่และบางชนิดก็แย่งอาหารจากพวกกาฝากด้วยกันพืชพวกกาฝากจะมีรากชนิดหนึ่งเรียกว่า รากเบียนที่แทงทะลุเปลือกไม้เข้าไปถึงขั้นเยื่อสร้างความเจริญเติบโตของพืชที่อาศัยอยู่ พืชกาฝากแบ่งออกเป็น 2 พวกคือ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;๒.๑พวกเบียนลำต้นเป็นพืชในวงศ์ลแรนทาซิอีซึ่งมีหลายสกุล และมากมายหลายชนิด พบขึ้นทั่วไปตามต้นไม้ต่างๆ และมักเรียกชื่อตามต้นไม้ที่เกาะเบียนอยู่ เช่น กาฝาก มะม่อง กาฝากก่อตาหมู เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;๒.๒พวกเบียนรากมีหลายวงศ์ เช่น วงศ์ขนุนดิน อาศัยเกาะกินรากต้นไม้ป่าชนิดต่างๆ ตัวอย่างเช่น ขนุนดินลําต้นแยกแขนงสั้นๆ ชิดกันเป็นกระปุกใหญ่สีน้ำตาล ผิวขรุขระ ส่วนโหราเท้าสุนัข ซึ่งใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งนั้น ลำต้นแยกแขนงข้อนข้างห่างกัน วงดอกดิน อาศัยเกาะกินอาหารจากรากไผ่ วงบัวผุด ได้แก่ กระโถนฤาษี ดอกตูม และ ก้อนกลมๆ สีขาว เวลาบานจะเห็นภายในเป็นสีน้ำหมากประเหลือง กลิ่นไม่ชวนดม &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตำรับยาลดความดันโลหิตสูงของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยารักษาความดันโลหิตสูงขนานที่ ๑&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนผสมของตัวยากาฝากมะม่วงทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ โดยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงอะไรก็ได้ เอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.วิธีปรุงยาเอากาฝากมะม่วงสดๆ สับเป็นชิ้นๆ รวมทั้งใบและรากที่เกาะกิ่งมะม่วง เอามาตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดดจากนั้นเอามาเก็บเอาไว้ในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด เวลาเอามาใช้ ก็เอามาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำให้ท่วมพอสมควร ต้มเคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ด้วยเวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาทียกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเองขนาดรับประทานดื่มเช้า กลางวัน และเย็น ครั้งละ ๑ แก้ว หรือดื่มแทนน้ำชาก็ได้ทั้งวัน แทนน้ำชาจีนไปได้เลยหิวน้ำก็ดื่มน้ำกาฝากต้นมะม่วงนี้แหละสรรพคุณแก้อาการความดันโลหิตสูงได้ดีมากมีผู้หายจากอาการของโรคนี้มาก่อนแล้วมากมาย &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยารักษาความดันโลหิตสูงขนานที่ ๓&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ส่วนผสมของตัวยากาฝากมะม่วงกะล่อนทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ ด้วยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงกะล่อน สับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.วิธีปรุงยาเอากาฝากมะม่วงสดๆ มาสับเป็นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดดแล้วเอามาใส่ลงไปในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด ป้องกันอากาศเข้าไปได้ เก็บเอาไว้ใช้ได้นานวันเวลาจะใช้เอากาฝากมะม่วงที่ตากแห้งแล้วนี้ มาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วมตัวยานี้ ต้ม เคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ประมาณ ๑๕ นาที ให้ตัวยาละลายออกมามากๆ แล้วยกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเองขนาดรับประทานดื่มน้ำกาฝากมะม่วงกะล่อนนี้ ครั้งละ ๑ แก้ว เช้า กลางวันและเย็น หิวน้ำก็ดื่มน้ำนี้แทนน้ำไปเลยก็ได้สรรพคุณอาการความดันโลหิตสูง จะค่อยๆ ทุเลาลงไปเรื่อยๆ ปจนหายเป็นปกติดีแล้ว ก็หยุดดื่มได้มีผู้หายจากอาการของโรคนี้มาก่อนแล้วมากมาย &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3860033842657223631?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3860033842657223631/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_5308.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3860033842657223631'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3860033842657223631'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_5308.html' title='กาฝาก พืชเบียนที่มีคุณอนันต์'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrevH6W1nI/AAAAAAAAAkg/6dEQpCxvGXA/s72-c/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2591%25E0%25B9%2593.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-6840978347788254895</id><published>2011-01-10T01:39:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:24:55.744-07:00</updated><title type='text'>คือความรัก</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrXNV5Q5EI/AAAAAAAAAjg/QXdGOxSY7Aw/s1600/DSC05585.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560493314157896770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrXNV5Q5EI/AAAAAAAAAjg/QXdGOxSY7Aw/s320/DSC05585.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; รูปภาพที่ให้หยกถ่าย ธรรมชาติความเรียบง่ายที่ซ่อนความยิ่งใหญ่ไว้ข้างใน&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrWsXxtk0I/AAAAAAAAAjY/4eA7gk0PPKo/s1600/DSC05631.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560492747727409986" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrWsXxtk0I/AAAAAAAAAjY/4eA7gk0PPKo/s320/DSC05631.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ตาหลาน อยู่เพื่อกันและกัน เห็นเค้าแล้วนึกถึงตัวเองในวัยเท่าๆกัน ที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ เศร้า สับสน ค้นหา แต่ดูเหมือนหยกน่าจะไปได้เร็วกว่าเรา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อยากสารภาพว่าเราเป็นลูกและเป็นแม่คนที่แย่มาก เราไม่มีเวลาที่จะดูแลพ่อแม่และลูกชายคนเดียวของเราได้อย่างที่คนเป็นแม่ควรจะทำและหลายๆครั้งทำให้พ่อแม่ลำบากและเป็นทุกข์อย่างมากเกี่ยวกัวตัวเรา ขอบคุณพ่อแม่ที่เป็นที่สุดของลูกผู้ที่อยู่ข้างลูกเสมอทั้งยามสุขหรือทุกข์ ขอบคุณหยกลูกชายคนเดียวของแม่ที่เป็นเด็กดีและพยายามที่จะไม่สร้างความหนักใจให้กับแม่ ผู้ถอดนิสัยทั้งหมดทั้งมวลออกมา ลูกชายที่แม่ตั้งชื่อจากความประทับใจในตัวละครที่ชื่อ "หยก" จากเรื่องอยู่กับก๋ง "คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำความดีได้" ข้อความจากนวนิยายเรื่องนี้ทำให้เราเป็นคนแบบนี้ ทำให้เรามีลูกชื่อหยก อัญมณีทรงคุณค่าที่จะพิสูจน์ตัวตนตามวันเวลา ความใฝ่ฝันของเราอาจต่างจากแม่คนอื่นมากนัก เราอยากให้เค้าบวชแบบไม่สึก อยากให้พบพระธรรม โลกนี้วุ่นวายนัก หาความสุขจริงแท้ไม่มี เราไม่อยากให้เค้าตกไปอยู่ในกฏเกณฑ์จอมปลอมของโลก เรียนหนังสือสูงๆจะได้มีงานดีๆเงินเดือนดี ๆ มีรถ มีบ้าน ล้วนเป็นความว่างเปล่าที่หาสาระอันใดไม่ได้ น้ำท่วมโคราชที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความไม่เที่ยงมากมาย คนมีบ้านสูญบ้าน มีรถสูญรถ มีข้าวของต้องพบกับความสูญเสียอันไม่อาจประมาณได้ หลายๆคนนั่นคือทั้งหมดในชีวิตของเค้าที่ลอยหาย จมหายไปกับสายน้ำ โลกนี้เราไม่สามารถเอาอะไรไปได้ นอกจากบุญบาป ความดีความชั่ว น่าแปลกที่หยกกินเจด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี จนเดี๋ยวนี้อายุย่าง ๑๗ ปี แต่ยังไม่เชื่อในธรรมะ โจทย์ข้อเดียวที่ทิ้งไว้ให้เค้าก็คือ หาตัวเองให้เจอและมีความสุขกับชีวิตให้ได้ ไม่เรียนต่อไม่เป็นไร สอบได้ที่ไม่ดีไม่เป็นไร ทำอะไรผิดพลาดไปไม่เป็นไร ขอแต่นึกถึงพระคุณของตากับยายที่ให้ทั้งชีวิตเพื่อหลานคนนี้และขอให้มีความสุข เท่านั้นที่แม่ขอ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-6840978347788254895?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/6840978347788254895/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_8088.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6840978347788254895'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6840978347788254895'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_8088.html' title='คือความรัก'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrXNV5Q5EI/AAAAAAAAAjg/QXdGOxSY7Aw/s72-c/DSC05585.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-6050828336354808661</id><published>2011-01-10T00:47:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:25:42.378-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรเพ็ด ชิงช้าชาลี พี่น้องสุดยอดสมุนไพร'/><title type='text'>บรเพ็ดสูตรที่หลวงปู่เจี๊ยะท่านใช้รักษาอาการอาพาธ สาธุ</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrS83gyfjI/AAAAAAAAAjQ/uhuTKem5jM8/s1600/DSC05342.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560488633077759538" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrS83gyfjI/AAAAAAAAAjQ/uhuTKem5jM8/s320/DSC05342.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; พยายามถ่ายให้เห็นว่าต้นสนสูงแค่ไหนเค้าก็ล้อเล่นลงมาได้ยาวแค่นั้นแต่ไม่สามารถจับภาพได้ทั้งหมด ครั้นตั้งกล้องไกลไปยิ่งดูไม่ออก เอาไปตามวาสนาแล้วกัน เครื่องโน๊ตบุคน่รักแฮะไม่ยักกะดับ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrSVj0hhUI/AAAAAAAAAjI/SjPTyT6Gu3E/s1600/DSC05343.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560487957776926018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrSVj0hhUI/AAAAAAAAAjI/SjPTyT6Gu3E/s320/DSC05343.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ชิงช้าชาลีที่อยู่บนต้นสนสูง ราว๑๐เมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrP89JjKdI/AAAAAAAAAjA/pasYu-2ZD1U/s1600/DSC05347.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560485336056015314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrP89JjKdI/AAAAAAAAAjA/pasYu-2ZD1U/s320/DSC05347.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ใบเหมือยนบรเพ็ดแต่ไม่ค่อยมีปุ่มปม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrPXi-MD4I/AAAAAAAAAi4/QvDPlXay8HE/s1600/DSC05348.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560484693373882242" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrPXi-MD4I/AAAAAAAAAi4/QvDPlXay8HE/s320/DSC05348.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ทอดเถายาวเลื้อยเฟื้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrM1cMySHI/AAAAAAAAAiw/7YhxLODB6MY/s1600/%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560481908417251442" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 191px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrM1cMySHI/AAAAAAAAAiw/7YhxLODB6MY/s320/%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ยืมภาพกันมาเป็นทอด ๆ ขอบคุณๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrLde_c9RI/AAAAAAAAAio/9iAiVNX2_zA/s1600/%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560480397338146066" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 280px; CURSOR: hand; HEIGHT: 197px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrLde_c9RI/AAAAAAAAAio/9iAiVNX2_zA/s320/%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ยืมภาพกันมาเป็นทอดๆเราไม่เคยเห็นดอกเค้าเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จริงๆน่ามหัศจรรย์ เครื่องโน๊ตบุคของเรามันเก่าคร่ำคร่ามาก เงินจะซื้อจะซ่อมก็ไม่มี ไฟไม่เข้ามานานมาก เป็นอาทิตย์ๆ ไม่ว่าจะปลอบจะขู่ยังไงก็ไม่เป็นผล จนถอดใจยอมรับความเป็นไป เมื่อวานบังเอิญ เสียบปลั๊กโทรศัพท์มือถือ โดยที่ปลั๊กโน๊ตบุคคาอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้สนใจมัน เพราะคิดว่ามันตายดับไปแล้ว อยู่ ๆ ไฟมันติดขึ้นมา โดยที่ติดเท่าเดียวนี้ เห็นแปลกนัก เพราะปกติถ้าจะติดก้ไม่เกินสองชั่วโมง นี่ติดข้ามวันข้ามคืน มาจนบัดนี้ เห็นจะเป็นเพราะอยากให้เราทำอะไรบางอย่าง จนถึงเดี๋ยวนี้เราอ่านประวัติหลวงปู่เจี๊ยะในอินเตอร์เน็ทที่ยาวมากถึง ๒๕ หน้า อ่านจากหลังไปหน้า จากหน้าไปหลัง ดูวัตรปฏิบัติอันอาจหาญของท่าน เสียดายท่านไม่อยูแล้ว แต่สิ่งที่ท่านได้กระทำทิ้งไว้ยังเป็นสิ่งเตือนใจให้แก่ผู้อยู่ข้างหลังผู้ด้อยปัญญาอย่างเราได้ ความตอนหนึ่งท่านเล่าถึงความเจ็บป่วยของท่านดังนี้ "&lt;a name="๐๔๕_๒๗_เจ็บป่วยด้วยโรคปวดเส้นเอ็น"&gt;เจ็บป่วยด้วยโรคปวดเส้นเอ็น&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราจำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านโคกกับท่านพระอาจารย์มั่น เราได้เกิดเป็นโรคชนิดหนึ่งคือโรคเส้นเอ็น รู้สึกปวดเส้นอย่างแรงคล้ายถูกงูรัด เป็นจากเอวลงมา อาการปวดขยายออกไปทั้งตัวเดินไม่ได้ ครูบาทองปาน ซึ่งเป็นสหธรรมิกที่เคยอยู่เชียงใหม่กับหลวงปู่มั่นด้วยกัน ได้ทำยาขึ้นขนานหนึ่ง โดยเอาข้าวสารแช่น้ำและตำเป็นน้ำแป้งขาวๆ ประมาณ ๔-๕ ขวดเหล้า แล้วเอาบอระเพ็ดกำใหญ่มาตำ แล้วเอาน้ำใส่ กรองได้น้ำบอระเพ็ดพอประมาณ ๔-๕ ขวดเหล้าเหมือนกัน เสร็จแล้วเอาน้ำแป้งและน้ำบอระเพ็ดที่ตำนั้นผสมกัน แล้วเอาไปฝังทั้งขวดไว้ที่ใต้บันไดบ้านสามคืน จึงขุดเอามาฉันเวลาฝังให้จุกขวดโผล่จากดินประมาณ ๑ นิ้วฟุตตามพระวินัย น้ำแป้งข้าวนั้นพระจะฉันนอกเวลาไม่ได้ จึงต้องฉันระหว่างเช้าถึงเที่ยง ยานี้ฉันประมาณ ๓ วัน โรคที่เจ็บปวดตามเส้นนั้นก็หายไป ตำรายานี้ท่านว่าเป็นตำรายาของพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม มีคุณสมบัติแก้ไข้มาลาเรียได้ด้วย ขนาดของยาที่ฉันนี้ ให้ฉันวันละ ๑ ขวดเหล้า จนยาหมด&lt;br /&gt;ระหว่างที่เราป่วยอยู่นี้ ท่านพระอาจารย์มั่นท่านเมตตาจัดอาหารมาให้ฉัน แต่เราไม่ฉัน กราบเรียนท่านกลับไปว่า “ครูบาจารย์ ถ้าจะตายก็ให้มันตายไปเถอะ” แต่ก็ไม่เป็นอะไร ต่อมาอีก ๒ วันก็หายเป็นปกติ"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อันบรเพ็ดนี้ช่วยคนให้รอดพ้นจากความทรมานของโรคภัยไข้เจ็บมานักต่อนัก โดยเฉพาะผู้คนที่ต้องผ่านป่าเขาลำเนาไพร เป็นสุดยอดสมุนไพรอายุวัฒนะตัวหนึ่งเลยในความเห็นของเรา&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;บอระเพ็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f.&amp;amp; Thomson&lt;br /&gt;วงศ์ : Menispermaceae&lt;br /&gt;ชื่ออื่น : ตัวเจตมูลยาน เถาหัวด้วน (สระบุรี) หางหนู (สระบุรี,อุบลราชธานี) จุ่งจิง เครือเขาฮอ (ภาคเหนือ) เจตมูลหนาม (หนองคาย)&lt;br /&gt;ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เถากลมมีขนาดใหญ่เป็นปุ่มปม สีเทาอมดำ มีรสขม เปลือกลอกออกได้ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบยาว 8-10 ซม. ดอก ออกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละช่อ ดอกสีเขียวอมเหลือง มีขนาดเล็กมาก ผล รูปทรงค่อนข้างกลม สีเหลืองหรือสีแดง ส่วนที่ใช้ : ราก ต้น ใบ ดอก ผล ส่วนทั้ง 5 เถาสด&lt;br /&gt;สรรพคุณ :&lt;br /&gt;ราก - แก้ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต แก้ไข้พิษ ไข้จับสั่น- ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้- เจริญอาหาร&lt;br /&gt;ต้น- แก้ไข้ แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้เหนือ- บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ- แก้อาการแทรกซ้อน ขณะที่เป็นไข้ทรพิษ- แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้เลือดพิการ- แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้สะอึก แก้พิษฝีดาษ- เป็นยาขมเจริญอาหาร- เป็นยาอายุวัฒนะ&lt;br /&gt;ใบ- แก้ไข้ แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้จับสั่น- ขับพยาธิ แก้ปวดฝี- บำรุงธาตุ- ยาลดความร้อน- ทำให้ผิวพรรณผ่องใส หน้าตาสดชื่น- รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคันตามร่างกาย- ช่วยให้เสียงไพเราะ- แก้โลหิตคั่งในสมอง- เป็นยาอายุวัฒนะ&lt;br /&gt;ดอก- ฆ่าพยาธิในท้อง ในฟัน ในหู&lt;br /&gt;ผล- แก้เสมหะเป็นพิษ แก้ไข้พิษ- แก้สะอึก และสมุฎฐานกำเริบ&lt;br /&gt;ส่วนทั้ง 5บำบัดรักษาโรค ดังนี้- เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย แก้ไข้ปวดศีรษะ รักษาฟัน รักษาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ฝีมดลูก ฝีมุตกิต แก้ร้อนใน รักษาโรคเบาหวาน ลดความร้อน แก้ดีพิการ แก้เสมหะ เลือดลม แก้ไข้จับสั่น&lt;br /&gt;วิธีการและปริมาณที่ใช้ : ใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้&lt;br /&gt;อาการไข้ ลดความร้อน- ใช้เถาแก่สด หรือต้นสด ครั้งละ 2 คืบครึ่ง (30-40 กรัม) ตำคั้นเอาน้ำดื่ม หรือต้มกับน้ำโดยใช้ น้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ- หรือใช้เถาสด ดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ของยาที่เตรียมแล้ว&lt;br /&gt;เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร เมื่อมีอาการเบื่ออาหารโดยใช่ขนาดและวิธีการเช่นเดียวกับใช้แก้ไข้&lt;br /&gt;สารเคมี : ประกอบด้วยแคลคาลอยด์หลายชนิด เช่น Picroretine, berberine นอกจากนี้ยังประกอบด้วย colonbin, tintotuberide, N - trans - feruloyltyramine, N - cisferuloytyramine, phytosterol, methylpentose&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บรเพ็ดมีน้องสาวชื่อไพเราะว่าชิงช้าชาลี ขมน้อยกว่า ปุ่มปมน้อยกว่า มีรากอากาศทิ้งตัวลงมาเหมือนม่านบาหลี สรรพคุณใช้ทดแทนกันได้ ที่ทำงานเราเค้าห้อยระโยงระยางอยู่ทั่วไป ไม่ยักรู้ว่าเป็นไม้หายาก จนพวกสมาชิกในแมกโนเลียเค้าพูดถึงยอมแลกกับต้นไม้ที่เราคิดว่าหายาก เราถึงรู้ว่าชิงช้าชาลีหายาก เพราะพวกสมาชิกในแมกโนเลียไทยแลนด์เค้าเซียนของจริง ต้องถือว่าพวกนี้สุดยอด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora cordifolia., Mierชื่อไทยพื้นเมือง : จุ่งจะลิงตัวแม่วง์ : Menispermaceaeพืช ชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยยืนต้น ส่วนใหญ่จะเห็นลำต้นพาดหรือพันอยู่กับต้นไม้ กำแพงและเสาต่างๆ เป็นไม้เนื้ออ่อนแต่เหนียวมากใช้แทนเชือกได้ ลำต้นหรือที่เรียกว่าเถา มีลักษณะกลมโตเปลือกขรุขระมีตาแตกเป็นจุดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนประอยู่ตลอดเถา เป็นไม้ใบเดียว ใบจะมีสีเขียวรูปร่างเหมือนหัวใจ ใบจะเรียงสลับทางกันไปตามลำต้น การเลื้อยจะมีลีลาที่ทอดไปอย่างสวยงามมากเหมือนธรรมชาติได้เจาะจงให้ เถาวัลย์ชนิดนี้มีความงามและอ่อนหวานเหนือกว่าเถาวัลย์ชนิดอื่นดอก ของชิงช้าชาลีจะออกราวเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม ดอกมีสีเหลืองอ่อนเป็นดอกฝอยๆ และมีกลิ่นหอมมาก เวลามีดอก ลำต้นจะสลัดใบทิ้งหมดเถา เพื่อต้อนรับดอกอ่อนที่เกิดขึ้นการ ขยายพันธ์ง่ายมาก เพียงแต่ท่านปักกิ่งชิงช้าชาลีไว้ในดินที่มีความชุ่มชื้นพอควร มันก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องดูแลรักษามากเหมาะกับการปลูกเป็นไม้เลื้อยประดับมาก ยิ่งถ้าท่านจัดเถาของชิงช้าชาลีที่โตเต็มที่แล้วโยงให้แน่นระหว่างเสาหรือ ต้นไม้ใหญ่ ท่านก็จะได้ชิงช้าไว้ให้เด็กๆเล่น และถ้าได้พันหลายๆเถาและและถึงตอนมีดอกออกตลอดเถา อาจมีผู้ใหญ่แย่งเด็กเล่นชิงช้าก็ได้ (ข้อมูลจาก magnolia thailand ปล.ยืมภาพและข้อมูลดี ๆ มาจาก&lt;a href="http://suan-theva.igetweb.com/index.php?mo=3&amp;amp;art=171897" target="_blank"&gt;http://suan-theva.igetweb.com/index.php?mo=3&amp;amp;art=171897&lt;/a&gt; )&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ถ้าแม้นมีผู้ใดนำสูตรตำรับนี้ไปรักษาอย่าลืมอาราธณาเมตตาบารมีขององค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ และน้อมนำคำสอนของท่านเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-6050828336354808661?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/6050828336354808661/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6050828336354808661'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6050828336354808661'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_10.html' title='บรเพ็ดสูตรที่หลวงปู่เจี๊ยะท่านใช้รักษาอาการอาพาธ สาธุ'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSrS83gyfjI/AAAAAAAAAjQ/uhuTKem5jM8/s72-c/DSC05342.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-8220966243070038158</id><published>2011-01-09T18:17:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:26:27.139-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นมวัว(อ.ห้วยแถลง)'/><title type='text'>นมวัว  รสชาติดีในป่า อลังการไม้พุ่มรอเลื้อย</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpyHbZTRKI/AAAAAAAAAig/y728WVYPz7c/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2594.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560382161880827042" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpyHbZTRKI/AAAAAAAAAig/y728WVYPz7c/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2594.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ความสุขของชาวบ้าน&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpxCqfduvI/AAAAAAAAAiY/8Fon6OKH9uk/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2598.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560380980522236658" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpxCqfduvI/AAAAAAAAAiY/8Fon6OKH9uk/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2598.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;รูปนี้ต้องเป็นรูปสุดท้ายแต่ขี้เกียจเรียง ทำไม่เป็น รู้แต่ว่าเค้าอร่อยดี&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpwaLn14yI/AAAAAAAAAiQ/Fylr8nbEUe0/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2597.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560380285041107746" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpwaLn14yI/AAAAAAAAAiQ/Fylr8nbEUe0/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2597.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; กิ่งเค้ยาวพาดไปมา กินบริเวณไม่ใช่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpvQitjnMI/AAAAAAAAAiI/N8Gd2hXUjMY/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2593.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560379019928771778" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpvQitjnMI/AAAAAAAAAiI/N8Gd2hXUjMY/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2593.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ลูกเค้าเหมือนมะปราง ขนาดก็พอ ๆ กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpu4deJSJI/AAAAAAAAAiA/OgwRUDugnuY/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2592.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560378606205094034" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpu4deJSJI/AAAAAAAAAiA/OgwRUDugnuY/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2592.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีส้มสดใส ยั่วน้ำลายดีจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpuc6g3b5I/AAAAAAAAAh4/0OeadcZHpUY/s1600/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560378132964798354" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpuc6g3b5I/AAAAAAAAAh4/0OeadcZHpUY/s320/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใบเค้าเขียวสดปลายใบมน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราชอบเข้าไปนั่งซุกหมกตัวอยู่ตามร้านขายหนังสือเป็นเวลานาน ๆ ด้วยไม่มีเงินจะซื้อได้ทุกเล่ม เวลาทุกข์มากก็จะมุดอยู่ในซอกธรรมะ จนไปเจอกับหนังสือที่พูดถึงหลวงปู่เจี๊ยะ ชื่นชมท่านมาก บางทีอ่าน ๆ ไปทั้งขำทั้งตื้นตันนำตาคลอ พึ่งจะรู้ว่า พระอรหันต์ที่แท้ มิใช่ดูเพียงภายนอก ต้องสัมผัสให้ลึกถึงธรรมะ อันบริสุทธิ์ในใจท่าน สาธุ สาธุ สาธุ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name="๑๔๕_อำนาจผ้าขี้ริ้วห่อทอง"&gt;อำนาจผ้าขี้ริ้วห่อทอง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หลวงปู่เจี๊ยะ พระผู้นิยมแต่ผ้าเก่า ๆ จีวร สบง อังสะ ปะ ๆ ชุน ๆ บาตรใบเดียว กลดหลังเดียว ผ้ากลดผืนเดียว กล่องเข็มกล่องเดียว ใช้ตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งวันตาย ยินดีเพียงบริขารที่มี ไม่เสาะแสวงหา ผู้เป็นตำนานผ้าขี้ริ้วห่อทอง สาวกของพระศาสดา ศิษย์ก้นกุฏิท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระสหายของสมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) สหธรรมิกหลวงตามหาบัว ญาณสมปนฺโน อันเตวาสิกท่านพ่อลี ธมฺมธโร คุณธรรมเติบใหญ่ความดีปรากฏเด่นเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ณ บัดนี้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;a name="๑๔๖_ชีวิตจบบริบูรณ์"&gt;ชีวิตจบบริบูรณ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตของหลวงปู่เจี๊ยะ จนฺโท เบื้องต้นเรียนจบพรหมจรรย์ ท่ามกลางมีวัตรปฏิบัติที่งดงามอาจหาญท้าทาย ที่สุดเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน ท่านบริบูรณ์ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด...เป็นชีวิตที่งามยิ่ง&lt;br /&gt;เบื้องหลังชีวิตที่ท่านจากไป คือ ตำนานที่ต้องเล่าขานไม่รู้จบ&lt;br /&gt;วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามที่เป็นหลักเป็นฐานมั่นคง&lt;br /&gt;ภูริทัตตเจดีย์ สำหรับบรรจุทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ผู้เป็นบูรพาจารย์&lt;br /&gt;เป็นผลงานที่ท่านภูมิใจเป็นที่สุด เพราะนั่นคือ “อาจริยบูชา”&lt;br /&gt;ประวัติ ปฏิปทา คติธรรม ของหลวงปู่เจี๊ยะ อาจจะแตกต่างจากพระกรรมฐานรูปอื่นในแง่ปลีกย่อย แต่หลักใหญ่แล้วเป็นเอกเทศ ท่านไม่กว้างขวางเรื่องปริยัติธรรมภายนอก รอบรู้เฉพาะเรื่องจิตตภาวนา อันเป็นธรรมภายใน ท่านปฏิบัติลำบากแต่รู้เร็ว คำสอนของท่านก็เป็นประเภทปัจเจกะเฉพาะตน เพราะท่านมุ่งเน้นทางด้านจิตใจเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับท่านมีบารมีธรรมที่บ่มบำเพ็ญมาแต่ชาติปางก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนอยู่อย่างลึกลับ การปฏิบัติของท่านจึงนับว่า รู้เร็วในยุคปัจจุบันสมัย ที่มนุษย์มีกิเลสหนาขึ้นโดยลำดับ&lt;br /&gt;ท่านจึงเป็นแบบอย่างทางสงบแก่โลก ที่ระงมปนเปื้อนไปด้วยกองทุกข์นานาประการ ท่านสอนให้พวกเรามองอะไร ไม่ควรมองแต่ด้านเดียว การมองอะไรไม่เพียงใช้สายตาเป็นเครื่องตัดสินเท่านั้น แต่ต้องใช้แววตา คือ ปัญญาเป็นเครื่องประกอบการตัดสินใจ ในการมองโลกและธรรม&lt;br /&gt;เพราะผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรมองข้ามปมคำสอนเพียงเพราะสายตาเท่านั้น ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างแก่โลก ย่อมไม่ละเลยทั้งกอไผ่และภูเขา&lt;br /&gt;เพราะไม่มีใครเลย ที่จะมีความดีความชั่วเพียงอย่างเดียว แม้ดอกบัวที่มีกลีบงามละมุนก็ยังมีก้านที่ขรุขระ&lt;br /&gt;ดุจแผ่นดิน ไม่มีใครอาจทำให้เรียบเสมอกันได้หมด ฉันใด มนุษย์ทั้งหลายจะทำให้เหมือนกันหมดทุกคนก็ไม่ได้ ฉันนั้น&lt;br /&gt;ในความดี ในความเป็นพระที่ดี ก็ย่อมมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ข้อบกพร่องมันไม่เป็นที่เสียหายต่อส่วนรวมตลอดจน ประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;ข้อบกพร่องนั้นก็ควรเป็นข้อยกเว้น ไม่ควรตามตำหนิให้มากความ เช่นเดียวกับในดวงจันทร์แม้จะมีตำหนิเป็นจุดดำ ๆ อยู่ตรงกลางดวง แต่ชาวโลกก็ไม่ควรไปสนใจตามตำหนิอะไรมากนัก&lt;br /&gt;หลวงปู่เจี๊ยะท่านจึงเป็นผู้มีจิตอิสระมานาน ไม่เกี่ยวเกาะยึดติดพัวพันในบุคคล กาล สถานที่การปฏิบัติของท่านมุ่งเน้นที่ผลการปฏิบัติมากกว่ารูปแบบแห่งการปฏิบัติ เพราะนี่เป็นนิสัยสะท้านโลกาและปฎิปทาที่เป็น ปัจจัตตัง ยากที่ใคร ๆ จะเลียนแบบได้ ท่านจึงเป็นสัตบรุษ พุทธสาวก ที่หาได้โดยยากยิ่ง สมดังพุทธภาษิตที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า&lt;br /&gt;ทุทฺทนํ ททมานานํทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ&lt;br /&gt;อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติสตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย.&lt;br /&gt;สัตบุรุษให้ในสิ่งที่บุคคลอื่นให้ได้ยาก กระทำในสิ่งที่บุคคลอื่นกระทำตามได้ยาก&lt;br /&gt;คนที่ไม่ดีจริง ไม่แกร่งจริง ย่อมทำตามท่านไม่ได้&lt;br /&gt;เพราะกรรมของสัตบรุษ ยากที่คนไม่ดีจะประพฤติตามได้&lt;br /&gt;สนฺตกาโย สนฺตวาโจสนฺตมโน สุสฺมาหิโต&lt;br /&gt;วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุอุปสนฺโตติ วุจฺจตีติฯ&lt;br /&gt;ภิกษุผู้มีกาย วาจาสงบ ยังไม่นับว่าเป็นผู้สงบแท้ แต่ผู้ที่มีกาย วาจา และใจสงบนั้นแล เราตถาคตจึงเรียกภิกษุนั้นว่า เป็นผู้สงบอย่างแท้จริง และเป็นผู้คลายจากความลุ่มหลงในโลกทั้งปวงฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name="๑๒๕_คาถาหลวงปู่เจี๊ยะ"&gt;คาถาหลวงปู่เจี๊ยะ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;วันไหนท่านปวดที่ขา ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวหรือเจ็บปวดในที่อื่นใดก็ตาม ท่านก็จะให้ผู้ที่ดูแลท่องคาถาเป่าให้ท่าน ท่านบอกว่าเป็นคาถาดี โดยให้ท่องว่า&lt;br /&gt;“นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา”&lt;br /&gt;“ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่านผู้หลุดพ้นทั้งหลาย&lt;br /&gt;ความนอบน้อมจงมีแก่ธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้นทั้งทลาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นนมวัวจากป่าชุมชนอำเภอห้วยแถลง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นตัวเดียวกับที่โพสต์ในเน็ทรึเปล่าเพราะเราไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์หรือนักอนุกรมวิธาน สงสัยว่าที่เราเห็นผลเค้าเดี่ยวๆ ไม่เห็นเป็นพวงเลย แต่ชาวบ้านก็เรียกนมวัว และรสชาติอร่อยกว่า นมควายที่เคยกิน ที่เป็นพวงอันนั้นฝาดมาก อันนี้รสเหมือนมะปรางหวานนะเราว่า น่าจะเป็นคนละต้นกัน เพราะเมล็ดเป็นเมล็ดเดี่ยวใหญ่ ๆ ด้วยนะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ชื่อที่เรียก ต้นนมวัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่ออื่นๆ หมากผีผ่วน,ผีผ่วนนมแมว(ภาษากลาง) นมวัว (พิษณุโลก กระบี่) พีพวน (อุดร) บุหงาใหญ่(ภาคเหนือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นมควายเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยมีความสูง 5 เมตร กิ่งอ่อนมีขนละเอียดสีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือ รูปไข่ผิวใบมีขนสีน้ำตาลแดงทั้งสองด้าน กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 4.5-10 ซม. ดอกจะออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ที่กิ่งก้าน กลีบดอกสีแดงเข้ม กลิ่นหอม ผลเป็นผลกลุ่ม รูปไข่หรือรูปไข่กลับ เมื่อสุกมีสีแดงสด การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก่นและราก ต้มดื่ม แก้ไข้ซ้ำ ไข้กลับ เนื่องจากกินของแสลง ราก แก้ผอมแห้งแรงน้อย สำหรับสตรี ที่อยู่ไฟไม่ได้หลังคลอดบุตรและช่วยบำรุงน้ำนม ผล ตำผสมกับน้ำ ทาแก้เม็ดผดผื่นคัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ Uvaria rufa Bl.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวงศ์ Annonaceae&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-8220966243070038158?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/8220966243070038158/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_8704.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8220966243070038158'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8220966243070038158'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_8704.html' title='นมวัว  รสชาติดีในป่า อลังการไม้พุ่มรอเลื้อย'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpyHbZTRKI/AAAAAAAAAig/y728WVYPz7c/s72-c/%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2594.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-4572975913514275479</id><published>2011-01-09T17:49:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:27:16.460-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มะเหลื่อม มะกอกเกลื้อน มักเหลี่ยม'/><title type='text'>มะกอกเหลื่อม ผลไม้ที่น่ามีการนำไปพัฒนาสู่อุตสาหกรรม</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSprd7yD4zI/AAAAAAAAAhw/hSWoxgnbHTw/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560374851950338866" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSprd7yD4zI/AAAAAAAAAhw/hSWoxgnbHTw/s320/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ต้นมะเหลื่อม ชายป่า ดูสง่างาม&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpqzncYB-I/AAAAAAAAAho/DgvDuEiqXyY/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2591.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560374124936169442" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpqzncYB-I/AAAAAAAAAho/DgvDuEiqXyY/s320/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2591.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ความสง่าแต่สงบของธรรมชาติ สอนบางสิ่งบางอย่างให้กับเรา คำตอบล้วนมีอยู่มากมาย แค่ทำใจให้เป็นหนึ่งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpqF1CSazI/AAAAAAAAAhg/HAUXrNDhxdw/s1600/DSC04836.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560373338310863666" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpqF1CSazI/AAAAAAAAAhg/HAUXrNDhxdw/s320/DSC04836.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เก็บมาบ้าน ถ่ายภาพเค้าไว้กันลืม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSppUBglE4I/AAAAAAAAAhY/p1y0A4_XAFY/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2595.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560372482665681794" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSppUBglE4I/AAAAAAAAAhY/p1y0A4_XAFY/s320/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2595.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ลูกดก แต่อยู่สูง กระนั้นก็ไม่เกินความพยายามของคนอยากกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลายครั้งที่ตกใจตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหวาดกลัว แล้วถามตัวเองว่าเกิดมาทำไม มันทุกข์นัก เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ความตาย ความพลัดพรากช่างน่ากลัวเหลือเกิน ชีวิตมีแต่เรื่องทุกข์ทรมาน แล้วเกิดมาทำไม ทุกวันนี้พอจะรู้คำตอบบ้างแต่ไม่มากนัก ด้วยด้อยปัญญา แต่กลับคิดว่าความตายไม่น่ากลัว การยังมีชีวิตอยู่ซิน่ากลัว เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าวันนี้ วินาทีนี้จะเจอกับอะไรบ้าง ชีวิตมนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิดมิสิ้นจึงจำเป็นต้องหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไว้ ไม่ให้ขวัญเสีย เมื่อประสบเหตุอันน่ากลัว หรือไม่พึงประสงค์ นั่นก็คือพระรัตนตรัย &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันเกษม เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีอานุภาพเป็นอจินไตย ยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ เกินกว่าที่ผู้มีรู้มีญาณจะคาดคะเนเอาได้ ผู้ที่ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัย จะจึงซาบซึ้งในพระคุณอันไม่มีประมาณ เมื่อมีทุกข์ท่านจะช่วยขจัดปัดเป่าให้พ้นทุกข์ มีสุขแล้วก็ทำให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ชีวิตของเราจะได้รับการคุ้มครองดูแลจากท่าน ทำให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ผู้รู้ทั้งหลายจึงยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุดในชีวิต การทำสมาธิภาวนา ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าไปพบพระรัตนตรัยภายในได้&lt;br /&gt;มีวาระพระบาลี ที่พระสิริมัณฑเถระได้กล่าวไว้ในขุททกนิกาย เถรคาถาว่า&lt;br /&gt;“ อโมฆํ ทิสฺวา กยิรา อปฺเปน พหุเกน วา&lt;br /&gt;ยํ ยํ วิวหเต รตฺติ ตทูนนฺตสฺส ชีวิตํ&lt;br /&gt;ควรทำวันคืนไม่ให้เปล่าจากประโยชน์ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไป ชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น” &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในเริ่มต้นของการหาที่ยึดเหนี่ยวก็เมื่อจิตใจเป็นทุกข์อย่างที่สุด มองไปทางใดไม่เห็นทางออก จ่อมจมถมเศร้าสิ้นหวัง เมื่อนั้นแหล่ะ เราจะเจอกับพระรัตนตรัย และเมื่อความทุกข์เบาบางเลือนหายไป ยิ่งต้องเร่งปฏิบัติภาวนา เพื่อการไม่ประมาท เพราะคลื่นลูกใหม่กำลังก่อตัวมามิมีที่สิ้นสุด ในห้วงมหรรณพ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เดินหลุดจากป่าออกมาระหว่างรอให้ทุกคนออกมากันให้ครบ โดยนิสัยของคนเดินป่า ต่างพากันหาอะไรทำ อะไรกินเล่น เย็น ๆ ใจ เจอต้นมะเหลื่อม อลังการ ต้นนี้ ลูกดก มากมาย ทั้งกินทั้งเก็บก็ไม่หมด ถือเป็นความเมตตาของธรรมชาติ รสชุ่มคอดี แต่กัดกินได้ทีละน้อยด้วยไม่คุ้นลิ้นนัก เห็นว่าคนจีนเอามาทำเป็นสมอดองขายเรา ก็ผลไม้ชนิดนี้ล่ะ ทำให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยซื้อกิน ห่อละสลึง ห้าสิบ พึ่งเห็นต้นจริง ๆ ของเค้านี่เอง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มะกอกเกลื้อน&lt;br /&gt;ชื่ออื่น มะเกิ้ม กอกกัน มะกอกเลือด มะเลื่อม มักเหลี่ยม โมกเหลี่ยม มะเหลี่ยมหิน&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ Canarium subulatum Guill&lt;br /&gt;ชื่อวงศ์ BURSERACEAE&lt;br /&gt;ลักษณะทั่วไป ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง ๑๐ - ๒๕ เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย ๓ – ๙ ใบ ใบรูปไข่ แกม รูปรี กว้าง ๓ - ๙ เซนติเมตร ยาว ๖ - ๑๔ เซนติเมตร โคนใบเบี้ยว ท้องใบมีขน ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวอมเหลืองจำนวนมาก ผลสดรูปรี หรือรูปกระสวย สีเขียวอมเหลือง&lt;br /&gt;สรรพคุณ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทั้งต้น ต้มน้ำอาบ บำรุงร่างกายให้มีกำลัง แข็งแรง&lt;br /&gt;ผล แก้ไอ ขับเสมหะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-4572975913514275479?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/4572975913514275479/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_2658.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4572975913514275479'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4572975913514275479'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_2658.html' title='มะกอกเหลื่อม ผลไม้ที่น่ามีการนำไปพัฒนาสู่อุตสาหกรรม'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSprd7yD4zI/AAAAAAAAAhw/hSWoxgnbHTw/s72-c/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-1065988926969489476</id><published>2011-01-09T17:33:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:27:48.577-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตะลุมพุกแดง มะคังแดง มุยแดง ลุมปุกแดง'/><title type='text'>ตะลุมพุกแดง มะคังแดง แดง หนาม น่ารัก มีเสน่ห์เฉพาะตัว</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSplVwx5idI/AAAAAAAAAhQ/J0aeSIdRBc0/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2591.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560368114488150482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSplVwx5idI/AAAAAAAAAhQ/J0aeSIdRBc0/s320/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2591.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ลักษณะใบและต้นเล็ก ๆในป่า ต้นเล็กแค่ไหนก็ยังชัดเจนในตัวตน&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpkyhnlemI/AAAAAAAAAhI/FAvf4h3QdH8/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2595.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560367509122939490" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpkyhnlemI/AAAAAAAAAhI/FAvf4h3QdH8/s320/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2595.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpkbgylB0I/AAAAAAAAAhA/coaMl_Arykc/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2593.JPG"&gt;&lt;/a&gt;หนามเป็นหนามจริง ๆ ต้นไม้อะไรตรงไปตรงมาขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpj6RlZW8I/AAAAAAAAAg4/A29AWHIT-u4/s1600/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560366542746115010" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpj6RlZW8I/AAAAAAAAAg4/A29AWHIT-u4/s320/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ไม่ต้องเหลือข้อสงสัยในชื่อของเค้าให้เสียเวลา แดงซะขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"นี้ใคร เมื่อแลไม่เห็นฝั่ง ก็อุตสาหะพยายามว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรท่านรู้อำนาจประโยชน์อะไร จึงพยายามว่ายอยู่อย่างนี้หนักหนา" &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;พระมหาชนกตอบว่า... "ดูก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และอานิสงส์แห่งความเพียร เฉพาะฉะนั้น ถึงจะมองไม่เห็นฝั่งเราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร" &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บทสนทนาธรรม ระหว่างนางมณีเมขลาและพระมหาชนก จากพระมหาชนก ฉบับพระราชนิพนธ์ในรัชกาลปัจจุบัน กรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงมีความแน่วแน่ในการประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทวยราษฎร์ตลอด 50 ปี ที่ทรงครองราชย์ เพราะทรงถึงพร้อมด้วยความเพียร และความเพียรนั้นก็คือประเด็นหลักของพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ &lt;/div&gt;"คำว่า 'พระมหาชนก' แปลว่าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ หรือพ่อหลวง รากศัพท์เดียวกับคำว่า คิง ในภาษาอังกฤษ หรือ เคอนิก ในภาษาเยอรมัน เรื่องราวของ 'พระมหาชนก' จึงเป็นเรื่องราวของความเพียรของพระมหากษัตริย์ ผู้ไม่ท้อถอย ไม่เกียจคร้าน ไม่บกพร่อง ไม่อ่อนแอ เป็นความเพียรที่สะท้อนถึงความกล้าหาญ กล้ากระทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ที่ชอบธรรม เพื่อความผาสุกของประชาราษฎร์..." "พระมหาชนก"...พระราชนิพนธ์ระดับโลก&lt;br /&gt;ที่มา : ประกาศ วัชราภรณ์. พระราชปณิธานในหลวง. กรุงเทพฯ : ประพันธ์สาส์น, 2542. หน้า 213-229.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เดินป่าห้วยแถลง เจอไม้หนาม ลำต้นโดดเด่นมากต้นหนึ่ง ชื่อเค้าคือตะลุมพุกแดง หรือมะคังแดง หนามของเค้าเก๋มาก หนามซ้อนหนามซ้อนหนาม เรียกว่าอหังการกันเลยทีเดียว แล้วแดงจริงๆ ไม่ใช่แค่แดงแดง แต่แด๊งแดง แดงชัดมาก เป็นต้นไม้ที่มีความชัดเจนในตัวเองดี&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ชื่อที่เรียก มะคังแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่ออื่นๆ มุยแดง ลุมปุกแดง มะคัง มะคังป่า จิ้งก่าขาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะคังแดงเป็นไม้ยืนต้นสูง 6-12 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านสีน้ำตาลแดง โคนต้นมีหนามโดยรอบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 8-15 ซม. ยาว 15-22 ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน หูใบอยู่ระหว่าง ก้านใบ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ลกีบดอกสีเหลืองแกมเขียว ผลสด รูปกระสวย มีกลีบเลี้ยง ติดอยู่ เกิดตามป่าเบญพรรณทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้น ต้มน้ำดื่ม แก้เลือดลมเดินไม่สะดวก ผสมกับหัวยาข้าวเย็น ต้มน้ำดื่ม แก้ไตพิการ เนื้อไม้ แก้เลือดลมเดินไม่สะดวก แก้กษัยไตพิการ แก้ปวดท้อง ขับพิษโลหิต และน้ำเหลือง ตำพอกแผลสด ห้ามเลือดและสมานแผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกฤดูกาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศักยภาพการใช้งานปลูกไว้ให้ร่มเงา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อสามัญ-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ Gadenia erythroclada Kurz&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวงศ์ Rubiaceae&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-1065988926969489476?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/1065988926969489476/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_4196.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1065988926969489476'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1065988926969489476'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_4196.html' title='ตะลุมพุกแดง มะคังแดง แดง หนาม น่ารัก มีเสน่ห์เฉพาะตัว'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSplVwx5idI/AAAAAAAAAhQ/J0aeSIdRBc0/s72-c/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2591.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-6174993949623034264</id><published>2011-01-09T17:04:00.000-08:00</published><updated>2011-10-13T10:06:55.975-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ดีนกยูง ข้าวไหม้'/><title type='text'>ดีนกยูง ข้าวไหม้ สมุนไพรหายาก</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpemrXBJPI/AAAAAAAAAgw/VgaZbQFXvjM/s1600/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2597.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560360708509607154" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpemrXBJPI/AAAAAAAAAgw/VgaZbQFXvjM/s320/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2597.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpeAX_lIcI/AAAAAAAAAgo/EPGVk2gZr54/s1600/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2591.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560360050475999682" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpeAX_lIcI/AAAAAAAAAgo/EPGVk2gZr54/s320/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2591.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpdoBdgybI/AAAAAAAAAgg/Gh2i_uVuAZQ/s1600/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560359632110668210" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpdoBdgybI/AAAAAAAAAgg/Gh2i_uVuAZQ/s320/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"อย่าเห็นแก่ความชั่วเล็กน้อย จึงได้กระทำ"&lt;br /&gt;"อย่าเห็นว่าเป็นความดีเล็กน้อย จึงไม่กระทำ"&lt;br /&gt;"มีเพียงคุณงามความดีและสติปัญญาเท่านั้น จึงจะเอาชนะใจผู้คนทั้งปวง"&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ธรรมะสัจจะของเล่าปี่&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในทุกสถานการณ์ที่รุมเร้าทำลายจิตวิญญาณ โอกาสในการทำควมดียังคงมีอยู่เสมอ การอ่านประวัติและวัตรปฏิบัติของพระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย รวมทั้งอ่านพระจริยะวัตรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทำให้เราเกิดกำลังใจและมองเห็นปัญหาของตนเองเล็กเท่าเถ้าทุลี อีกทั้งยังเป็นปัญหาส่วนตัวที่ไม่ได้เกิดคุณกับใครเลย เราถึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกองทุกข์อาจมที่เน่าเหม็นเช่นนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ณ เวลาของชีวิตที่เหลือน้อยลงทุกที ต้องมานั่งนึกทบทวนว่าเรายังทำอะไรไม่ถูกต้องอยู่อีก และกิจอะไรที่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนตาย ถึงไม่ได้รู้แจ้งแทงตลอด แต่ก็รู้ว่าเราเกิดมาเพื่อกระทำภาระกิจบางอย่างทั้งต่อตนเองและผู้อื่น อะไรในตัวเราที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นได้บ้าง ต้องรีบขนขวายทำให้เสร็จ แม้มีประโยชน์เพียงเล็กน้อยก็ต้องทำ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นดีนกยูงนี้อาจารย์วุฒิ วุฒิธรรมเวช ท่านบอกว่าหายากมาก น่าภูมิใจที่เห็นมีขึ้นอยู่ทั่วไปในป่าห้วยแถลง ลงรูปไว้ก่อน แล้วสรรพคุณจะตามมา&lt;/div&gt;มีผู้สนใจแลกเปลี่ยนแต่หมดปัญญาจะติดต่อจริงๆค่ะ เข้าสมัครสมาชิกเวปที่ท่านให้ไว้ก็ไม่ได้ ตอบในบล๊อคของตัวเองก็ไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;โทรมาแล้วกันค่ะ 0857682897 ยินดีมากค่ะที่สนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-6174993949623034264?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/6174993949623034264/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_7307.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6174993949623034264'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/6174993949623034264'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_7307.html' title='ดีนกยูง ข้าวไหม้ สมุนไพรหายาก'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSpemrXBJPI/AAAAAAAAAgw/VgaZbQFXvjM/s72-c/%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2597.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-602573682392967482</id><published>2011-01-09T07:41:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:28:40.254-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เจตพังคี ตองตาพราน เปล้าเงิน หนาดตะกั่ว ใบหลังขาว'/><title type='text'>เจตพังคี ไม้ต้นน้อยๆที่มีดีอยู่ในตัว</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnZmeh2tTI/AAAAAAAAAgY/-3G0OH9eKYg/s1600/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B5.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560214470018905394" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnZmeh2tTI/AAAAAAAAAgY/-3G0OH9eKYg/s320/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B5.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnZG-g3uFI/AAAAAAAAAgQ/I6608wwo4Ag/s1600/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560213928848898130" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnZG-g3uFI/AAAAAAAAAgQ/I6608wwo4Ag/s320/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2591.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เราถือว่าเจตพังคีเป็นสุดยอดสมุนไพรตัวหนึ่ง เพราะเค้าใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ทารกเลยนะ ใครไม่เคยปวดท้อง ท้องอืดแน่นจุกเสียด จะไม่รู้ถึงความทรมานเลย มันแทบจะตายเลยนะ หายใจก็ไม่ได้ ขยับตัวก็ทรมาน นอนไม่ได้ นั่งไม่ได้ ทุรนทุราย นึกภาพคนแต่เก่าแต่ก่อน เอารากเจตพังคีมากวนหุงข้าว และต้มกิน บรรเทาอาการดังกล่าว ให้สุขภาพดีอยู่สุขสบายกันมา น่าภูมิใจจริง ๆนะ แต่เราไม่ยักเจอต้นสูง ๒ เมตรอย่างตำราว่า เห็นสูงแค่เข่าเอง รึไม่ก็เกินตาตุ่มมาหน่อย ขึ้นตามป่าโปร่ง ๆ โล่ง ๆ ข้างทางทั่วไป&lt;/div&gt;ภูมิปัญญาอีสาน ใช้รากนำมาฝนกินกับน้ำ แก้แน่นท้อง เป็นดาน ลมในกระเพาะอาหาร ระบายไล่ลม&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ Cladogynos orientalis Zipp. ex Span.&lt;br /&gt;วงศ์ EUPHORBIACEAE&lt;br /&gt;ชื่อสามัญ -&lt;br /&gt;ชื่อท้องถิ่น ตองตาพราน ตะเกีย เปล้าเงิน เปล้าน้ำเงิน สมี หนาดตะกั่ว ใบหลังขาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์&lt;br /&gt;ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 ม. ลำต้นและใบมีขนรูปดาวสีขาวปกคลุมหนา ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่กลับดอกเป็นช่อกระจุก เกิดตามซอกใบ ช่อดอกแยกเพศ ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งแล้วแตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์และสรรพคุณยาไทย&lt;br /&gt;ราก รสขมร้อนขื่น ขับลม แก้แน่นท้อง ทั้งต้นต้มน้ำกินแก้ลมจุกเสียด แก้ท้องร่วง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ&lt;br /&gt;ยาประสะเจตพังคี&lt;br /&gt;&lt;a title="พิมพ์" href="javascript:void" option="com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=57&amp;amp;Itemid=60&amp;amp;pop=1&amp;amp;page=0'," status="no,toolbar=no,scrollbars=yes,titlebar=no,menubar=no,resizable=yes,width=640,height=480,directories=no,location=no');&amp;quot;"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบ ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกกระวาน ใบกระวาน การพลู กรุงเขมา รากไคร้เครือ การบูร ลูกสมอทะเล พญารากขาว เปลือกหว้า เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ 1 ส่วน พริกไทยล่อน บอระเพ็ด หนักสิ่งละ 2 ส่วน ข่า หนัก 16 ส่วน ระย่อม หนัก 2 ส่วน เจตพังคี หนัก 34 ส่วน วิธีทำ บดเป็นผง สรรพคุณ แก้กษัยจุกเสียดขนาดรับประทาน รับประทานเช้าและเย็น ก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ช้อนชา ละลายน้ำสุกขนาดบรรจุ 15 กรัม &lt;/div&gt;แถมด้วยสรรพคุณอาการสมัยใหม่ ดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน&lt;br /&gt;ยาประสะเจตพังคี เลขทะเบียนที่ G 236/50 ขนาดบรรจุ 100 แคปซูล แคปซูลละ 500 มิลลิกรัม&lt;br /&gt;สรรพคุณ : อาการกรดไหลย้อน จุกเสียดเรื้อรัง มีลมเป็นก้อนบริเวณยอดอก ลิ้นปี่ ทำให้เจ็บระบมในช่องท้อง&lt;br /&gt;วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มีการพูดถึงเจตพังคีในพระไตรปิฎกด้วยแฮะ ไม่รู้ใช้ต้นเดียวกันรึเปล่า แต่รวบรวมไว้ เผื่อคนรุ่น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ต่อๆไปได้ศึกษาต่อยอด เราไม่เคยเห็นดอกมัน รึยังไงไม่แน่ใจ ความจำสั้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ติกัณณิปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๑๘๘)&lt;br /&gt;ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกเจตพังคี [๑๙๐] เราเป็นเทวดาแวดล้อมด้วยหมู่นางอัปสร ระลึกถึงบุพ- กรรมได้ จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด. เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ถือดอกเจตพังคี ๓ ดอก ไป บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ประเสริฐกว่านรชน. เพราะเราได้เอาดอกไม้บูชา ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เรา จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา. ในกัปที่ ๗๓ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ครั้ง เป็นผู้อุดม ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก. คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำได้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติกัณณิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบติกัณณิปุปผิยเถราปทาน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-602573682392967482?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/602573682392967482/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_2382.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/602573682392967482'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/602573682392967482'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_2382.html' title='เจตพังคี ไม้ต้นน้อยๆที่มีดีอยู่ในตัว'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnZmeh2tTI/AAAAAAAAAgY/-3G0OH9eKYg/s72-c/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B5.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-926230764456993610</id><published>2011-01-09T06:57:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:30:18.273-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พะงาด เหมือดแอ พลองขี้นก เหมือดจี้ เหมือดฟอง'/><title type='text'>พะงาด ความงดงามแห่งป่าชุมชน</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnWq4omI1I/AAAAAAAAAgI/hcZ52zT5RTc/s1600/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2598.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560211247211094866" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnWq4omI1I/AAAAAAAAAgI/hcZ52zT5RTc/s320/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2598.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ชี้ชัด ๆ ไม้เปลือกขี้เหร่ แต่ดอกสวยหอม สรรพคุณทางยามากคุณค่า นี่แหล่ะของจริง คนจริง&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnV4NH-q2I/AAAAAAAAAgA/3nViF1Y1TM4/s1600/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2592.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560210376538106722" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnV4NH-q2I/AAAAAAAAAgA/3nViF1Y1TM4/s320/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2592.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ดูกันชัดๆเปลือกต้นเค้า เห็นที่ไหนก็จำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnVYKSiayI/AAAAAAAAAf4/hTLxsApwUHY/s1600/DSC04685.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560209826021272354" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnVYKSiayI/AAAAAAAAAf4/hTLxsApwUHY/s320/DSC04685.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ลีลาไม่เป็นรองใครเลยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnUxrXc3PI/AAAAAAAAAfw/FTqTv2EiwWM/s1600/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2596.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560209164885351666" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnUxrXc3PI/AAAAAAAAAfw/FTqTv2EiwWM/s320/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2596.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ดอกสวยน่ารักมีเสน่ห์ เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ยิ่งถ่ายรูปยิ่งสวยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnUTy-8NcI/AAAAAAAAAfo/XLiiKAu-xGU/s1600/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560208651533956546" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnUTy-8NcI/AAAAAAAAAfo/XLiiKAu-xGU/s320/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ก็ดูเค้าซิ ไหม้ดำซะขนาดนี้ เป็นจุดสังเกตง่าย ต้อนรับแขกผู้มาเยือนตั้งแต่ชายป่าเลย&lt;br /&gt;&lt;div&gt;วันนี้รู้สึกท้อแท้สิ้นหวังทั้งวัน ไม่อยากมีวันพรุ่งนี้ ไม่อยากตื่นขึ้นมาอีก คิดถึงแม่มาก เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้แล้วปล่อยให้แม่อยู่คนเดียว ไม่อยากทำอะไรเลย เข้าไปดูประวัติพระอริยะเจ้าและเพลงส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ เพลงรูปที่มีทุกบ้าน ต้นไม้ของพ่อ และอีกหลายๆ เพลง จนนึกได้ว่าทำไมเราถึงมาอยู่ตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ได้เดินป่าที่อำเภอห้วยแถลง เป็นป่าชุมชน จริงๆป่าแบบนี้เรียกหรูๆว่าเดินป่าก้อดูเหมือนจะพูดคำใหญ่ไปหน่อย เค้าเป็นป่าจริง ๆ แต่เดินง่ายเหมือนเดินเล่นตามคูคันนา ไม่ได้โลดโผนพิศดารอะไร แต่ได้สัมผัสกับชีวิตของผู้คน และซุปเปอร์มาร์เก็ตของชาวบ้าน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เจอไม้เจ้าเสน่ห์อยู่ตั้งแต่ชายป่าแย่งกันออกดอกแบบไม่หวงเนื้อหวงตัว สนุกไอ้ส้มมันเก็บภาพ เราเจอเค้าบ่อยแต่ไม่เคยเจอตอนออกดอกเลยไม่รู้ว่าไม้ผิวเปลือกแสนขี้เหร่ต้นนี้ มีเสน่ห์สุด ๆ เค้าคือ พะงาด หรือ เหมือดแอ่ หรือพลองเหมือด ไม้ที่ลำต้นจำง่ายเพราะเหมือนพึ่งโดนไฟไหม้ แถมดอกกะจิริดเป็นสีน้ำเงินอีก เฮ้อ... ชีวิตพอมีบำเหน็จอยู่บ้างเหมือนกันนะ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชื่อท้องถิ่น:พะงาด เหมือดแอ เหมือดจี้ พลองขี้นก เหมือดฟอง&lt;br /&gt;ชื่อสามัญ:Mueat chi&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์:Memecylon scutellatum&lt;br /&gt;ชื่อวงศ์:MELASTOMACEAE&lt;br /&gt;ลักษณะวิสัย/ประเภท:ไม้ยืนต้น&lt;br /&gt;ลักษณะพืช:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้น เหมือดจี้เป็นเหมือดจี้ไม้พุ่มต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงถึง 9 เมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำ แตกขรุขระเป็นร่องยาวตามต้น&lt;br /&gt;ใบใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบเรียบ ปลายใบแหลม ขอบใบขนาน สีเขียวเข้มเป็นมัน&lt;br /&gt;ดอกดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วง&lt;br /&gt;ผลผลเป็นผลเดี่ยว กลมแป้น ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีม่วง หนึ่งผลมี 1 เมล็ด&lt;br /&gt;ปริมาณที่พบ:ปานกลาง&lt;br /&gt;การขยายพันธุ์:ใช้เมล็ด&lt;br /&gt;อธิบายวิธีการเพาะ/ขยายพันธุ์:เพาะเมล็ด&lt;br /&gt;การใช้ประโยชน์/ส่วนที่นำไปใช้ประโยชน์:ใบอ่อน ยอดอ่อน รับประทานเป็นผักสดกับอาหารจำพวกลาบ ยำผลสุก รับประทานเป็นผลไม้&lt;br /&gt;รส ฝาด มัน ผลสุก รสหวาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรรพคุณ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใบมีรสสุขุม(ขมเฝื่อนหอม) ปรุงยาทาแก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวกไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ดับพิษปวดแสบปวดร้อน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เนื้อไม้,รากมีรสสุขุม ฝนหรือต้มดื่มแก้ไข้ ถอนพิษผิดสำแดง ดับพิษร้อน แก้ไข้พิษ ไข้หัดและดับพิษภายในต่าง ๆ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;คงพอนึกภาพออกว่าสมัยก่อนที่อีสานถูกกั้นด้วยดงพญาไฟ ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเมืองกรุงได้ง่าย ๆ เวลามีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ผู้คนรุ่นปู่ย่าตาทวด ท่านรักษาตัวและลูกหลาน จนสืบทอดเผ่าพันธุ์กันมาด้วยภูมิปัญญาที่มีอยู่รอบตัวในธรรมชาติเหล่านี้ ใครที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพียงเพราะสวมหัวโขนจอมปลอมที่สมมติกันขึ้นมาเฉย ๆ น่าจะมองดูผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง คือธรรมชาติ ที่อ่อนน้อม ถ่อมตัวและมีเมตตากับทุก ๆ ชีวิตเอาไว้ จะได้ไม่ตายไปกับความหลงอนธกาล&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-926230764456993610?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/926230764456993610/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_09.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/926230764456993610'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/926230764456993610'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_09.html' title='พะงาด ความงดงามแห่งป่าชุมชน'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSnWq4omI1I/AAAAAAAAAgI/hcZ52zT5RTc/s72-c/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2598.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-8277733911833884644</id><published>2011-01-08T19:42:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:32:41.865-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ข่อยดำ เครือสังฆาต แม่ยายถมลูกเขย กาซะลองดิน'/><title type='text'>ข่อยดำ  ไม้น่าสนใจที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkwestww6I/AAAAAAAAAfg/YHfUCUae4g0/s1600/DSC07470.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560028518922896290" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkwestww6I/AAAAAAAAAfg/YHfUCUae4g0/s320/DSC07470.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkwJ2yAB1I/AAAAAAAAAfY/5JFhJcmrdzo/s1600/DSC07468.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560028160847775570" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkwJ2yAB1I/AAAAAAAAAfY/5JFhJcmrdzo/s320/DSC07468.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นข่อยดำ ไม้ต้นเล็ก ๆ ที่มีดอกน่ารัก มีกลิ่นหอมและสรรพคุณมหัศจรรย์ น้อยคนจะรู้จัก ขอนำข้อมูลจากคุณอภิพัฒน์มาเผยแพร่นะคะ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ต้นข่อยดำ หรือต้นแม่ยายถมลูกเขย หรือต้นเครือสังฆาต เป็นต้นยาที่งดการซื้อขายครับ เพื่อเป็นการเคารพต่อบรรพบรุษเจ้าของต้นยา และเทพที่รักษาต้นยาครับ (ต้นที่ส่งให้เป็นต้นเล็ก ยังไม่ออกดอกครับ) ต้นแม่ยายถมลูกเขยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีดอกสีขาวคล้ายดอกเข็มเมื่อดอกบาน ดอกตูมคล้ายดอกสร้อยสายเพชร สรรพคุณ ของต้นแม่ยายถมลูกเขย หรือต้นข่อยดำ หรือต้นเครือสังฆาต ใบสด มีสรรพคุณแก้พิษสัตว์กัดต่อย เช่นพิษงูเห่า,งูกะปะ,งูจงอาง,พิษตะขาบ, พิษผึ้ง,ต่อ,แตน,มดคันไฟ,มดตะนอย,แมงมุม ฯลฯ วิธีใช้ ใช้ใบสดขะยี้ใส่แผล หรือคันน้ำผสมน้ำมะพร้าวอ่อนกิน (ถ้าสลบให้กรอกใส่ปาก กากใส่แผล) หรือใช้ใบสดเคียวกินและดื่มน้ำตาม หรือใช้ขะยี้กับน้ำแล้วกินทั้งน้ำทั้งกากใบ รสขมคล้ายบอระเพ็ด (มดคันไฟกัด ผึ้งต่อย ใช้ใบสดขะยี้ใส่แผล หายปวดแสบปวดร้อนภายในไม่ถึง1นาที ผมมีประสบการณ์ตรงมาแล้วครับ) ผมเคยเห็น มีคนออกรายการ 4ทุ่มสแควร์ เมื่อประมาณ10ปีที่แล้ว เล่าว่า คนที่ถูกงูกัด ไม่หายใจแล้วจนเล็บมือเขียว ยังฟื้นได้ครับ ตำนานแม่ยายถมลูกเขย มีคุณตาท่านหนึ่งชื่อ รท.สาย ลำพูลน้อย ท่านมรณะไป เมื่อปี2538 ตอนอายุ99ปี ท่านเป็นทหารในยุคสงครามโลกครั้งที่2 เล่าว่า แม่ยายกับลูกเขยไปหาของป่า ในระหว่างทางขาไป ลูกเขยถูกงูกัดตาย แม่ยายเห็นว่า ศพจะเป็นที่อุดจาดตา แก่คนเดินทางผ่าน จึงตัดไม้พุ่มใกล้ศพลูกเขยมาปิดศพไว้กะว่า ขากลับค่อยนำศพกลับ(คนสมัยโบราณไม่ตื่นเต้นกับความตาย)แล้วไปเก็บของป่าต่อ ขากลับมาถึงที่ลูกเขยตาย แต่ไม่พบศพ แล้วมาบ้าน เห็นลูกเขยกลับมาบ้านแล้วยังมีชีวิตอยู่ เรื่องราวเป็นที่กล่าวขานของคนในหมู่บ้าน และตั้งชื่อต้นไม้นี้ว่า "ต้นแม่ยายถมลูกเขย" (เป็นไปได้ว่ารอยตัดของใบไม้ ไปถูกตรงแผลงูกัดพอดี พิษงูจึงสลายไป) คุณตาสายเล่าว่า ใบสดกินแก้พิษตกค้างนานแล้วได้ครับ คนที่มีพิษงูหรือพิษสัตว กัดต่อยตกค้างในร่างกาย จะมีอาการปวดบางครั้ง หรือนานๆครั้ง แม้เวลาหลายปีแล้วก็ตาม ตรงรอยกัด,ต่อยครับ ใบสดแต่รสขม คล้ายบอระเพ็ด &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สนใจต้นข่อยดำ ติดต่อที่สนใจต้นข่อยดำ หรือต้นแม่ยายถมลูกเขย โทร 02-7083288, 086-5388324 อภิพัฒน์ หรือที่ e-mail: &lt;a href="mailto:amatabangboo@yahoo.com"&gt;amatabangboo@yahoo.com&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เท้ายายหม่อมดอกแดง, ปทุมราชา, ข่อยดำยากันงู (ศรีราชา), กาซะลองดิน (เหนือ), ข่อยดำ (เพชรบุรี)Clerodendrum petasites S. Moore. VERBENACEAEเป็นไม้ขนาดเล็กลำต้นตั้งตรงไม่มีกิ่งก้านสาขาสูงประมาณ 1-2 ม. ใบรูปหอกปลายเรียวแหลม ทรงป้อมกว่า ยาว 3-4 นิ้ว ดอกออกเป็นช่อชั้นที่ปลายต้นกลีบดอกเหมือนดอกปีบ สีขาวเหลืองแดง ฐานดอก 5 แฉก เมื่อแก่สีแดงเหมือนเท้ายายหม่อนตัวเมีย ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ชายป่าทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดสรรพคุณราก รสจืดขื่น แก้ไข้เหนือ ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้เพื่อดีพิการ ตัดไข้จับ ถอนพิษไข้ ตำหรือฝนกับสุรารับประทานและเอากากพอกแก้พิษงู&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ใน &lt;a href="http://www.intania.com/"&gt;http://www.intania.com/&lt;/a&gt; พูดถึงเอาไว้อีกเล็กน้อยแต่น่าสนใจ ว่า "มึคนที่เป็นหมอยาไทย ให้ต้นไม้เล็กๆมาต้นนึง เรียกว่า ต้นข่อยดำ ใช้ใบมาต้มกิน ป้องกันอาการอักเสปภายใน ลดโอกาสของการเกิด มะเร็งในช่องท้อง ลองต้มกินดูแล้วมีรสขม เลยรู้สึกดี ไม่รู้ว่าว่าอุปทานไปเองหรือปล่าว"&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ของโอ่งมีอยู่ต้นหนึ่ง ไม่ขายเหมือนกันค่ะ กะลังออกดอกตูมสวยดี ชอบอ่ะ ไม้บางต้นตีราคาไม่ได้ เพราะขายไปก็ไม่รู้จะหาจากไหนมาอีกดี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-8277733911833884644?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/8277733911833884644/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_3986.html#comment-form' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8277733911833884644'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8277733911833884644'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_3986.html' title='ข่อยดำ  ไม้น่าสนใจที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkwestww6I/AAAAAAAAAfg/YHfUCUae4g0/s72-c/DSC07470.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3741139610027206252</id><published>2011-01-08T19:31:00.000-08:00</published><updated>2011-03-15T04:33:24.524-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หิรัญญิการ์'/><title type='text'>หิรัญญิการ์  สบายๆกับไม้สวยๆ ที่ไม่หวงตัว</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSktjpLqVsI/AAAAAAAAAfQ/QbP9n-ot4Rc/s1600/DSC08028.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560025305339025090" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSktjpLqVsI/AAAAAAAAAfQ/QbP9n-ot4Rc/s320/DSC08028.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSktDdCqsUI/AAAAAAAAAfI/d0nJSYooXHs/s1600/DSC08021.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560024752324260162" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSktDdCqsUI/AAAAAAAAAfI/d0nJSYooXHs/s320/DSC08021.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ไม้เถาขนาดใหญ่ ดอกหอม โตช้า ก็มีลูกแต่เล็กๆ มันก็ต้องโตช้าเป็นธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;พูดถึงหิรัญญิการ์ใครๆก็คงรู้จักกันมาเป็นชาติแล้วล่ะ แต่เราพึ่งรู้จักเค้าได้ไม่นาน ในฐานะไม้ไม่เล่นตัว ดอกโคตรสวยเลย ตะบี้ตะบันออกดอกตั้งแต่ต้นสูงไม่ถึงฟุต จนกลายเป็นไม้เถาขนาดใหญ่กินพื้นที่กว้างขวาง ดอกใหญ่ยักษ์ออกได้ออกดี น่าปลูกเป็นไม้เล่น สบาย ๆ แบบไม่ต้องคิดมาก พักความรู้ทั้งหมดไว้ที่ความสวยอย่างเดียวพอ ต้องบอกว่าเราเป็นเด็กใหม่มากในกลุ่มไม้ดอกสวยและดอกหอม เพราะเป็นผู้หญิงประหลาดที่ไม่เคยสนใจความสวยงามของดอกไม้มาก่อน ถ่ายรูปยังไงก็สวย เพราะเค้าสวยแบบโฉ่งฉ่าง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หิรัญญิการ์ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Beaumontia grandiflora Wall., ชื่อสามัญอื่น: Herald's Trumpet, Easter Lily Vine)หิรัญญิการ์ เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หากต้องการเลี้ยงเป็นซุ้ม ตัวซุ้มต้องแข็งแรงมาก ช่วงแรกต้องใช้การค้ำยันให้แน่นหนา เมื่อถึงในระดับหนึ่งก็จะทรงได้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นไม้เนื้อแข็ง สามารถเลื้อยไปได้ไกลมากเป็นไม้ดอกเธอที่ชอบแสงแดดมาก ควรปลูกกลางแจ้ง มียางมาก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ สีขาว คล้ายแตร จะให้ดอกช่วงปลายปีไปถึงต้นปี ช่อดอกละมากกว่า 10 ดอก แต่จะไม่บานพร้อมกัน หิรัญญิการ์อายุของดอกสั้น แต่จะผลัดกันบานและการโรยอย่างต่อเนื่อง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปุณณภา  งานสำเร็จ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3741139610027206252?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3741139610027206252/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_5563.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3741139610027206252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3741139610027206252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_5563.html' title='หิรัญญิการ์  สบายๆกับไม้สวยๆ ที่ไม่หวงตัว'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSktjpLqVsI/AAAAAAAAAfQ/QbP9n-ot4Rc/s72-c/DSC08028.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-1431717720425991024</id><published>2011-01-08T19:03:00.000-08:00</published><updated>2011-01-08T19:24:30.502-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตำแยแมว'/><title type='text'>ตำแยแมว แพงเท่าไหร่ก็ไม่ขาย</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkpc1L7-nI/AAAAAAAAAfA/YLHZHg7hGt4/s1600/18325532015083.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560020790255811186" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 213px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkpc1L7-nI/AAAAAAAAAfA/YLHZHg7hGt4/s320/18325532015083.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ต้นตำแยแมวที่โพสต์ทั่วไปทางอินเตอร์เน็ท&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkpCD-iTJI/AAAAAAAAAe4/QrCaDxKl_vQ/s1600/DSC07743.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560020330369666194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkpCD-iTJI/AAAAAAAAAe4/QrCaDxKl_vQ/s320/DSC07743.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ต้นตำแยแมวที่ใช้เข้ายา และแสบคันมาก หมอโบราณถ้าพูดถึงตำแยแมวจะไม่ใช่รูปข้างบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSknRPaxoJI/AAAAAAAAAew/bIURBKkActo/s1600/DSC07749.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560018392115683474" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSknRPaxoJI/AAAAAAAAAew/bIURBKkActo/s320/DSC07749.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ดูกันชัดๆต้นตำแยแมวที่เค้าเก็บมารักษาโรคกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เคยมีลูกค้าออเดอร์ต้นตำแยแมว ให้ราคาที่ถูกมาก เรานึกสงสัยว่าเอาไปทำอะไร เลยให้พี่ๆที่เค้าเคยเก็บไปทำยาเก็บมาให้ดู  เค้าบอกว่ามีคนที่เป็นเอดส์บ้างเป็นมะเร็งบ้างให้เค้าเก็บให้โดยถอนทั้งต้นนำมาตากแห้งต้มกินกับลูกใต้ใบอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งกับลูกใต้ใบ ปรากฏว่าอาการดีขึ้นเค้าเลยสั่งให้เก็บให้ประจำ เราให้พี่เค้าถอนมาให้ดู พี่เค้าเตือนว่ามันคันนะ ไอ้เราก็เป็นคนขี้แพ้ แพ้ต้นไม้สุด ๆ เอาใส่ถุงมายังไม่ทันถึงบ้าน มันเริ่มออกฤทธิ์ อยากจะบอกว่ามันไม่คันหรอก แต่ปวดแสบปวดร้อนเหมือนหนังจะไหม้เลย เอาล่ะซิทีนี้ รีบเททิ้ง แล้ว เอาใบตำลึงขยี้ ดีขึ้นบ้างแต่ก็เป็นอีก เอาไผ่จืดมาต้มกิน เอา ตะไคร้มาต้มอาบ ดีขึ้นแต่ซักพักก็เริ่มออกร้อนอีก ปล้ำอยู่กับมัน 1 วัน 1 คืน ถึงหาย แสบร้อนแต่ไม่มีปื้นหรือรอยเห่อบวม แสบสมชื่อจริง ๆ อย่าว่าแต่หักคอขายโลละ100 สองร้อยเลยนะ โลละพันก้อไม่เอาด้วยหรอก ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมถึงชื่อตำแยแมว แต่เราดูๆแล้วมันจะคนละต้นกับที่เค้าขายให้แมวเล่นทางอินเตอร์เน็ทนะ ไอ้ตัวนั้นไม่น่าจะคัน แต่ไม่ทดสอบแล้ว ไม่ไหวทรมาน&lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;วงศ์Eupgorbiaceae &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;1. Acalypha indica L. ชื่อพื้นเมืองเรียกว่า ตำแยแมว เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 30 ซม. ใบเดี่ยวติดเรียงสลับ ทรงใบป้อม ขอบหยักถี่ ก้านใบยาว ดอกสีเขียวอ่อน ออกรวมในช่อไม่แยกแขนง ดอกแยกเพศ แต่ไม่รวมในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยง 3-4 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลมเล็ก ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามใบทำให้ผิวหนังเป็นผื่นคัน &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;2. Cnesmone javanica Bl. ชื่อพื้นเมืองเรียก ตำแยแมว หรือ ตำแยช้าง เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียงสลับ ทรงใบ รูปไข่แกมขอบขนาน โคนใบเว้าลึก ปลายใบแหลม ขอบใบหยักถี่ ก้านยาว ดอกสีตองอ่อนออกรวมกันเป็นช่อเล็กตามง่ามใบ แยกเพศ แต่รวมในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยง 3 กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลกลมมี 3 พู มีขนแน่น ส่วนที่เป็นพิษ ขนตามเถาใบ ดอก และผล ทำให้ปวดและคันมาก แมวจะชอบกลิ่นที่รากของตำแยแมวมาก&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-1431717720425991024?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/1431717720425991024/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_08.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1431717720425991024'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1431717720425991024'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post_08.html' title='ตำแยแมว แพงเท่าไหร่ก็ไม่ขาย'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkpc1L7-nI/AAAAAAAAAfA/YLHZHg7hGt4/s72-c/18325532015083.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-8982109397881878712</id><published>2011-01-08T18:47:00.000-08:00</published><updated>2011-01-08T19:03:22.086-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หางไหล หางไหลแดง หางไหลขาว โล่ติ๊น กะลำเพาะ'/><title type='text'>หางไหล ใครจะคิดว่าสำคัญ</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSklLERIdYI/AAAAAAAAAeo/G7rUSgJwFiI/s1600/DSC08046.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560016087019976066" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSklLERIdYI/AAAAAAAAAeo/G7rUSgJwFiI/s320/DSC08046.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkkEhRcOCI/AAAAAAAAAeg/fDlWJoHrZfM/s1600/DSC08042.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5560014875035187234" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSkkEhRcOCI/AAAAAAAAAeg/fDlWJoHrZfM/s320/DSC08042.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เคยได้ยินชื่อหางไหลหรือโลติ๊นมาเป็นสิบๆปีแล้ว รู้ว่าเค้าใช้รากเบื่อปลา ก็แปลกใจว่าอะไรจะขนาดนั้น นึกสงสัยว่าถ้าคนกินปลานั้นเข้าไปจะเป็นยังไง ก็เป็นความสงสัยอยู่อย่างนั้น จนมาเปิดร้านขายต้นไม้ในอินเตอร์เน็ท ถึงพึ่งรู้ว่า รากหางไหลเป็นอะไรที่หายากสุด ๆ ไม่มีใครู้จัก คนรู้จักก็มีต้นพันธุ์อยู่นิดหน่อย ในขณะที่คนสั่งที่เป็นสิบกิโลกรัม เอาไปทำวิจัยบ้าง เอาไปใช้ทำน้ำหมักกำจัดศัตรูพืชบ้าง นึกสงสัยว่าทำไมเค้าไม่พากันปลูกต้นหางไหลไว้เยอะ ๆ ในเมื่อเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก็อย่างว่าแหล่ะ คนส่วนใหญ่จะรำคาญไม้ชนิดนี้เพราะเค้าจะค่อนข้างอันธพาลเลื้อยเกะกะรบกวน ต้นไม้อื่น จนบ่อยครั้งต้องถูกกำจัดและทำลาย เราคงบอกได้แค่ว่าไม้ตัวนี้น่าสนใจเชิงเศรษฐกิจ เพราะปลูกง่าย ขยายพันธุ์เร็ว หายาก ได้ราคาดี เห็นว่าต้นที่มีอายุ 9 เดือนก็เริ่มใช้การได้แล้ว กลุ่มเกษตรกรแถวสระบุรี ปลูกขายเถาลำต้นเป็นล่ำเป็นสัน จำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ รู้แต่ว่าของหมดถ้าอยากได้ต้องรออีก3 เดือน ถึงมีตัดขายได้ แถมหางไหลยังมี 2 ชนิด คือ หางไหลแดง กับ หางไหลขาว เราว่าไม่มีข้อยุติตามที่เขียนไว้ในอินเตอร์เน็ทหรอก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนใบประกอบ หรือการทุบรากนำมาละลายน้ำ แล้วยังไม่เคยเห็นหางไหลขาวเลย ทุบรากไหนมันก็เป็นสีขาวหมด แต่ใบประกอบมี 9 ใบ ตกลงมันเป็นหางไหลอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ รากเพียงข้อเล็ก ๆ ทุบแกว่งน้ำ เทใส่บ่อปลา ยังตายหมดบ่อเหมือนเดิม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หางไหลแดง&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Derris elliptica (Roxb.) Benth. วงศ์ : Leguminosae - Papilionoideaeชื่อสามัญ : ชื่ออื่น : กะลำเพาะ (เพชรบุรี); เครือไหลน้ำ, หางไหลแดง, ไหล, ไหลน้ำ (ภาคเหนือ); โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); อวดน้ำ (สุราษฎร์&lt;br /&gt;โล่ติ๊น" หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า "หางไหล"มีศักยภาพที่จะนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงศัตรูได้เป็นอย่างดี "โลติ๊น" หรือ "หางไหล" ในบ้านเรามีอยู่ 2ชนิด คือ หางไหลแดง (Derris eliptica) จะมีใบย่อย 7 ใบขึ้นไป และอีกชนิด คือ หางไหลขาว (Derrismalacecum) มีจะใบย่อย 5 ใบ พืชชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยชนิดเนื้อแข็ง (Twining shurb)&lt;br /&gt;ลักษณะเป็นเถา ใบออกเป็นช่อ(Compound leaves) ดอกมีขนาดเล็ก สีแดงอ่อนเหมือนดอกถั่วลักษณะเป็นเถา ใบออกเป็นช่อ(Compound leaves) ดอกมีขนาดเล็ก สีแดงอ่อนเหมือนดอกถั่ว&lt;br /&gt;การใช้ประโยชน์โล่ติ๊น การใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สารพิษในโล่ติ้น นอกจากจะมีคุณสมบัติในการเบื่อปลาแล้ว ยังพบว่าเมื่อพ่นบนตัวแมลง สารพิษจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระเพาะ ทำให้แมลงตายได้ หรือใช้ในรูปของสารไล่แมลง การใช้สารพิษอาจใช้ในรูปของสารละลายหรือในรูปผง ถ้าใช้ในรูปผงจะมีประสิทธิภาพใน การฆ่าหมัด เห็บ ไรไก่ ปลวก แมลงวัน เรือด เพลี้ยอ่อนบางชนิด หนอนเจาะผัก มวนปีก แก้ว ด้วงเต่าแตง ด้วงหมัดผัก เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงหนอนเจาะกะหล่ำปลี และศัตรูพืชผักต่าง ๆ เป็นต้น สารพิษในโล่ติ้นสามารถใช้พ่นโดยตรงบนต้นอ่อนและใบอ่อนของพืช โดยไม่เกิดอันตรายกับพืชเพราะสารนี้เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากพืช สลายตัวเร็ว ไม่มีผลตกค้างในพืชอาหารและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากโล่ติ๊นเป็นพืชตระกูลถั่ว สามารถปลูกเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินแล้วยังใช้ ปลูกเป็นพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้นจากดิน และป้องกันการชะล้างของดินได้อีกด้วย วิธีใช้ทางการเกษตร ใช้รากที่ทุบแล้ว 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 1 ปีบ แช่ไว้ 2 วัน สังเกตว่าน้ำที่แช่โล่ติ๊นขุ่นขาว คล้ายน้ำซาวข้าว กรองเอาแต่น้ำ นำไปฉีดแปลงพืชผลในช่วงที่มีแดดอ่อน เพื่อฆ่าหนอนและแมลงชนิดต่าง ๆ นอกจากนั้นยังใช้ฆ่าเหา เรือด และเบื่อปลา กุ้ง หอย ปู เพื่อเตรียมสระเลี้ยงสัตว์น้ำ วัยอ่อนเป็นอย่างดีการใช้ประโยชน์โล่ติ๊น การใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สารพิษในโล่ติ้น นอกจากจะมีคุณสมบัติในการเบื่อปลาแล้ว ยังพบว่าเมื่อพ่นบนตัวแมลง สารพิษจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระเพาะ ทำให้แมลงตายได้ หรือใช้ในรูปของสารไล่แมลง การใช้สารพิษอาจใช้ในรูปของสารละลายหรือในรูปผง ถ้าใช้ในรูปผงจะมีประสิทธิภาพใน การฆ่าหมัด เห็บ ไรไก่ ปลวก แมลงวัน เรือด เพลี้ยอ่อนบางชนิด หนอนเจาะผัก มวนปีก แก้ว ด้วงเต่าแตง ด้วงหมัดผัก เพลี้ยจั๊กจั่นมะม่วงหนอนเจาะกะหล่ำปลี และศัตรูพืชผักต่าง ๆ เป็นต้น สารพิษในโล่ติ้นสามารถใช้พ่นโดยตรงบนต้นอ่อนและใบอ่อนของพืช โดยไม่เกิดอันตรายกับพืชเพราะสารนี้เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากพืช สลายตัวเร็ว ไม่มีผลตกค้างในพืชอาหารและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากโล่ติ๊นเป็นพืชตระกูลถั่ว สามารถปลูกเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินแล้วยังใช้ ปลูกเป็นพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้นจากดิน และป้องกันการชะล้างของดินได้อีกด้วย วิธีใช้ทางการเกษตร ใช้รากที่ทุบแล้ว 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 1 ปีบ แช่ไว้ 2 วัน สังเกตว่าน้ำที่แช่โล่ติ๊นขุ่นขาว คล้ายน้ำซาวข้าว กรองเอาแต่น้ำ นำไปฉีดแปลงพืชผลในช่วงที่มีแดดอ่อน เพื่อฆ่าหนอนและแมลงชนิดต่าง ๆ นอกจากนั้นยังใช้ฆ่าเหา เรือด และเบื่อปลา กุ้ง หอย ปู เพื่อเตรียมสระเลี้ยงสัตว์น้ำ วัยอ่อนเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;หางไหลแดง สมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์ : Derris elliptica (Roxb.) Benth.ชื่อสามัญ : Tuba root, Derrisวงศ์ : LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAEชื่ออื่น : กะลำเพาะ (เพชรบุรี) เครือไหลน้ำ, ไหลน้ำ (ภาคเหนือ) โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , อวดน้ำ (สุราษฎร์ธานี) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ศาสตร์ : ไม้เถาเนื้อแข็ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ยาว 22.5-37.5 ซม. ใบย่อย 9-13 ใบ รูปขอบขนานถึงรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 7.5-15 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม หลังใบเกลี้ยงท้องใบมีขน ดอกช่อกระจะ ยาว 22.5-30 ซม. มีขนสั้นหนานุ่ม กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 6 มม. เชื่อมติดกันเป็นรูประฆังมีขน กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีชมพู หายากที่เป็นสีขาว ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบล่างรูปโล่ เกสรตัวผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว รังไข่มีขนอุย ฝักรุปขอบขนานถึงรูปใบหอก กว้าง 2 ซม. ยาว 3.5-8.5 ซม. ตะเข็บบนแผ่เป็นปีก มีเมล็ด 1-4 เมล็ดส่วนที่ใช้ : เถาสด แห้ง หรือราก ต้นสรรพคุณ : ยารักษาเหา หิด ยาสำหรับใช้เบื่อปลา ฆ่าแมลง ไล่แมลง ขับระดูสตรีและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต วิธีและปริมาณที่ใช้รักษาเหา หิดใช้เถาสดยาว 2-3 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดผสมน้ำมันพืช ชะโลมบนเส้นผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จึงสระให้สะอาด ควรสระติดต่อกัน 2-3 วัน ให้สะอาดจริงๆ ยาฆ่าแมลง เบื่อปลาใช้เถาแก่สด แห้ง หรือจะใช้รากก็ได้ (จำนวนที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และแมลง) ทุบให้แตกมากๆ แช่ลงในน้ำ น้ำจะขาวเช่นน้ำซาวข้าว ใช้น้ำนั้น- ฆ่าแมลง (ซึ่งปลอดภัยต่อผู้ใช้)- เบื่อปลา (ปลาที่เบื่อโดยวิธีนี้ใช้เป็นอาหารได้)หมายเหตุ : เนื่องจากสารพิษที่อยู่ในหางไหลนั้น ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นเช่นคน จึงใช้ได้ดี ทั้งสารนี้สลายตัวได้ง่าย ไม่ติดค้างอยู่บนพืชผัก เหมือนสารสังเคราะห์พวก ดี.ดี.ที. ใช้ผสมกับยาอื่นๆ เป็นยาขับระดูสตรีทางจังหวัดสุโขทัย ใช้เถาหางไหลแดงตากแห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ดองสุรารับประทานเป็นยาขับและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จริงๆ แล้วหางไหลมีทั้งคุณและโทษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อยู่บ้าง แต่ยังคงเป็นพืชที่น่าสนใจ ที่ควรมีการนำมาพัฒนาแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หามาปลูกกันไว้เถอะ อีกไม่นานโลกทั้งโลกจะต้องเข้าสู่ยุคแห่งการพึ่งพาตนเองเต็มรูปแบบแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-8982109397881878712?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/8982109397881878712/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8982109397881878712'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8982109397881878712'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2011/01/blog-post.html' title='หางไหล ใครจะคิดว่าสำคัญ'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TSklLERIdYI/AAAAAAAAAeo/G7rUSgJwFiI/s72-c/DSC08046.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-4935163560844474773</id><published>2010-09-08T20:14:00.000-07:00</published><updated>2010-12-19T19:40:18.194-08:00</updated><title type='text'>อำลา อาลัยต้นซึก</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhV1lR7eUI/AAAAAAAAAeU/B0810ulVe4k/s1600/kk.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5514752122743912770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhV1lR7eUI/AAAAAAAAAeU/B0810ulVe4k/s320/kk.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"พี่โอ่งเค้าสั่งตัดต้นซึกที่อยู่หน้าอาคารเรา" น้องกระซิบบอกเราเมื่อวาน อีกแล้วเหรอ มันทำอีกแล้วไม่แปลกใจที่เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายในระยะสองปีที่ผ่านมา ผู้คนโดนเด็ดหัว ต้นไม้โดนตัดโค่น เมื่อคนมีอำนาจที่เกลียดสมุนไพรที่สุดคนหนึ่งที่เราเคยเห็นได้มาเป็นใหญ่ในงานแพทย์แผนไทย ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเราให้ทะยอยขนต้นไม้ที่พอขนได้เอาไปกองไว้หน้าบ้านพักก่อหน้าคำสั่งนี้สองสามวัน ต้นไม้บางต้นเติบใหญ่ยืนต้นก่อนผู้คนจะเข้ามารุกราน ต้นไม้บางต้นพวกเราหอบหิ้วเค้ามาจากในป่า เพื่อให้คนที่ไม่มีโอกาสเข้าป่าได้รู้จักทักทายเค้า อาทิตย์นี้ยังไปหาแม่ไม่ได้ ต้องรีบขุดขนต้นไม้ที่พอย้ายได้หลบคนใจทรามที่ไม่สร้างแต่ชอบทำลาย คงได้ไม่กี่ต้นไม่มีที่จะวางแล้ว คงต้องบอกเครือข่ายให้มาแบ่งๆกันขุดไปปลูก ฤาจะถึงกาลล่มสลายจริงๆ มองต้นซึกด้วยหัวใจที่สลายไม่รู้ทั้งชะตากรรมของตัวเองและต้นไม้ กระซิบบอกเทพเทวดานางฟ้าที่สิงสถิตย์อยู่ที่ต้นซึกว่า มันผู้ใดที่คิดโคนทำลาย ขอให้มันมีอันเป็นไป เรื่องราวของความเจ็บปวดที่ไกลผู้คนรู้เห็น ได้แต่เงยหน้าขอฟ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครองจิตวิญญาณของลูกด้วย ฟ้าดินได้โปรดเป็นพยาย สงครามเริ่มขึ้นแล้ว ลูกจะสู้กับพวกมันและจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น คำเดียวที่แม่บอกไว้ อย่าร้องไห้นะลูก ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวแต่การมีชีวิตอยู่ความเจ็บปวดที่ช่วยเหลือคนของเรา ต้นไม้ของเราไว้ไม่ได้ มันทรมานเหลือเกิน ขอพลังเฮือกสุดท้ายช่วยใหลูกหยัดยืนสู้กับพวกมันจนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายของลูกจะมาถึงด้วยเถิด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพลงของพงษ์เทพ กระโดนชำนาญดังขึ้นในความรู้สึก โลกนี้เดียวดายเหลือเกิน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กว่าจะเป็น ต้นไม้ยืนต้นสูงหยัดยืน ใหญ่โตงดงามเนิ่นและนานที่สั่งสม เป็นร่มเงาให้ดอกงามยามที่คน นั้นต้องการ.กว่าจะเป็น สายธารล้นหลากไหลระเริง หล่อเลี้ยงผู้คนเนิ่นและนานที่ปลาน้อย ร้อยเส้นใยว่ายถักทอเป็นธารทอง ให้ผู้ ทุกข์ทน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;20ธค.53  ต้นซึกยังไม่โดนตัด เห็นคนงานว่ารอรถปั้นจั่น  เพราะกลัวล้มทับอาคาร  ปีนี้ฝักซึกออกเยอะมาก เหมือนเค้าจะรูว่าอีกไม่นานเค้าจะต้องตายไป  ทิ้งลูกหลานของเค้าไว้ให้พวกเรา  ใครอยากได้เมล็ดไปปลูก เรามีแจกนะ ต้นซึกเค้าจะได้ตายตาหลับ  ถ้าเค้ารู้ว่าลูกหลานเค้ายังอยู่  ยังมีคนเห็นคุณค่าของเค้า&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-4935163560844474773?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/4935163560844474773/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/09/blog-post_08.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4935163560844474773'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4935163560844474773'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/09/blog-post_08.html' title='อำลา อาลัยต้นซึก'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhV1lR7eUI/AAAAAAAAAeU/B0810ulVe4k/s72-c/kk.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3716290026021155492</id><published>2010-09-08T19:37:00.000-07:00</published><updated>2010-09-08T20:03:24.141-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ลั่นทม จำปาลาว ลีลาวดี'/><title type='text'>ลั่นทมระทมท่วมทุกข์ท้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhN_oFp8JI/AAAAAAAAAeM/NWajBNwEM5Q/s1600/1283278146.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5514743499203408018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhN_oFp8JI/AAAAAAAAAeM/NWajBNwEM5Q/s320/1283278146.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ลั่นทมเป็นไม้ดอกสวยมีเสน่ห์จัด แม้แต่ตอนร่วงยังดูดีมากๆ สปาถึงนิยมใช้ดอกลั่นทมเป็นสัญญลักษณ์ &lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhNCt8pfyI/AAAAAAAAAeE/QzoUOmWeVE8/s1600/49.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5514742452804222754" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhNCt8pfyI/AAAAAAAAAeE/QzoUOmWeVE8/s320/49.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ดอกลั่นทมเป็นไม้มียางที่กินได้แต่ต้องเก็บเฉพาะดอกขาวและดอกที่ร่วงจากต้นเท่านั้น นำมาชุบแป้งทอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;ลั่นทมระทมท่วมทุกข์ท้น&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หยาดน้ำตาเกลื่อนกล่นหม่นหมอง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ครวญคร่ำร่ำไห้ไร้ทำนอง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จำจองวิญญาณรานรอน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ลั่นทมเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงได้กลัวชื่อลั่นทมกันนัก หาว่านามไม่เป็นมงคล ไม่เหมาะนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ระทมไม่มีความสุข จริงๆแล้วเหตุผลที่ซ่อนอยู่ของคนโบราณคือลั่นทมเป็นไม้กิ่งเปราะต้นสูงปานกลาง แผ่กิ่งน่าปีนป่ายเป็นที่สุด ถ้าบ้านไหนมีเด็กคงอดใจปีนต้นลั่นทมไม่ได้แน่ คนเฒ่าคนแก่กลัวเด็กได้รับอุบัติเหตุตกลงมาจากกิ่งที่ปีนง่ายแต่เปราะของลั่นทม จึงห้ามเอาไว้ แต่คนโบราณมักไม่บอกเหตุผลตรงๆ เลยทำให้ลั่นทมต้องมีวิบากกรรม ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นลีลาวดีเพื่อนำมาใช้เชิงการค้า ใครเคยไปลาวจะเห็นลั่นทมเต็มไปหมด ต้นใหญ่เด่นเห็นเรียงรายข้างทางเป็นไม้ประจำประเทศของเค้าเลย น่าภูมิใจแทน ตอนเราทำงานอยู่บนเขาที่ชัยภูมิ คนที่นั่นก้อเรียลั่นทมว่า จำปา ปลูกง่ายสุดๆ แค่หักกิ่งแล้วปักลงไปไม่ยักตาย ตามวัดหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่าสมัยบูมต้นนี้กันใหม่ๆ ขายมีราคา มันเข้าไปหักไปขุดในวัดไปขาย พระท่านได้แต่ปักป้ายขอร้องไว้ เงินตัวเดียวแท้ๆ แค่อยากบอกว่าช่วยเรียกเค้าด้วยชื่อเดิมเถอะ ก่อนที่จะไม่มีใครรู้ว่าลั่นทมคือต้นอะไร ตำรับยาโบราณที่เข้าลั่นทมไว้จะพลอยสูญไปด้วย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพลงลาวม่านแก้ว&lt;a href="http://lms.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/advcourse/presentstu/course/ww522/chokanannit/chokanannit-web1/content/menu/laomankaew.mp3"&gt;&lt;/a&gt;(คลิกฟังเพลง)&lt;br /&gt;ล่องลอยเอย จากพิมาน ข้ามสีทันดร ตระการ สู่แคว้นแดนไทย กลิ่นจอมขวัญ ปักใจพี่มั่น ตรึงหมาย กี่ชาติกี่ภพ ไม่มีคลอนคลาย รักเจ้าไม่หน่าย ไม่คลายจากกัน&lt;br /&gt;แจ่มจันทร์ขวัญฟ้า ขอเทพเทวาเป็นพยาน วันดีศรีสุข สองเราสมัครสมาน พี่ขอรัก นงคราญ จวบจนรักนั้น นิรันดร์กาลเอย ดอกเอย เจ้าดอกจำปาลาว ตัวพี่รักเจ้า เท่าท้องนภาเอย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ลั่นทม เป็น&lt;a class="new" title="ไม้ดอกยืนต้น (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ไม้ดอกยืนต้น&lt;/a&gt;ใน&lt;a title="สกุล" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5"&gt;สกุล&lt;/a&gt; Plumeria มีหลายชนิดด้วยกัน บางคนมีความเชื่อว่า ไม่ควรปลูกต้นลั่นทมในบ้าน เนื่องจากมีชื่อเป็น&lt;a class="new" title="อัปมงคล (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;อัปมงคล&lt;/a&gt; คือไปพ้องกับคำว่า 'ระทม' ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ แต่ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อใหม่ ว่า ลีลาวดี และนิยมปลูกกันแพร่หลายอย่างมาก ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ได้แก่ จำปา, จำปาลาว และจำปาขอม เป็นต้น (สำหรับชื่อภาษาอังกกฤษ ได้แก่ Frangipani, Plumeria, Templetree)&lt;br /&gt;ลั่นทม เป็นไม้ที่นำมาจากเขมร ทางภาคใต้ เรียกชื่อว่า "ต้นขอม" "ดอกอม" ส่วนใหญ่ที่ปลูกกันเป็น "ลั่นทมขาว" เล่ากันว่า ไม้นี้นำเข้ามาปลูกในไทย เมื่อคราวไปตีนครธม ได้ชัยชนะ นำต้นไม้นี้เข้ามาปลูก และเรียกชื่อเป็นที่ระลึกว่า "ลั่นธม" "ลั่น" แปลว่ ตี เช่น ลั่นฆ้อง ลั่นกลอง "ธม" หมายถึง "นครธม" ภายหลัง "ลั่นธม" เพี้ยนเป็น "ลั่นทม"&lt;br /&gt;ลั่นทมเป็นพืชนิยมปลูกเพราะดอกมีสีสันหลากหลาย สวยงาม ได้แก่ขาว เหลืองอ่อน แดง ชมพู ฯลฯ บางดอกมีมากกว่า 1 สี&lt;br /&gt;ดอกลั่นทมยังเป็น&lt;a class="new" title="ดอกไม้ประจำชาติ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ดอกไม้ประจำชาติ&lt;/a&gt;ของ&lt;a title="ประเทศลาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7"&gt;ประเทศลาว&lt;/a&gt; และพบได้มากบริเวณทางขึ้น&lt;a title="พระธาตุ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8"&gt;พระธาตุ&lt;/a&gt;ที่เมือง&lt;a class="mw-redirect" title="หลวงพระบาง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87"&gt;หลวงพระบาง&lt;/a&gt; สำหรับในประเทศไทยนั้นมักพบต้นลั่นทมตามธรรมชาติทางภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คนโบราณมี&lt;a class="new" title="ความเชื่อไทยโบราณ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ความเชื่อ&lt;/a&gt;ว่า ต้นลั่นทมนั้น ไม่ควรปลูกในบ้าน ด้วยมีชื่ออัปมงคล คือไปพ้องกับคำว่า ระทม ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ, จึงได้มี&lt;a class="new" title="การเปลี่ยนชื่อเพื่อความหมาย (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;การเรียกชื่อเสียใหม่ให้เป็นมงคล&lt;/a&gt; ว่า ลีลาวดี ทั้งนี้ไม่ได้มีการกำหนดเปลี่ยนชื่อแต่อย่างใด[&lt;a title="วิธีใช้:การอ้างอิงแหล่งที่มา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2"&gt;ต้องการอ้างอิง&lt;/a&gt;]&lt;br /&gt;มีความเข้าใจผิดกันว่า ลีลาวดี นั้นเป็น&lt;a title="ชื่อพระราชทาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99"&gt;ชื่อพระราชทาน&lt;/a&gt; จาก&lt;a class="mw-redirect" title="สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2_%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5"&gt;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&lt;/a&gt; แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นชื่อพระราชทานจาก &lt;a class="mw-redirect" title="สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AF_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%96"&gt;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ&lt;/a&gt;&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A1#cite_note-0"&gt;[1]&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a class="image" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Flower11.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a class="internal" title="ขยาย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Flower11.jpg"&gt;&lt;/a&gt;ดอกลีลาวดี&lt;br /&gt;ลีลาวดี ถ้าแปลตามความหมายตามอักษรแล้ว ก็คือต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย ไม้นี้เดิมเรียก ลั่นทม เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อน ที่เห็นทั่วๆไปมีดอกสีขาว แดง ชมพู ชื่อเดิมของพันธุ์ไม้นี้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำนี้ มาจากคำว่า ระทม ซึ่งหมายถึงความเศร้าโศก จึงไม่เป็นที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านหรือที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามมีผู้มีความรู้ด้านภาษาไทยกล่าวถึงคำว่า ลั่นทม ว่า ลั่นทมที่เรียกกันแต่โบราณ หมายถึง การละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข ดังนั้นคำว่า ลั่นทม แท้จริงแล้วเป็นคำผสมจาก ลั่น+ทม โดยคำแรกหมายถึง แตกหัก ละทิ้ง และคำหลังหมายถึงความทุกข์โศก [&lt;a title="วิธีใช้:การอ้างอิงแหล่งที่มา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2"&gt;ต้องการอ้างอิง&lt;/a&gt;]&lt;br /&gt;มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของลั่นทมในลักษณะต่าง ๆ กัน อย่างไรก็ตามพันธุ์ไม้นี้ตามหลักสากลมีชื่อว่า ฟรังกีปานี (frangipani) และเรียกกันทั่วไปว่า พลูมมีเรีย (plumeria)ถ้าจะสืบประวัติที่แน่ชัด ที่จริงแล้วถิ่นกำเนิดของต้นลั่นทมนั้นอยู่ในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน ไม่ใช่เป็นต้นไม้ในแถบบ้านเรา&lt;br /&gt;เข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณราวพุทธ ศตวรรษที่ 17 โดยเข้ามาทางอาณาจักรขอม (ประเทศกัมพูชา) ในยุคสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่2 (พ.ศ. 1650 – 1700) เป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างพระนครวัด ในครั้งนั้นเจ้าฟ้างุ้ม พระโอรสแห่งเมืองลาวมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้พลัดพรากจากชาติภูมิ ไปพำนักที่เขมรตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และต่อมาได้เป็นมหาดเล็กในราชสำนัก เมื่อโตขึ้นจึงคิดจะกลับเมืองลาว ครั้งที่เจ้าฟ้างุ้มเดินทางจากเขมร มีบันทึกว่าได้เข้ามาตั้งค่ายอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะเดินทางเข้าเมืองลาว สันนิษฐานว่าเจ้าฟ้างุ้มน่าจะนำต้นไม้ชนิดกลับไปยังประเทศลาวด้วย เพราะจากบันทึกของประเทศลาวได้กล่าวถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งมีชื่อว่า จำปา (ชื่อเรียกต้นลั่นทมในภาษาลาว) นอกจากนี้ประเทศลาวเอง ยังมีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อ จำปาสัก ซึ่งหมายถึงต้นลั่นทม นั่นเอง แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ปรากฏแน่ชัดว่ามีการเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้ แต่เป็นที่น่าคิดว่า สมัยสุโขทัยที่มีการยึดอำนาจอาณาจักรขอมน่าจะนำเอาต้นไม้ชนิดนี้เข้ามาบ้าง&lt;br /&gt;พลูมมีเรีย หรือ พลัมมีเรีย (plumieria) เป็นชื่อที่เรียก ลั่นทม หรือลีลาวดี ตามชื่อของนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชาร์ล พลัมเมอร์ (ค.ศ. ๑๖๔๖-๑๗๐๖) ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกษัตริย์ประเทศฝรั่งเศส ให้แสวงหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ในเขตร้อน เขาได้เดินทางไปยังหมู่เกาะ แคริเบียนถึง ๓ ครั้ง ซึ่งเป็นแหล่งที่ได้พบต้นไม้ที่มีดอกสวยงามและรูปทรงแปลกๆ จึงได้นำกลับมาที่ประเทศฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 17 และเขาได้ริเริ่มจัดระบบของต้นใม้และดอกไม้ในเขตร้อนให้เป็นหมวดหมู่ ภายหลังนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศสนาม ทัวนีฟอร์ท ได้ตั้งชื่อต้นลั่นทมว่า พลัมเมอร์เรีย (plumieria) เพื่อเป็นเกียรติแก่นาย ชาร์ล พลัมเมอร์ แต่ภายหลังได้เรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น พลูมมีเรีย (plumeria) ต้นไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า ฟรังกีปานี (frangipani) ซึ่งมีสมมุติฐานว่ามาจากคำในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า ฟรังกีปาเนีย (frangipanier) ซึ่งมาจากรากศัพท์ว่า กลิ่นหอม (fragrance) อีกสมมุติฐานของชื่อนี้คำว่า ฟรังกีปานี มีความหมายถึง ยางสีขาวข้นเหนียวของต้นลั่นทม เมื่อชาวฝรั่งเศสผู้ไปตั้งรกรากในหมู่เกาะแคริเบียนได้สังเกตเห็นยางของลั่นทมจึงเรียกว่า ฟรังกีปานีเออร์ (frangipanier) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศส แปลว่านมข้น จึงเป็นไปได้ว่าชื่อสากลของพันธุ์ไม้นี้มาจากภาษาฝรั่งเศส&lt;br /&gt;ต้นลั่นทมได้แพร่หลายในอเมริกาสมัยบุกเบิก ซึ่งต่อมามีการผสมข้ามพันธุ์ทำให้มีสีสันมากมายและหลากลักษณะ นักพฤกษ์ศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ วูดสัน (woodson) ได้แบ่งชนิดของลั่นทมออกเป็น 7 ลักษณะ ตามแหล่งดั้งเดิมของที่มา ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. พลูมมีเรีย อินโนโดรา แหล่งเดิมมาจากประเทศ โคลัมเบีย และ บิตริสกีนา&lt;br /&gt;2. พลูมมีเรีย พูดิกา ประเทศโคลัมเบีย เวเนซูเอลา และ มาตินิค&lt;br /&gt;3. พลูมมีเรีย รูบรา ประเทศในอเมริกากลาง&lt;br /&gt;4. พลูมมีเรีย ซับเซสซิลิส ประเทศฮิสปานิโอลา&lt;br /&gt;5. พลูมมีเรีย ออบทูซ่า หมู่เกาะบาฮามัส ประเทศ คิวบา จาไมกา ฮิสปานิโอลา ปอร์โตริโก บริติสฮอนดูรัส&lt;br /&gt;6. พลูมมีเรีย ฟิลิโฟเลีย ประเทศ คิวบา&lt;br /&gt;7. พลูมมีเรีย อัลบา ประเทคปอร์โตริโก เวอร์จินไอแลนด์ส และ เลสเซอร์ เอนทิเลส&lt;br /&gt;นอกจากการแบ่งตามแหล่งที่มาแล้ว ยังมีการแบ่งชนิดของลั่นทมตามลักษณะใบ ช่อดอก และสี อีกด้วย การตั้งชื่อชนิดของลั่นทมได้มีอย่างกว้างขวางไปทั่วทุกแหล่งที่นิยมปลูก ประเทศที่ให้ความสำคัญถึงกับมีการตั้งสมาคม ก็คือ สหรัฐอเมริกา โดยมีการจดทะเบียนชื่อตามลักษณะต่างๆ ดังที่กล่าวถึงกว่า 300 ชื่อ จากจำนวนของลั่นทมที่มีอยู่เดิม (generic) และที่มีการผสมพันธุ์ (hybrid) กว่า 1,000 ชนิดทั่วโลก&lt;br /&gt;ราชอาณาจักรไทยกับบันทึกของลั่นทม&lt;br /&gt;ในช่วงปี พ.ศ. 2232 – 2238 ชาร์ลส์ พลูมิเยร์ (Charles Plumier) ผู้เขียนเรื่อง The Flora of Tropical America ) ชาวฝรั่งเศสเดินทางไปแถบหมู่เกาะเวสต์อินดีสเพื่อคันหาพืชพันธุ์ใหม่ๆ ตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพบพันธุ์ไม้พื้นเมืองชนิดหนึ่งซึ่งนิยมปลูกตามสุสาน ดอกมีกลิ่นหอม ต้นไม้ที่ว่านั้นคือดอกลั่นทม ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ตรงกับสมัยพระนารายณ์มหาราชแห่งราชอาณาจักรสยาม มีการเจริญสันพันธ์ไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส แต่คาดว่าต้นลั่นทมอาจจะยังไม่เข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ พิจารณาได้จากจดหมายเหตุและพงศาวดารพระราชอาณาจักรสยามครั้งสมัยกรุง ศรีอยุธยา ปลายแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.2230 โดยมองซเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ( Monsieur de LaLoubere) เอกอัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ผู้เข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวายพระราชสาสน์ ณ กรุงสยาม ในคณะทูตานุทูตฝรั่งเศสชุดที่2 ได้เขียนเล่าเรื่องราวของกรุงสยามเป็นภาษาฝรั่งเศสและบันทึกถึงชื่อต้นไม้ ที่ชื่อลั่นทม เหตุอย่างหนึ่งอาจเกิดจากพื้นที่ของอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม ในฤดูน้ำหลากมักเกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งไม่เหมาะกับการปลูกพืชชนิดนี้ จีงยังไม่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญที่9 (พระเจ้าท้ายสระ) ราวปี พ.ศ.2260 กรุงศรีอยุธยาได้ติดต่อทำการค้ากับประเทศสเปน ในช่วงนี้มีการนำเอาต้นลั่นทมเข้ามามากที่สุดจากฟิลิปปินส์ โดยทหารสเปนที่เข้ามายึดฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคมนำลั่นทมจากประเทศแถบละตินอ เมริกาเข้ามายังภูมิภาคนี้ สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาพบหลักฐานทางวรรณคดีที่เอ่ยถึงลั่นทม เรื่องบุณโณวาทคำฉันท์ของพระมหานาค วัดท่าทราย เข้าใจว่าแต่งในราวปี พ.ศ.2293 – 2301 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ปรากฏตอนพรรณนาถึงลานพระพุทธบาท สระบุรี ดังนี้ “ลั่นทม ระดมดาษ ดุจราชประพัตรา แก้วกรรณิกากา- รเกษกลิ่นกำจรลม” ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเริ่มปรากฏหลัก ฐานเด่นชัดเกี่ยวกับลั่นทมมากขึ้น โดยพบจากงานเขียนในวรรณคดีหลายเรื่องดังความ ในนิราศพระบาทของสุนทรภู่ที่ว่า “ศาลา มีทั้งระฆังห้อย เขาตีบ่อยไปยังค่ำไม่ขาดเสียง ดงลั่นทมร่มรอบคิรีเรียง มีกุฎิ์เคียงอยู่บนเขาเป็นหลั่นกัน” และสมัยรัชกาลที่4 มีการสร้างพระราชวังที่จังหวัดเพชรบุรี ชื่อพระนครคีรี หรือเขาวัง โดยนำเอาลั่นทมสีขาว (Plumeria obtuse L.) มาปลูกเรียงรายขึ้นไป แลเห็นเป็นเสมือนภูเขาลั่นทมเช่นเดียวกันกับพระราชฐานฤดูร้อนที่เกาะสีชัง ซึ่งรัชกาลที่5 ทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น และพระราชทานนามว่า “จุฑาธุชราชฐาน” ปี พ.ศ. 2435 ครั้งนั้นมีการปลูกต้นลั่นทมเป็นจำนวนมากที่เกาะสีชังจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของเกาะนี้ในเวลาต่อมา ส่วนลั่นทมชนิดดอกแดง (Plumeria ruba L.) นั้น พระยาอัชราชทรงสิริเป็นผู้นำมาจากปีนัง และนำมาปลูกที่จังหวัดภูเก็ตคราวพระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ ประพาสปีนัง (พ.ศ. 2467)ตั้งแต่นั้นมาจึงเริ่มเห็นดอกลั่นทมสีต่างๆ มากขึ้น เล่าเรื่องชื่อ ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียมีการเรียกชื่อพื้นเมืองของลั่นทมแตกต่างกันไป อย่างประเทศเพื่อนบ้านเรายังเรียกชื่อที่แตกต่างกัน เขมร เรียกว่า จำไป และ จำปาซอ ถ้ามาเลเซียจะเรียกว่า กำโพชา จำปากะ อินโดนีเซียเรียกว่า กำโพชา อินเดียเรียกว่า พหูล แคร์จำปา ซอนจำปา จินจำปา พม่าเรียกว่า ต่ายกสะกา แม้แต่ไทยเองยังเรียกแตกต่างกัน ทางพายัพ เรียก จำปาลาว อีสานเรียก จำปาขาว ปักษ์ใต้เรียก จำปาขอม ภาคกลางเรียก ลั่นทม ส่วนความหมายของชื่อมีแตกต่างกันไปดังนี้ ลั่นทม แปลว่า ดอกไม้ใหญ่ ลั่น แปลว่าใหญ่ หรือดัง ทม แปลว่าดอกไม้ ลั่นทม แปลว่า ละทิ้งจากความโศกเศร้า ลั่นแปลว่าทิ้ง ทม แปลว่าระทม ลั่นทม แปลว่า รักอันยิ่งใหญ่ เพี้ยนมาจากคำว่า สรัลทม (ภาษาเขมร) ลั่นทม เพี้ยนมาจากคำว่าลานธม ในอดีตของชาวเขมรบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นครธม เขาจะไปยังลานหินแล้วนำเอาดอกไม้ชนิดนี้ไปวางที่ “ลานธม” จีงเพี้ยนกลายเป็นดอกลั่นทม&lt;br /&gt;Tips ของการปลูกลั่นทม&lt;br /&gt;1. ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถ้าโตเต็มที่จะสูงประมาณ 8 เมตร ลำต้นสีเทาปนเขียว มียางสีขาว รูปทรงแผ่เห็นกิ่งก้านสวยงาม ดอกมีหลายสี เช่นสีขาว แดง ชมพู เหลือง และมีสีผสม บางชนิดมีกลิ่นหอม ผลจะออกเป็นฝักคู่สีน้ำตาล 2. เติบโตดีในดินร่วนปนทราย การให้น้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดเต็มวัน 3. โรคที่มักพบบ่อยคือ ราสนิม หากพบไม่มากควรเด็ดใบทิ้งแล้วนำไปทำลายให้ห่างจากต้น แต่ถ้าต้องการกำจัดอาจจะต้องใช้สารเคมี คือ แมนโคเซ็บ คลอโรทาโลนิล หรือคาร์เบนดาซิม ตามฉลากแนะนำ 4. การขยายพันธุ์ทำได้หลายวิธี ได้แก่ เพาะเมล็ด ปักชำ เสียบยอด หรือติดตาพันธุ์ดีบนต้นตอเพาะเมล็ด ส่วนต้นใหญ่ที่นำมาปลูกใช้วิธีขุดล้อม สามารถขุดให้รากเปลือยแล้วนำไปปลูกใหม่ได้ แต่ต้องปลิดใบออกบางส่วนเพื่อลดการคายน้ำ รอไม่นานก็แตกใบใหม่สวยงามเหมือนเดิม ชอบแสงแดดจัด ปลูกง่าย และไม่ต้องดูแลมากนัก ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุกชนิด เป็นพันธุ์ไม้ทนแล้งตามสภาพความเป็นอยู่ ถ้าได้รับการบำรุงดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำ หรือบำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือ 14-14-21 ประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง สลับกับแคลเซียมไนเตรท 15-0-0 ลั่นทมก็จะให้ความสวยงามสดชื่นตลอดปี แต่ไม่ชอบดินแฉะที่มีน้ำท่วมขัง&lt;br /&gt;ในปัจจุบันนี้ต้นลั่นทม หรือเรียกชื่อใหม่ว่า ลีลาวดี กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ราคาในท้องตลาดขยับราคาสูงขึ้นจากเดิมมาก และ ในความเชื่อที่เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้นิยมนำไปใช้ตกแต่งในสถานที่ต่างๆ มากขึ้น ยิ่งต้นใหญ่ยิ่งราคาแพง ต้นลั่นทมขนาดใหญ่มักจะมาจากแถบอีสาน หรือมีการลักลอบมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ค่านิยมในการปลูกลั่นทมนี้อาจจะเป็นแฟชั่นเหมือนกับโป๊ยเซียน ชวนชม ที่เมื่อนิยมก็ปั่นราคาจนสูงเกินความเป็นจริง แทนที่จะปลูกชื่นชมเพื่อความสวยงามเหมือนต้นไม้อื่นๆ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สรรพคุณ ทั้งต้น ใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคลำไส้พิการของม้าใบ เอาใบแห้งมาชงน้ำร้อนใช้รักษาโรคหอบหืด หรือนำใบสดมาลนไฟให้ร้อนแก้ปวดบวมเปลือกราก ใช้เป็นยารักษาโรคหนองใน เป็นยาถ่าย แก้โรคไขข้ออักเสบ ขับลมเปลือกต้น นำมาต้มเป็นยาถ่าย ขับฤดู แก้ไข้ แก้โรคโกโนเรีย หรือให้ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ข้าวและมันเนย ซึ่งจะเป็นยาแก้ท้องเดิน ยาถ่าย ขับปัสสาวะดอก ใช้ทำธูป แต่ถ้าใช้ผสมกับพลูเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรียเนื้อไม้ เป็นยาแก้ไอ ในประเทศเขมร ใช้เป็นยาถ่าย ขับพยาธิยางจากต้น เป็นยาถ่าย รักษาโรคไขข้ออักเสบ ทำให้เกิดผื่นแดง ถ้าใช้ผสมกับไม้จันทร์และการบูรเป็นยาแก้คัน แก้ปวดฟัน&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3716290026021155492?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3716290026021155492/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3716290026021155492'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3716290026021155492'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='ลั่นทมระทมท่วมทุกข์ท้น'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TIhN_oFp8JI/AAAAAAAAAeM/NWajBNwEM5Q/s72-c/1283278146.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-7056589467312530752</id><published>2010-07-13T00:08:00.000-07:00</published><updated>2010-07-13T01:01:59.438-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คาวตอง ส้มป่อย พุดลา มะกรูด ขนคุด ขนพิการ'/><title type='text'>สมุนไพรแก้ขนคุด</title><content type='html'>สมุนไพรรักษาอาการขนคุด&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwbahH-aAI/AAAAAAAAAdc/s5lhi52TPT8/s1600/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5493295787867531266" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 225px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwbahH-aAI/AAAAAAAAAdc/s5lhi52TPT8/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; พลูคาว ใช้รูปเค้ารอไปพลางๆ ก่อน ยังหารูปไม่เจอ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwZAvGGQ6I/AAAAAAAAAdU/jOXEfTdJ-mU/s1600/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5493293145917899682" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 213px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwZAvGGQ6I/AAAAAAAAAdU/jOXEfTdJ-mU/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; พุดรา นี่ก้อยืมรูปเค้า ต้องไปหาเก็บรูปก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwWU-vQcBI/AAAAAAAAAdM/faUN2PtZeq0/s1600/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5493290195179565074" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 201px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwWU-vQcBI/AAAAAAAAAdM/faUN2PtZeq0/s320/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ภาพแสดงการเปรียบเทียบ รูขุมขนปกติ กับ ภาวะขนคุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwV2D_ZcMI/AAAAAAAAAdE/f2Zq_iDu3pY/s1600/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%91.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5493289664013496514" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 190px; CURSOR: hand; HEIGHT: 220px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwV2D_ZcMI/AAAAAAAAAdE/f2Zq_iDu3pY/s320/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%91.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ภาพแสดงชั้นของผิวหนังและต่อมต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwVsk8utPI/AAAAAAAAAc8/LisCdgAO9ok/s1600/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%92.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5493289501061985522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 239px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwVsk8utPI/AAAAAAAAAc8/LisCdgAO9ok/s320/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%92.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ป่วยโรคขนคุด เหมือนขนลุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อบรมให้กับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเรื่องเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย เมื่อวันที่ ๒๑-๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ จำนวน ๗๐ คน พี่ๆน้องๆเราน่ารักมากตั้งอกตั้งใจกันดี เจอโจทย์จากน้องๆที่ถามมาแต่ละข้อ เก็บไปคิดหลายวันเลย โรคภัยทุกวันนี้เป็นกันแปลก ๆ นะ มีคำถามมาว่า สมุนไพรแก้ขนคุดใช้อะไร ทำงานสถานีอนามัยมา ๒๐ ปีก้อยังไม่เคยเจอคนไข้ด้วยโรคนี้ ถามน้องกลับไปว่าคิดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร น้องบอกว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อ งั้นเอางี้ เล่นbroad spectum ไปเลยแล้วกัน เอาสมุนไพรตัวที่ออกฤทธิ์กว้าง ๆ ครอบคลุมทุกเชื้อเข้าว่า เลยแนะนำพลูคาวให้เค้าไปลองกินสดหรือต้มกินดู&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กลับมาค้นตำรายาตามที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่าง ๆ ของอาจารย์ วุฒ วุฒิธรรมเวช ที่ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ดังนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ตำรับยากินแก้ผม,ขนพิการ ประกอบด้วย รากส้มป่อย รากพุดลา รากมะกรูด เสมอภาค ต้มเอาน้ำดื่มครั้งละหนึ่งถ้วยกาแฟ วันละ ๒ ครั้งเช้าเย็น ก่อนอาหาร &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;(คำอธิบาย คำว่าลาในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ดอกไม้ที่มีกลีบชั้นเดียว ไม่ซ้อน เช่น มะลิลา พุดลา รักลา )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สรรพคุณ แก้ผมพิการ ให้ผมร่วง แก้ขนพิการ เจ็บตามขุมขน ให้ขนร่วง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;รากส้มป่อย  รสขม  แก้ไข้&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รากพุด         รสขมเย็น แก้ไข้ แก้ร้อนใน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;รากมะกรูด    รสจืดเย็น แก้ไข้แก้ไข้กำเดา ถอนพิษผิดสำแดง กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;อ่านอาการแล้ว เอ...หรือเราก้อเป็นแฮะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคขนคุด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;โรคขนคุด (Keratosis pilaris)&lt;br /&gt;เป็นอีกอย่างที่คล้ายกับ สิว มากแต่ไม่ใช่สิว บางคนอาจจะเคยเป็นเวลาลูบไปตามขา สะโพก แขนแล้วไม่เรียบเป็นตุ่มๆแข็งๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเกิดขึ้นบริเวณผิวหน้าแต่ในบางคนอาจเป็น ยังไม่เจอสาเหตุที่แน่นอนว่าเกิดจากอะไร&lt;br /&gt;โรคขนคุด&lt;br /&gt;เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป มีลักษณะรูขุมขนเป็นตุ่มแข็งนูนขึ้นมาบนผิวให้สัมผัสขรุขระเมื่อลูบดู และแลดูเหมือนหนังไก่ ส่วนใหญ่พบได้บริเวณแผ่นหลัง และต้นแขนด้านนอก (บริเวณท่อนแขนก็พบได้บ้าง) และยังพบได้บริเวณต้นขา สีข้าง สะโพก น่อง น้อยครั้งที่จะพบบริเวณผิวหน้า และอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็น สิว&lt;br /&gt;การจัดแบ่งประเภท&lt;br /&gt;คนที่เป็นส่วนใหญ่จะเป็นวัยผู้ใหญ่ 40-50% และประมาณ 50-80% เป็นวัยหนุ่มสาว และจะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และความรุนแรงก็จะมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงมาก โรคขนคุด นั้นมีอยู่หลายประเภท ตั้งแต่ Keratosis pilaris rubra คือ ขนคุด ที่มีอาการอักเสบ แดง, alba คือ ขนคุด ที่เป็นตุ่มแข็งขึ้นมาบนผิวหนังแต่ไม่ระคายเคือง, rubra faceii คือเป็นผื่นแดงบริเวณแก้ม - - ส่วนใหญ่คนที่เป็น โรคขนคุด มักไม่รู้ว่าตนเองเป็นอยู่ (หากว่ามีอาการเล็กน้อย) คนมักจะสับสนเข้าใจว่าเป็นสิว เนื่องจาก ขนคุด นั้นมีลักษณะคล้ายกับเวลาที่ขนลุก เมื่อสัมผัสจะเป็นตุ่มเล็ก ๆ บนผิวหนัง&lt;br /&gt;วิธีการรักษา&lt;br /&gt;ขณะนี้ยังไม่พบวิธีการรักษาอาการ ขนคุด แต่ก็มีวิธีที่ได้ผลระดับหนึ่งที่จะทำให้อาการดูน้อยลง ผิวบริเวณที่เป็น ขนคุด จะดูดีขึ้นและอาจหายไปได้ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านพ้นไป - - การขัดและผลัดเซลล์ผิว, ครีมบำรุงผิวเข้มข้น, lac-hydrin, และโลชั่นที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Urea อาจช่วยบำรุงผิวบริเวณที่มีปัญหาให้ดีขึ้น เนียนนุ่มขึ้นได้บ้างชั่วคราว การรับประทานยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ก็ช่วยได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผลต่อตับ อาจทำให้เกิดพิษได้ และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจรับประทานวิตามินเอ เมื่อหยุดยาก็มัก กลับมาเป็นอีก การทายากรดวิตามินเอได้ผลบ้าง แต่ไม่ดีเท่ายากิน หลัง ๆ มีการใช้ laser ในการกำจัดขนและมีการอ้างว่า ได้ผลได้การรักษา ขนคุด ด้วย แต่ยังไม่มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจน&lt;br /&gt;การเกาและแกะขนคุดนั้นจะทำให้เป็นแผลแดง และบางครั้งก็ทำให้เลือดออก การแกะเกาบ่อย ๆ จะทำให้กลายเป็นแผลเป็นรอยดำ การสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ไม่ให้รัดบริเวณที่เป็น ขนคุด ก็จะช่วยลดการเกิด ขนคุด ใหม่ ๆ ได้ เพราะหากสวมใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ก็จะเกิดการเสียดสี เปรียบเสมือนการเกา ก็จะทำให้ยังเป็น ขนคุด เพิ่มได้อีก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.acnethai.com/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=231:-keratosis-pilaris&amp;amp;catid=47&amp;amp;Itemid=7"&gt;http://www.acnethai.com/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=231:-keratosis-pilaris&amp;amp;catid=47&amp;amp;Itemid=7&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.doctorcosmetics.com/read_content.php?id=1825&amp;amp;pagetype=articles"&gt;http://www.doctorcosmetics.com/read_content.php?id=1825&amp;amp;pagetype=articles&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-7056589467312530752?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/7056589467312530752/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7056589467312530752'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/7056589467312530752'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/07/blog-post.html' title='สมุนไพรแก้ขนคุด'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDwbahH-aAI/AAAAAAAAAdc/s5lhi52TPT8/s72-c/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-8895562919768812009</id><published>2010-07-08T21:06:00.001-07:00</published><updated>2010-12-19T19:26:26.752-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พระเจ้าห้าพระองค์'/><title type='text'>พระเจ้าห้าพระองค์</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDakp_84V2I/AAAAAAAAAc0/qnIduNeo5Co/s1600/DSC04827.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5491757837073274722" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDakp_84V2I/AAAAAAAAAc0/qnIduNeo5Co/s320/DSC04827.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เรารู้จักเมล็ดของต้นนี้ตามงานออกร้านต่าง ๆ ตอนแรกนึกว่าเค้าทำเอา ตอนหลังถึงรู้ว่าธรรมชาติเป็นมาอย่างนี้เอง เจอต้นจริงสูงใหญ่มาก อยู่ที่เขาซับลังกาลพบุรี เห็นว่าที่เขาพังเหยชัยภูมิต้นใหญ่กว่านี้ แต่ตามป่าก้อหายากจริง ๆ ยิ่งเมล็ดมันยิ่งหายากไปใหญ่ไม่ทันคนเก็บไปขาย กับกระรอกกระแตที่แทะเอาส่วนที่เหมือนพระพุทธรูปออกไปหมด บางอันมี ถึงหกพระองค์ เราว่าธรรมชาติเค้าสุดยอดเน๊าะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คนไทยแต่โบราณมักจะมีของขลังชนิดหนึ่งติดตัว คือ “พระเจ้าห้าพระองค์”คำว่าพระเจ้าห้าพระองค์ เป็นคำโบราณ มาจาก คาถาพระเจ้าห้าพระองค์เป็นคาถาเรียกกำลัง เมื่อบริกรรมแล้ว จะเสมือนว่า มีพระเจ้าห้าพระองค์สถิตยที่สองแขนสองขา และกระหม่อม เมื่อต่อสู้จะเกิดกำลังวังชาไม่เหนื่อยง่าย บางที่พบว่ามีทางคงกระพันหนังเหนียวด้วยอันว่า คาถาพระเจ้าห้าพระองค์ มีอยู่สั้นๆ ว่า "นะ โม พุท ธา ยะ" นั่นเองคาถานะโมพุทธายะนี้ ได้มีการแตกหน่อไปหลายสาขา เช่นกรณีของคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ของหลวงพ่อโสธรบางครั้งมีการใช้เมล็ดพระเจ้าห้าพระองค์เป็นเครื่องรางของขลังคู่กับคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ผลพระเจ้าห้าพระองค์มีลักษณะเป็นวงกลมใหญ่กว่าเหรียญสิบบาทเล็กน้อยเป็นเมล็ดแห้งตัน มีร่องขรุขระ ผิวเปลือกนูนลักษณะคล้ายองค์พระพุทธรูปหรือพระเครื่องห้าร่อง หันพระเศียรชนกันที่ตรงศูนย์กลาง จึงเรียกว่า "พระเจ้าห้าองค์" ถือเป็นของขลังที่มีพุทธคุณโดเด่นทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีโชคลาภและโภคทรัพย์อุดมสมบูรณ์ เสริมสิริมงคล และขจัดความชั่วร้ายต่าง ๆ ทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย บางคนก็นำเมล็ด “พระเจ้าห้าพระองค์” ไปเข้าพิธีปลุกเสกเพิ่มอิทธิฤทธิ์ในทางอยู่ยงคงกระพันผลพระเจ้าห้าพระองค์เกิดจากผลบุญของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในกัปป์นี้ ดังนี้จึงเป็นผลไม้ที่มีดีทางธรรมชาติ ปกติจะมีเทวดาคุ้มครองเสมอ การนำมาปลูกในบ้านเรือน ต้องนิมนต์พระมาชยันโตด้วย ตาดีๆลองหาลูกที่มี 6 หรือ 4 ตา หายากดีคนส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่า “ผล” ของต้น “พระเจ้าห้าพระองค์” มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรและนิยมใช้กันมาช้านานแล้ว โดยในยุคสมัยก่อนคนไทยเป็นโรค “หิด” กันมาก เมื่อเป็นแล้วจะทรมานมาก เข้าสังคมไม่ได้ คนรังเกียจ ยารักษาหายาก บางคนอยู่ไกลตัวเมือง ไกลสุขศาลาหรือโรงหมอ จึงนิยมใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกในการรักษา ซึ่ง “ผล” ของ “พระเจ้าห้าพระองค์” ก็มีสรรพคุณรักษาโรค “หิด” ด้วย โดยมีวิธีใช้แบบง่ายๆ คือ เอาผลแห้ง ของ “พระเจ้าห้าพระองค์” ฝนกับหินลับมีด หรือหินฝนยาสมุนไพรผสมกับน้ำให้ข้นแล้วเอาน้ำที่ฝนได้ทาบริเวณที่เป็น “หิด” หรือบริเวณที่เป็นเม็ดผื่นคันชนิดเรื้อรัง โดยทาบ่อยๆ จะทำให้อาการที่เป็นอยู่ค่อยๆทุเลาลงและแห้งหายได้ในที่สุดพระเจ้าห้าพระองค์ หรือ DRA-CONTOMELON DAO อยู่ในวงศ์ ANA-CARDICEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 20-30 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก รูปรีกว้าง มีใบ 6-9 คู่ เมื่อต้นโตเต็มที่จะให้ร่มเงาดีมาก ดอก เป็นสีเหลืองปนเขียว เวลามีดอกจะสวยงามน่าชมมาก “ผล” รูปกลมรีเล็กน้อย แบ่งเป็นพู 5 พู แต่ละพูจะมีรูปคล้ายพระเรียงรอบผลห้าองค์ จึงถูกตั้งชื่อตามลักษณะผลว่า ต้น “พระเจ้าห้าพระองค์”&lt;a class="bbc_link new_win" href="http://upload.bluegy.com/show.php?c7a93f0b9a0879ed7d5e681145730dfd.jpg" target="_blank"&gt;&lt;/a&gt;แต่นานวันเข้าต้นพระเจ้าห้าพระองค์กำลังใกล้สูญพันธุ์เต็มที และหาไม่ได้ในป่าโดยทั่วไป ในเทือกเขาพังเหยมีต้นพระเจ้าห้าพระองค์อยู่แค่ 2 ต้น มีอายุกว่าร้อยปี ต้นพระเจ้าห้าพระองค์ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่ขยายพันธุ์ไม่ค่อยได้ เพราะเมื่อเมล็ดร่วงลงมาถึงพื้นดิน กระรอกหรือกระแตจะไปเจาะเพื่อกินเนื้อในเป็นอาหาร ทำให้ไม่สามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้  แต่ถ้าอยากจะปลูก ฝน (จรัสสายฝน อุดมทรัพย์ คนรุ่นใหม่ความหวังของหมอพื้นบ้านไทย  จากสกล ) บอกเราว่า ต้องแกะตาที่เหมือนพระพุทธรูปออกถึงจะขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-8895562919768812009?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/8895562919768812009/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/07/blog-post_08.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8895562919768812009'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/8895562919768812009'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/07/blog-post_08.html' title='พระเจ้าห้าพระองค์'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TDakp_84V2I/AAAAAAAAAc0/qnIduNeo5Co/s72-c/DSC04827.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3259718908429368330</id><published>2010-06-19T13:49:00.000-07:00</published><updated>2010-06-19T20:04:17.011-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ข้าวเย็นโคก'/><title type='text'>แล้วข้าวเย็นโคกก็กู้หน้าโคราช</title><content type='html'>ข้าวเย็นโคก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5484684460377395698" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TB2DdSXmUfI/AAAAAAAAAcs/T8LrhbNSLW0/s320/DSC04874.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5484682832296967234" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TB2B-hS-fEI/AAAAAAAAAck/0QOmKJDkE3s/s320/DSC05042.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5484681050739327010" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TB2AW0eiQCI/AAAAAAAAAcc/nWNHSj8LVSU/s320/DSC04931.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;พึ่งได้มีโอกาสไปร่วมจัดบูธในงานรวมพลังสร้างสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบเนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครบรอบการบรมราชาภิเษก ปีที่ ๖๐  เมื่อวันที่ ๑๗-๑๘มิถุนายน ๒๕๕๓ที่ผ่านมาที่ศูนย์โอท็อป เซ็นเตอร์ อ.เมือง  จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเหตุการณ์เฉียดฉิวจวนเจียนเกือบจะไม่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จากเหตุผลของคนบางคนที่มีอำนาจแต่ไม่อยากจะให้ความสำคัญ ต้องยอมรับว่าหลายครั้งที่ถอดใจอยากหนีอยากลาออก แต่ผ่านไปซักพักเหมือนมีแรงฮึดให้สู้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า โจทย์ของโคราชในครั้งนี้นอกจากการบอกเล่าถึงภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรในผู้สูงอายุ การแสดงวัฒนธรรมเด่นของจังหวัด โจทย์ที่ยากที่สุดอีกข้อก้อคือ เราถูกเบียดงบประมาณให้จัดงานด้วยเงินสองพันห้าร้อยบาทสำหรับซื้ออุปกรณ์ที่จัดแต่งบูธทั้งหมดรวมไปถึงค่ากินอยู่ของคน ๕ ชีวิตเป็นเวลาสามวัน ทั้งๆที่ทางกระทรวงให้เงินเรามามากพอที่จะจัดงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้เราต้องคิดการบ้นอย่างหนักไม่นับการที่โคราชเป็นจังหวัดใหญ่ที่ต้องถูกจับตามอง เรากับทีมงานช่วยกันค้นหาอุปกรณ์ วัสดุตกแต่งเท่าที่พอค้นพอขัดถูเก็บมาใช้ เอาต้นไม้ส่วนตัวที่เราสะสมไว้มารวบรวมได้ห้าชนิดพยายามให้ไม่ซ้ำกับจังหวัดอื่น คิดหาไฮไลต์ว่าปีนี้จะเอาต้นอะไรดี ต้นกุหลาบเหลืองโคราชซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำถิ่นก้อน่าสนใจเพราะมีกลิ่นเหมือนตะไคร้ช่วยไล่แมลงได้ แต่ดอกเค้าพึ่งโรยไปเมื่อเดือนที่แล้ว ต้นกล้วยไม้ที่ไม่มีดอกก้อเหมือนผู้หญิงไม่แต่งหน้ามันดึงความสนใจไม่ได้ จะเอาว่านกลีบแรดรึก้อต้นละ ๕๐๐ บาท สู้ราคาไม่ไหว สุดท้ายเลยมาลงตัวที่ข้าวเย็นโคกที่ตัวเองซื้อไว้ราคา ๓๐ บาท กะเร่กะร่อน ๒๐ บาท ว่านน้ำมีอยู่แล้วไม่ได้ซื้อ บุกรอ ๑๐๐ บาทแต่เอาไปได้แต่ต้นเล็ก และว่านหัวน่วมที่รอดมาจากหอยทากปีที่แล้วเหลืออยู่ต้นเดียว ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์โอทอปของจังหวัดอุบลราชธานี ทีมงานทั้งหมดก้อเริ่มหน้าตาซีดเซียว เพราะทุกบูธจัดได้อลังการสวยงามมาก แต่ละจังหวัดขนคนมาไม่ต่ำกว่า๓๐คน ส่วนโคราชมีมาทั้งหมด๕ชีวิต ( ร่วมทั้งพี่พขร. ) ให้กำลังใจกันว่า เอาน่าสู้ๆ ตามอัตภาพก้อแล้วกัน ช่วงเปิดงานท่านอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ท่านเยี่ยมชมบูธของ ๑๙ จังหวัด ใกล้เข้ามาๆ นึกอยู่ในใจว่าเอาไงดีว้าๆๆๆ มองความว่างโล่งของบูธแล้วก้อใจไม่ดี เป็นไงเป็นกัน พอท่านอธิบดีฯมาถึงบูธของโคราชเลยพาท่านดูต้นข้าวเย็นโคกเล่าให้ท่านฟังว่าเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่วิถีชีวิตของคนภาคอีสาน เข้าตำรับยาได้ทุกตำรับ รักษาได้ทุกโรค ใช้ทดแทนข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีงานวิจัยที่รวบรวมเอาไว้ว่าในเมืองไทยมีหัวยาข้าวเย็นทั้งสิ้น ๕ สายพันธุ์ ต้นนี้เป็นหนึ่งใน ๕ สายพันธุ์ และมีการนำมาใช้ในตำรับยาทั่วประเทศถึง ๒,๔๐๐๐ ตำรับ ซึ่งท่านแปลกใจเมื่อทราบว่าหาได้ง่ายมีขึ้นทั่วไปตามป่าตามโคกหัวไร่ปลายนา และท่านก้อให้ความสนใจเป็นอย่างมากได้ขอต้นที่นำมาแสดงไปด้วย ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาและจะพยายามศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ยิ่งๆขึ้น ภารกิจก่อนตายต้องรวบรวมข้อมูลสมุนไพรเหล่านี้ให้มากที่สุด ตามหาหัวยาข้าวเย็นอีก ๔ สายพันธุ์ ยังมีบุกโคราชหรือบุกหัวช้างสายพันธุ์แท้ของโคราช แก้งขี้พระร่วง ดู่ทุ่ง ไม้แหย่แย้ หัวร้อยรู และอีกมากมายที่ต้องทำ ชีวิตเริ่มมีความสุขขึ้นอีกครั้ง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3259718908429368330?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3259718908429368330/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/06/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3259718908429368330'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3259718908429368330'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/06/blog-post.html' title='แล้วข้าวเย็นโคกก็กู้หน้าโคราช'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TB2DdSXmUfI/AAAAAAAAAcs/T8LrhbNSLW0/s72-c/DSC04874.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-1882380901681870986</id><published>2010-05-29T17:12:00.000-07:00</published><updated>2010-05-30T23:13:53.855-07:00</updated><title type='text'>ส้มป่อยกับน้ำตาของการสูญเสีย</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TANSx_kxhHI/AAAAAAAAAcU/s_8yt4XG7No/s1600/à¸ªà¹‰à¸¡à¸›à¹ˆà¸&amp;shy;à¸¢à¹“.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5477312590645396594" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TANSx_kxhHI/AAAAAAAAAcU/s_8yt4XG7No/s320/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%93.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ขอยืมรูปจากเวปไซด์คนอื่นละกัน เพราะต้นของเราโดนจนกุดเลย&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส้มป่อย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรากับส้มป่อยมีอดีตร่วมกัน ตอนอยู่สถานีอนามัยที่อยู่บนเขาชัยภูมิ มีต้นส้มป่อยเกิดขึ้นเองข้างรั้วอนามัยเป็นพุ่มเรื่อยยาวไปถึงวัด ผู้เฒ่า ผู้แก่ จะแวะเด็ดฝักใส่ขันไปทำน้ำมนต์รดเป็นศิริมงคลของชีวิต เราเห็นเค้ายืนพุ่มอยู่อย่างนั้นเป็นเหมือนเพื่อนรักที่คุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นธรรมดาของการทำงานร่วมกันที่ผู้ร่วมงานอาจไม่พอใจกันบ้าง ผู้ร่วมงานของฉันทุกครั้งที่ไม่พอใจฉัน เค้าจะไปตัดต้นส้มป่อนจนเหี้ยนเตียน แต่ธรรมชาติไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ต้นส้มป่อยแตกยอดแผ่กิ่งใบครั้งแล้วครั้งเล่า จนครั้งสุดท้ายลูกน้องที่เป็นอสมใมบอกว่าพี่โอ่งเที่ยวนี้เค้าตัดและจุดไฟสุมตอเลย มันคงขึ้นอีกไม่ได้แล้ว ฉันทรุดลงร้องไห้โฮอยู่ตรงบันไดอนามัย เป็นความสะเทือนใจที่เกินบรรยาย มันบอกไม่ถูก มันสูญเสีย นึกเห็นภาพผู้เฒ่าผู้แก่ที่คุ้นชินกับการเก็บส้มป่อยแล้วสะเทือนใจมาก เดินดูร่องรอยของการทำลายด้วยหัวใจที่แตกสลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาอยู่ที่ใหม่ส้มป่อยต้นใหญ่งามขึ้นพันต้นสะเดาอยู่หน้าตึกทำงาน แต่มีคนเลวโกรธใครก้อไม่รู้ฟันมันทิ้งอีก และทุกครั้งที่เค้าพยายามขึ้นใหม่ก้อมีร่องรอยการตัดจนกุดแล้วกุดอีก ฉันต้องสะเทือนใจกับภาพแบบนี้อีกนานเท่าไหร่ และทำไม....&lt;br /&gt;จุดสังเกตุ คือ ต้นส้มป่อนจะคล้ายต้นชะอมแต่ยอดอ่อนมีสีแดงชิมดูมีรสเปรี้ยว&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส้มป่อย หรือ ส้มขอน (ภาคกลาง) ส้มป่อย (ภาคเหนือ) ส้มใบ ส้มป่อย (ภาคใต้) หม่าหัน&lt;br /&gt;ชื่อวิทยาศาสตร์: Acacia concinna (Willd.) DC.&lt;br /&gt;วงศ์: Leguminosae-Mimosoideae&lt;br /&gt;ลักษณะวิสัย: ส้มป่อยเป็นไม้พุมรอเลื้อยขนาดใหญ่ ตามลำต้นกิ่งก้าน มีหนาม ใบเป็นใบประกอบ แบบขนนกสองชั้นใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ดอกมีขนาดเล็กเป็นช่อ กลมเป็นพู่เหมือนดอกกระถิน ออกตามปลาย กิ่ง ฝักแบนยาว คล้ายถั่วลันเตา สีน้ำตาลดำ&lt;br /&gt;ขอบเป็นคลื่น ผิวย่น มีสารกลุ่มซาโปนินสูงถึง 20 % ตีกับน้ำจะเกิดฟองคงทนมาก ขยาย พันธุ์ด้วยเมล็ด&lt;br /&gt;ตำนาน&lt;br /&gt;นิทานจากพรหมจักรชาดก ชาดกล้านนาซึ่งแปลงมาจาก รามเกียรติ์ที่ได้กล่าว ถึงความสำคัญของส้มป่อยว่า ครั้งหนึ่ง มีควายชื่อทรพี คิดอยากเอาชนะพ่อ จึงท้าชนทรพาผู้พ่อ ทั้งสอง ต่อสู้กันจนเวลาล่วงเลย ฝ่ายทรพีเพลี่ยงพล้ำถูกทรพาไล่ขวิดจนถอยร่นไปไกล ขณะนั้นเองทรพี ได้ถอย ไปชนต้นส้มป่อยที่กำลังออกฝักอยู่ ด้วยกำลังที่ชนอย่างแรงทำให้ฝักส้มป่อยหล่นลงมาถูกหัวทรพี ทันใดนั้น กำลังที่เคยอ่อนล้าหมดแรง เกิดฮึกเหิมเพิ่มขึ้น ได้ทีทรพีจึงถาโถมเข้าชนทรพาอย่างเมามัน ผู้เป็นพ่อ เสียที หมดแรงถอยไปชนต้นมะขามป้อม ลูกมะขามป้อมหล่นถูกหัว เรี่ยวแรงที่อ่อนล้ายิ่งหมดไป จึงถูกทรพี ผู้เป็นลูกฆ่าตายในที่สุด&lt;br /&gt;ชาวบ้านเชื่อว่า ส้มป่อยเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ขจัดสิ่งเลวร้าย อัปมงคล เป็นการปลดปล่อยสิ่งไม่ดีให้หลุดพ้นจากชีวิต&lt;br /&gt;คำว่า ส้ม หมายถึง เปรี้ยว&lt;br /&gt;ป่อย หมายถึง ปลดปล่อย&lt;br /&gt;ชาวบ้านจะเก็บฝักส้มป่อยในช่วงเดือน 5 เหนือ ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ยิ่งถ้าเก็บในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะทำให้ได้ ส้มป่อยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;เมื่อได้เวลาเก็บ ชาวบ้านจะเลือกเก็บฝักส้มป่อยที่แก่จัด นำไปตากในกระด้งให้แห้งสนิท เก็บใส่ตะกร้า ไว้ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ทั้งพิธีมงคลและอัปมงคล ก่อนนำไปใช้จะนำฝักส้มป่อยไปผิงไฟพอให้สุก ส้มป่อยจะมี กลิ่นหอมเปรี้ยว จากนั้นหักฝักส้มป่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แช่ในน้ำ จะได้น้ำส้มป่อยที่มีสีเหลืองอ่อนๆ สำหรับใช้ ในพิธีกรรมสำคัญ&lt;br /&gt;น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ชำระสิ่งชั่วร้าย จากพระสงฆ์หรือปู่อาจารย์ที่นับถือ นอกจากคาถาที่ร่ายเป่าลงไปแล้ว ในน้ำยังมีสิ่งสำคัญ ที่ก่อเกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้ศรัทธา คือส้มป่อย เป็นส่วนผสมหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;พิธีการสำนึกบุญคุณและขอขมาผู้ใหญ่ที่นับถือ หรือการดำหัวในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ผู้น้อยถือขันข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำส้มป่อย ที่ผู้ใหญ่ใช้ลูบหัวหลังเสร็จการให้พร แล้วสะบัดพรมให้ลูกหลาน เพื่อเป็นสิริมงคลทั้งตนเองและผู้ที่รัก&lt;br /&gt;ประเพณีงานบุญที่พ่อแม่ทุกคนต่างรอคอยโอกาสสร้างกุศลใหญ่ เพื่อปรารถนาให้ลูกชายพาไปพบชีวิตที่ดี ในโลกหน้าคือการบวชลูกแก้ว (บวชพระหรือเณร) น้ำส้มป่อยก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการชำระล้างเนื้อตัว ให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ์ปฏิบัติธรรม&lt;br /&gt;เหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อาจหลีกพ้นได้ คือ ความตาย น้ำส้มป่อยก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในงาน ใช้อาบน้ำศพ เพื่อให้ผู้จากไปได้พบสิ่งดีสู่สุคติ นำร่างไปเผาที่ป่าช้า กลับมาผู้ที่ยังอยู่จะใช้น้ำส้มป่อยล้างมือ ลูบผมเพื่อป้องกัน สิ่งชั่วร้ายและไล่เสนียดจัญไรออกจากตัว ถ้าเป็นการเผาผีตายโหง ฝักส้มป่อยที่นำติดตัวสามารถล้างอาถรรพ์ จากผีไม่ให้ติดตามมาได้&lt;br /&gt;การสืบชะตา สะเดาะเคราะห์ ประกอบพิธีไหว้ครู เช่น ครูซอ ครูหมอเมือง (หมอสมุนไพรพื้นบ้าน) หรืออื่นๆ ล้วนมีน้ำส้มป่อย เข้ามาช่วยให้ขลัง&lt;br /&gt;ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่า ถ้าใครไปทำสิ่งไม่ดีที่เรียกว่า ขึด ทำให้ตนเจอะเจอความชั่วร้าย ไม่เป็นมงคล สิ่งที่ช่วยให้บรรเทาเบาบางลงคือ น้ำส้มป่อย&lt;br /&gt;ครูอาจารย์ ผู้มีเวทมนตร์คาถา ที่นั่งผีปู่ย่า (คนทรง) เมื่อทำผิดข้อห้ามของครูอาจารย์หรือบรรพบุรุษ ที่เรียกกันว่า ผิดครู น้ำส้มป่อยก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และมีของดีในตัวได้ดังเดิม&lt;br /&gt;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ เช่น พระพุทธรูป พระเครื่อง ชาวบ้านจะนำน้ำส้มป่อยใส่น้ำอบน้ำหอม เพื่อสรงน้ำพระ ในวันปีใหม่เมือง เช่นกัน&lt;br /&gt;ส้มป่อย เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ชอบขึ้นตามพื้นที่ลุ่มต่ำ ชื้นแฉะ ลักษณะใบคล้ายใบชะอม มีรสเปรี้ยว ชาวบ้านจะใช้ยอดอ่อนใส่แกงให้ได้รสเปรี้ยวแทนมะนาว ชาวบ้านนิยมใส่ในต้มส้มไก่เมือง ปลา หรือต้ม ส้มขาหมู จะได้รสชาติเปรี้ยวอร่อยและหอมกลิ่นส้มป่อย มีผลเป็นฝักแบนๆ เป็นข้อ คล้ายฝักฉำฉา หรือฝักกระถินเทศ แต่จะสั้นและบางกว่า จะมีหนามตลอดที่ต้นและกิ่งก้าน&lt;br /&gt;สรรพคุณทางยา ต้น แก้น้ำตาพิการ ใบ แก้โรคตา เป็นยาถ่าย ขับเสมหะ ชำระเมือกมันใน ลำไส้ แก้บิดฟอกล้างประจำเดือน ดอก รักษาโรคเส้นพิการ ผล ใช้แก้น้ำลายเหนียว ราก ใช้แก้ไข้ ฝักแห้ง นำไปปิ้งให้เหลืองชงน้ำจิบแก้ไอและขับเสมหะ เป็นยาทำให้อาเจียน ใช้ฟอกผมแก้รังแค ช่วยให้ผมดกดำ เป็นเงางาม ไม่แตกปลาย แก้ไข้จับสั่น แก้โรคผิวหนัง เมล็ด นำไปคั่วแล้วบด ให้ละเอียดใช้นัตถุ์ให้คันจมูก ทำให้จามดี ส่วนใบ ตำให้ละเอียดใช้ประคบช่วยคลายเส้นได้&lt;br /&gt;ข้อมูลจากนิตยสารหมอชาวบ้านได้กล่าวถึงส้มป่อยไว้อย่างละเอียด ทำให้เรารับรู้ถึงความผูกพันที่ชาวบ้านมีกับส้มป่อยตั้งแต่เกิดจนตาย คงไม่เกินเลยไปถ้าเราจะร้องไห้เพราะส้มป่อยกอนั้นด้วยความรู้สึกผูกพันทางจิตวิญญาณจริงๆ ลองอ่านกันดู&lt;br /&gt;สมุนไพรมงคล ขับพ้นสิ่งชั่วร้าย คนไทยใหญ่ใช้ฝักส้มป่อยในพิธีกรรมหลายอย่างโดยเฉพาะงานสะเดาะเคราะห์ เพราะเชื่อว่า ส้มป่อยเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัด ปลดปล่อยความโชคร้าย เคราะห์กรรม ความอัปมงคล ให้หลุดพ้นจากชีวิต ถ้าคนไหนไม่สบายใจ ไม่สบายตัว เจ็บไข้ เขาจะเอาส้มป่อยมาต้มอาบ หรือล้างหัว ล้างหน้า ถ้าไปดูดวงแล้วดวงตกหรือโชคไม่ค่อยดี เขาก็จะอาบน้ำส้มป่อย ถ้าเจอผีก็อาบส้มป่อย พิธีรดน้ำมนต์ส่วนมากก็ใช้น้ำฝักส้มป่อย นอกจากนี้ งานมงคลสำคัญของชาวไทยใหญ่ เช่น งานบวชลูกแก้ว (บวชพระหรือเณร) น้ำส้มป่อยก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการชำระล้างเนื้อตัวให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไทยใหญ่เรียกส้มป่อยว่า หมากขอน หม่าหันหม่าหัน...ตำนานแม่นากภาคไทยใหญ่มีนิทานพื้นบ้านที่เกี่ยวกับหม่าหันว่า กาลครั้งหนึ่ง มีผัวเมียข้าวใหม่ปลามันคู่หนึ่ง ตั้งบ้านเรือนอยู่ท้ายหมู่บ้าน ผัวต้องออกตระเวนไปค้าขายต่างถิ่น ในขณะที่เมียกำลังตั้งท้อง ต่อมาเมียก็คลอดลูกตาย ขณะที่เพื่อนบ้านจะเคลื่อนย้ายศพของเมียไปฝังที่ป่าช้านั้น ร่างคนตายก็ร่วงลงมาตรงบันไดบ้าน ตามธรรมเนียมชาวไทยใหญ่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หมายถึง ผู้ตายไม่อยากไปป่าช้า ชาวบ้านจึงนำศพฝังไว้ที่บ้าน เมื่อผัวกลับมาเป็นช่วงเวลากลางคืนก็พบเมียหุงหาสำรับกับข้าวไว้รอท่า ก็อยู่กินกันตามปกติ รุ่งขึ้นผัวออกไปพบชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เพื่อนบ้านก็บอกว่าเมียแกคลอดลูกตาย แต่ชายหนุ่มหาเชื่อไม่ ปฏิเสธว่าไม่จริงก็ยังอยู่กินกันตามปกติ แต่เมื่อไปพบใครๆ ก็บอกเช่นนั้น จึงเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้าง วันหนึ่งหลังกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อย ผัวทำตะบันหมากตกลงไปใต้ถุนบ้านตั้งใจจะลงไปเก็บ เมียก็บอกว่าเดี๋ยวน้องไปเก็บให้ พอผัวคล้อยหลังได้เหลียวไปเห็นเมียเอาลิ้นไปม้วนเก็บตะบันตำหมากนั้นขึ้นมาบนเรือน พอแน่ใจแล้วว่าเมียของตนคงตายไปแล้วจริงๆ จึงออกอุบายบอกเมียว่าจะไปทำถ่ายเบาตรงนอกชาน แล้วรีบไปเจาะกระบอกไม้ไผ่ที่เก็บน้ำไว้ตรงนอกชานเพื่อให้เกิดเป็นเหมือนเสียงปัสสาวะ จากนั้นก็รีบวิ่งไปในหมู่บ้านแบบไม่คิดชีวิต เมียเมื่อเห็นผัวปัสสาวะไม่เสร็จเสียทีจึงออกมาดูก็พบว่าผัวไม่อยู่แล้ว จึงวิ่งออกไปตะโกนเรียกหา ส่วนผัวเมื่อรู้ว่าเมียตามมาจึงรีบหลบในพุ่มของหมากขอน (ส้มป่อย) เมียมองไม่เห็นผัวที่หลบอยู่ใต้พุ่มหมากขอน วิ่งมาจนถึงหมู่บ้านไปพบบ้านช่างตีเหล็กกำลังตีเหล็กไฟลุกโชนอยู่ จึงถามว่าเห็นผัวของฉันไหม ช่างตีเหล็กรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ตายแล้ว จึงบอกว่า ก้มลงซิ เมื่อหล่อนก้มลง ช่างตีเหล็กก็ใช้ค้อนที่เผาไฟลุกแดงตีลงไป สาวเจ้าก็ได้กลายเป็นหิ่งห้อยลอยตามหาผัวต่อไป นับแต่นั้นมาคนไทยใหญ่ก็จะเรียกหมากขอนว่าหม่าหันซึ่งแปลว่าไม่เห็น หมายถึงผีมองไม่เห็นนั่นเอง และเชื่อว่าหิ่งห้อยคือวิญญาณของเมียที่ตามหาผัวของตนเอง นอกจากคนไทยใหญ่แล้วคนเฒ่าคนแก่ในภาคเหนือและภาคอีสานรวมถึงประเทศลาว ต่างใช้ฝักของส้มป่อยเพื่อปัดเป่าภัยร้ายเช่นกัน ดังเช่น ในวันสงกรานต์ที่คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นวันที่มีอาถรรพ์แรง เพราะเศียรของท้าวผกาพรหมอาจหล่นมาสู่โลกเกิดไฟประลัยกัลป์ได้ จึงต้องมีการรดน้ำดำหัวกันด้วยน้ำฝักส้มป่อย เพื่อล้างอาถรรพ์สร้างสวัสดิมงคล ใช้ในพิธีเสริมสิริมงคล พิธีไหว้ครู สะเดาะเคราะห์ แก้อาถรรพ์ไล่ภูติผีปีศาจ ใช้ล้างมือ ล้างหน้า หลังจากกลับจากงานศพ หรือใช้อาบน้ำศพ เพื่อให้ผู้จากไปได้พบสิ่งดีสู่สุคติ หรือการนำฝักส้มป่อยติดตัวไปด้วยในงานเผาศพผีตายโหง เป็นต้นการเก็บฝักส้มป่อยที่จะนำมาใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ นั้นต้องเก็บในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๔ จึงจะศักดิ์สิทธิ์ หรืออย่างน้อยก็ต้องไปเก็บก่อนฟ้าร้อง หรือก่อนฝนตกลงมา เพราะหากฟ้าร้องฝนตกแล้วถือว่าไม่เป็นยา ไม่ขลัง ถือว่าข้ามปีไปแล้ว เมื่อได้เวลาเก็บ ชาวบ้านจะเลือกเก็บฝักส้มป่อยที่แก่จัด นำไปตากในกระด้งให้แห้งสนิท เก็บใส่ตะกร้า ไว้ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ก่อนนำไปใช้นิยมนำฝักส้มป่อยไปผิงไฟพอให้สุก ส้มป่อยจะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว ผู้ที่เคยล้างหน้าหรืออาบด้วยน้ำส้มป่อยแล้ว ย่อมรู้สึกได้ถึงความมีสิริมงคล เพราะกลิ่นหอมแทรกรสเปรี้ยวของส้มป่อยช่วยให้สดชื่นฟื้นชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีทันใด ส้มป่อย สมุนไพรแห่งการขอลดโทษ...ทางธรรมคนล้านนายังเชื่อว่าส้มป่อยเป็นสมุนไพรในการขอลดโทษทางธรรม กล่าวคือเมื่อทำผิดพลั้งไป เช่น ถ้าใครไปทำสิ่งไม่ดีที่เรียกว่า ขึด ทำให้ตนเจอะเจอความชั่วร้าย สิ่งที่ช่วยให้บรรเทาเบาบางลงคือ น้ำส้มป่อยหรือครูอาจารย์ ผู้มีเวทมนตร์คาถา ที่นั่งผีปู่ย่า (คนทรง) เมื่อทำผิดข้อห้ามของครูอาจารย์หรือบรรพบุรุษ ที่เรียกกันว่า ผิดครู น้ำส้มป่อยก็จะช่วยให้ของขลังของดีมีในตัวได้ดังเดิม ส้มป่อย สมุนไพรไล่เมฆมรสุม พายุร้ายนอกจากจะใช้ส้มป่อยในการปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายและสร้างสิริมงคลให้กับตัวเองแล้ว คนกะเหรี่ยงและคนพื้นเมืองหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ในคราที่พายุลมแรง ฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ ฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง น่าหวาดกลัว เขาจะเผาฝักส้มป่อยให้เกิดเป็นควันโขมง สักพักทุกอย่างก็จะสงบลง ผู้ที่เคยเห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันเช่นนั้น ส้มป่อย ยาสระผมธรรมชาติแชมพูสระผมปัจจุบันทำจากสารเคมี ไม่ว่าสูตรไหนๆ ก็จะมีสรรพคุณในการชำระล้างน้ำมันธรรมชาติของเส้นผมและหนังศรีษะ ทำให้ผมแห้ง เป็นรังแค ผมหงอกก่อนวัย สมัยก่อนคนในแถบเอเชียต่างใช้น้ำจากฝักส้มป่อยสระผมอันงามสลวย ปัจจุบันในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือยังมีการใช้อยู่ในทางชีวเคมี ฝักส้มป่อยมีสารกลุ่มซาโพนิน (Zaponin) หลายชนิด เช่น สารอะคาซินินเอ (Acacinin A) และสารอะคาซินินบี (Acacinin B ) รวมกันแล้วสูงถึงร้อยละ ๒๐ สารเหล่านี้เป็นแชมพูธรรมชาติที่เป็นกรดอ่อนๆ เหมาะที่จะใช้ในการสระผมอย่างยิ่ง ช่วยรักษารังแค ผมหงอกก่อนวัย เพียงนำฝักส้มป่อยมาหักกวนตีกับน้ำแรงๆ สารซาโพนินจะแตกฟองที่คงทนมากมีฤทธิ์ในการชำระล้างได้ดีโดยไม่ทำลายธรรมชาติของผมและผิวบนหนังศีรษะ การอาบหรือแช่น้ำส้มป่อยทั้งตัวจะช่วยให้ร่างกายสะอาดปราศจากคราบไคล ช่วยให้สดชื่น แก้ผดผื่นคันในหน้าร้อนและโรคผิวหนังได้หลายชนิด ไม่เพียงแต่ผิวกายและหนังศีรษะเท่านั้น น้ำส้มป่อยยังใช้แช่และขัดเครื่องทองให้เหลืองอร่ามสุกปลั่งเหมือนทองใหม่ได้อีกด้วยส้มป่อย สุดยอดผักกำจัดพิษ ช่วยแก้ไอ...สมุนไพรในยุคหวัด 2009ใบส้มป่อยและฝักใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาอบ ผลจากการที่มีรสเปรี้ยวช่วยขับเหงื่อ ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกายใบส้มป่อยยังใช้เป็นยาประคบ แทบทุกตำรับจะใช้ใบส้มป่อยเดี่ยวๆ หรือผสมสมุนไพรตัวอื่นใส่ในลูกประคบเพื่อแก้ปวดเมื่อย และยังนำใบส้มป่อยมาต้มดื่มได้น้ำต้มใบส้มป่อยมีรสเปรี้ยวเป็นยาสตรีช่วยถ่ายระดูขาว ฟอกโลหิตประจำเดือนให้งาม ช่วยล้างเมือกมันในทางเดินอาหารและใช้เป็นยาระบาย ช่วยกำจัดพิษออกจากระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดน้ำหนักได้เช่นกัน นอกจากนี้ ความเปรี้ยวของส้มป่อยยังช่วยละลายเสมหะ แก้ไอได้อีกด้วยดังนั้นส้มป่อยจึงเป็นสมุนไพรกำจัดพิษแบบไทยๆ อย่างดีทีเดียว ที่น่าสนใจคือใบของส้มป่อยถือเป็นผักที่มีวิตามินเอและบีตาแคโรทีนสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ผลจากการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของยอดส้มป่อยพบว่ามีสูงมาก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าสารซาโพนินในฝักส้มป่อยทำให้ทีเซลล์ (T cells) ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้นส้มป่อยเป็นยาตำรับยาแก้รังแค คันศรีษะ รักษาผมหงอกก่อนวัย นำฝักส้มป่อยที่ปิ้งไฟประมาณ ๑๐ ฝักต้มรวมกับลูกมะกรูดที่หมกไฟดีแล้ว ๒ ลูก ในน้ำ ๕ ลิตร ต้มเดือดจนแตกฟองดี แล้วนำมาใช้หมักและสระผมได้โดยไม่ต้องผสมกับแชมพูเคมีใดๆ เลย หากสระผมด้วยแชมพูธรรมชาติส้มป่อยสัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง รับรองว่าอาการคันบนหนังศีรษะและรังแคจะหายไปเป็นปลิดทิ้งตำรับยาแก้ไอตำรับ 1 เอาเปลือกแช่น้ำกินทำให้ชุ่มคอแก้ไอได้ตำรับ 2 นำฝักปิ้งไฟให้เหลืองชงน้ำกินแก้ไอตำรับยาแก้ไข้ ท้องอืดใช้ยอดส้มป่อยต้มกินกับข้าวต้ม ตำรับยาแก้ฝีตำรับ ๑ นำยอดอ่อนของส้มป่อยมาตำรวมกับขมิ้นอ้อยใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย หมกไฟพออุ่นและนำไปพอกจะช่วยแก้พิษฝี ทำให้ฝีแตกเร็วหรือยุบไปตำรับ ๒ ใช้รากฝนใส่น้ำปูนใสทาฝีตำรับยาแก้โรคตับใช้เปลือกต้มกิน ตำรับยาแก้ท้องร่วง ใช้รากส้มป่อยต้มน้ำดื่มอาหารจากส้มป่อย1. ต้มส้มป่อย (อุ้ยกำ จาอินต๊ะ สัมภาษณ์ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2552) ส่วนผสม ปลาช่อน 1 ตัวหั่นเป็นชิ้นใหญ่ ยอดส้มป่อย 1 กำ พริกสด 5 เม็ด กระเทียม 1 หัว ข่า 3 แว่น ตะไคร้ 1 ต้น เกลือ น้ำปลา วิธีทำ บุบพริกสด กระเทียม ตะไคร้ ลงในหม้อ ใส่น้ำครึ่งหม้อตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาลงไป ปรุงด้วยเกลือ น้ำปลา ใส่ยอดส้มป่อย สักพักยกลง กินได้2. แกงส้มปลาดุกใส่ยอดส้มป่อย (อุ้ยกำ จาอินต๊ะ สัมภาษณ์ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2552) ส่วนผสม ปลาดุก 1 ตัวหั่นเป็นชิ้นใหญ่ ยอดส้มป่อย 1 กำ เครื่องแกง (พริกสด 5 เม็ด ขมิ้น 3 แง่ง ตะไคร้ 1 ต้น หอมแดง 4 หัว กระเทียม 2 หัว รากผักชี 3 ต้น กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ) ผักชี ผักชีฝรั่ง ต้นหอม มะเขือเทศ น้ำมะนาว ผักสำหรับแกงส้ม (ผักบุ้ง หรือมะละกอ หรือผักกระดาด-ทางเหนือเรียกส้มตูน) วิธีทำ ตำเครื่องแกงให้ละเอียดผสมน้ำครึ่งหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาดุก ใส่น้ำมะนาวเพื่อดับกลิ่นคาวปลา ต้มให้ปลาสุก ใส่ผักสำหรับแกงส้ม ผักชีซอย ต้นหอมซอย มะเขือเทศ ยอดส้มป่อย ปรุงรสให้อร่อยยกลง กินได้3. แกงเขียดน้อยใส่ยอดส้มป่อย ยอดส้มป่อยแกงหรือต้มใส่อึ่ง ใส่เขียดเป็นอาหารเฉพาะถิ่นของคนอีสาน ดังคำที่คนอีสานพูดว่า "ข่อนสิแจ้ง ไปได้เขียดน้อยมาแกง มาต้ม ใส่ยอดส้มป่อยคักแท่ๆ" ส่วนผสม เขียดน้อย 1 ถ้วย ยอดส้มป่อย 1 กำ ปลาร้า เครื่องแกง (พริก 10 เม็ด กระเทียม 2 หัว ตะไคร้ 2 ต้น ใบมะกรูด 3 ใบ) วิธีทำ นำเขียดน้อยควักไส้แล้วล้างน้ำให้สะอาด เก็บยอดส้มป่อยมาล้างน้ำให้สะอาด ตำเครื่องแกงให้ละเอียด ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เครื่องแกงลงไป ใส่เขียด เมื่อสุกนำยอดส้มป่อยใส่ลงไป แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา ปลาร้า ตามแต่ชอบ ซดน้ำร้อนๆ อร่อยมาก4. ข้าวผัดดอกส้มป่อยหรือข้าวผัดปลาส้มแม่ม่าย ส่วนผสม ดอกส้มป่อย กระเทียม เกลือ น้ำตาลทรายแดง ข้าวสวย น้ำมันพืช วิธีทำ นำดอกส้มป่อยมาล้างให้สะอาด จากนั้นแกะกระเทียมลงผัดในหม้อน้ำมันตามด้วยข้าวสวยและดอกส้มป่อย ปรุงด้วยเกลือ น้ำตาลทรายแดง จะมีสีชมพู มีรสเปรี้ยวนิดหน่อย เหมือนปลาส้ม จึงได้ชื่อว่าปลาส้มแม่ม่าย 5. ยอดส้มป่อยอ่อง ส่วนผสม ยอดส้มป่อย หอมแดง กระเทียม มะเขือเทศ พริกขี้หนู เกลือ น้ำตาลทรายแดง ปลา น้ำมันพืช วิธีทำ นำเอาหอมแดง กระเทียม มะเขือเทศ พริกขี้หนูกับนำมันพืช ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง อุ๊บไว้ให้เครื่องสุก พอเครื่องสุกแล้วใส่น้ำต้ม จากนั้นเอาปลามาปิ้งให้สุกแล้วแกะเอาเนื้อปลาใส่ลงไปในหม้อต้ม (ปลานั้นจะเป็นปลาดุกย่างหรือปลาอย่างอื่นย่าง ปิ้ง ก็ได้ไม่บังคับปลา) จากนั้นพอรสชาติเข้าที่แล้วเอายอดส้มป่อยมาปิดใส่ลงไปในหม้อต้มเป็นอันเสร็จ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-1882380901681870986?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/1882380901681870986/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/05/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1882380901681870986'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/1882380901681870986'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='ส้มป่อยกับน้ำตาของการสูญเสีย'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/TANSx_kxhHI/AAAAAAAAAcU/s_8yt4XG7No/s72-c/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%93.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-4130280455574553748</id><published>2010-03-19T12:46:00.000-07:00</published><updated>2010-03-19T17:09:06.796-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ต่อ ตัวต่อ รังต่อ'/><title type='text'>ตัวต่อแมลงอันตรายกับสรรพคุณทางสมุนไพร</title><content type='html'>ต่อ&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5450497520042748386" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6QOndNLqeI/AAAAAAAAAcE/5gKJG9H7tYI/s320/DSC02160.JPG" border="0" /&gt;รังต่ออยู่กับอาคารชั้นสอง&lt;br /&gt;&lt;div&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5450465288932523154" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6PxTW9rfJI/AAAAAAAAAb0/t9UX-ox4Ptc/s320/DSC02156.JPG" border="0" /&gt;รังนี้มีต่อเป็นร้อย ๆ ตัวเช้าเย็นบินว่อนเต็มบริเวณน่ากลัวมาก รังต่อมีทางเข้าออกหนึ่งถึงสองทาง นักล่าต่อจะรรอให้มืดสนิทแล้วจุดไฟรมเผายัดเข้าไปในรังจนตายทั้งหมดก่อนเก็บเอารังไปขายและเอาตัวอ่อนไปกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จริง ๆ ต้องถือว่าตัวต่อมีส่วนในการที่เราเบนเข็มมาศึกษาสมุนไพรเป็นอย่างมาก ตอนอยู่สถานีอนามัยช่วงปีหลัง ๆ ของการทำงานเจอคนไข้และเด็ก ๆ โดนต่อต่อยหลายราย แต่ละรายน่าสงสาร ปวดทรมาน ไข้ขึ้น หนาวสั่น แค่ผึ้งตัวเล็ก ๆ ต่อยเรายังปวดแปล๊บเข้าหัวใจ ใคร ๆ ก็รูว่าพิษต่อโหดกว่านั้นหลายเท่านัก แต่ที่เรากังวลที่สุดคือ อาการ anaphylactic shock เขียนถูกป่ะไม่รู้ชักขี้เกียจค้น คืออาการช๊อคอย่างเฉียบพลันของผู้ป่วยที่ทำให้ทางเดินหายใจอุดตันและถึงแก่ชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ต้องแก้ด้วย adrenaline ฉีดทันที ซึ่งตัวยาเองก็มีอันตรายพอ ๆ กันต้องกะขนาดให้พอดี ถ้าฉีดเกินขนาด คนไข้ก็มีสิทธิเสียชีวิตเพราะยาอีกเช่นกัน นั่นเป็นจุดเปลี่ยนให้เราตัดสินใจย้ายจากสถานีอนามัยเปลี่ยนตัวเองจากงานรักษาพยาบาลมาเป็นงานสำรวจรวบรวม้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลด้านสมุนไพร ต้องมีทางเลือกอื่นซิน่า&lt;br /&gt;มาทำเรื่องของสมุนไพรเราก็สนใจสมุนไพรแก้พิษเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพิษสัตว์ พิษพืช พืชสารเคมี จริง ๆก็มาจบง่ายที่หลาย ๆ พิษแก้ได้ด้วยรางจืดดอกสีม่วง และน้ำกระสายที่ดีที่สุดคือน้ำซาวข้าว (จากงานวิจัยมีการเปรียบเทียบน้ำกระสายสำหรับแก้สัตว์พิษสรุปไว้ว่าเป็นน้ำมะนาว ) แต่เราคงไม่ได้เตรียมน้ำซาวข้าวไว้แน่ ก็ตำข้าวสาร ( อันนี้ยังไงคงมีติดบ้านไว้ ) ผสมกับใบรางจืด ละลายกับน้ำพอกินซักหนึ่งแก้ว แล้วพอกทาทั่วตัว อสม.ที่นี่เคยรักษาได้ถึงพิษงูเขียวหางไหม้ ซึ่งคนที่แพ้พิษงูนี้กำลังเริ่มมีอาการแน่นเข้าหัวใจแล้ว ให้รอดตายมาได้&lt;br /&gt;พูดถึงประสบการณ์เรื่องแมลงมีพิษ นึกถึงตอนที่ลูกชายตัวเองเจ้าหยกอายุซักสามขวบ เดินเล่นอยู่ในบ้านแล้วกรีดร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ( ความทรมานของลูกบาดหัวใจไม่เคยลืม ) เค้าบอกตามประสาเด็กว่าโดนตัวไรไม่รู้กัดข้างหู คงไม่มีเวลาสืบเสาะว่าเป็นตัวอะไร เพราะเรื่องพิษเป็นการทำงานแข่งกับเวลา ยิ่งพิษซ่านไปทั่วร่างกายยิ่งปวดมากและรักษายากขึ้น เราตำกระเทียมหนึ่งหัว บีบมะนาวพอกตรงบริเวณที่คาดว่าโดน หยกเงียบเสียงและหยุดเจ็บปวดในเวลาไม่นาน คงพอเป็นทางเลือกของคนที่ไม่ได้มียาอะไรอยู่ใกล้ตัว พอหยิบฉวยอะไรได้ก็ต้องลองดู จริง ๆ เราว่าคงเป็นเพราะน้ำมะนาว พิษของแมลงพวกนี้อาจมีฤทธิ์เป็นด่าง พอเจอกรดจากมะนาวเลยแก้กัน ที่พูดอย่างนี้เพราะเท่าที่สัมภาษณ์ชาวบ้านในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาโดนแมลงกัดต่อย หลายสูตรใช้ต้นไม้ใกล้ตัวร่วมกับน้ำมะนาว&lt;br /&gt;มาว่ากันถึงตัวต่ออีกครั้ง เด็ก ๆ ที่มักโดนตัวต่อต่อย เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไปขว้างปารังต่อตามต้นไม้ โดยรู้จักหรือไม่รู้จักก็แล้วแต่ แล้วเลยโดนตัวต่อรุมเข้า ที่สำคัญต่อต่างจากผึ้งตรงที่ผึ้งต่อยแล้วทิ้งเหล็กไน ( ต่อยได้ทีเดียวตัวเองต้องตาย ) แต่ต่อตัวเดียวสามารถต่อยได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะไม่ทิ้งเหล็กไน&lt;br /&gt;เราอยากบอกสูตรยาหม่องสมุนไพรอีกซักครั้งที่เราพบโดยบังเอิญว่าสามารถรักษาพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้ชะงัดนัก&lt;br /&gt;จริง ๆ เราพาอสม.ทำยาหม่องสูตรนี้เพื่อใช้รักษาอาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่โชคดีที่สามารถใช้รักษาพิษแมลงได้ด้วย เราอยากให้ทุกคนทำติดตัว ติดบ้านไว้ โรคบางโรคเราหวังพึ่งแต่หมอไม่ได้ โดยเฉพาะการแพ้พิษถ้าไปไม่ถึง ไปไม่ทัน หมอเทวดาก็ช่วยไม่ทัน&lt;br /&gt;วิธีทำ ใช้ไพลสดแก่ ๆ อายุสองปีขึ้นไปฝานเป็นแผ่นบางๆ ๑ กิโลกรัม ( อยากได้ไพลคุณภาพดีที่ปลูกบนที่สูง เพราะพืชลงหัวเช่น ข่า ขิง ขมิ้น ไพล กระชาย พืชพวกนี้ปลูกได้ดีในที่สูงและสรรพคุณทางยาจะดีที่สุดในหน้าแล้ง ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงก่อนฝนตก พืชจะลงหัวยุบต้น สารสำคัญทั้งหมดจะรวมกันอยู่ที่หัวของพืช ลองโทรสั่งไอ้บ๊ะมันเป็นลูกหมอสมุนไพรบ้านวังน้ำเขียว บ้านมันปลูกไพลไว้เยอะ เป็นเด็กนิสัยดี โตมากับป่า ติดเบอร์มันไว้ก่อน) ทอดในน้ำมันพืชยี่ห้อไรก็ได้ ๑ ลิตร กะ ๆ เอาก็ได้ว่าเวลาทอดน้ำมันพอท่วมไพลมิดน่ะ ทอดด้วยไฟอ่อน ๆ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องคนบ่อย จนไพลแห้งกรอบเหมือนมันฝรั่งทอด และน้ำสมุนไพรที่ได้เป็นสีเหลือง จะใส่ขมิ้นฝานเป็นแว่น ๆเพิ่มลงไปพร้อมไพล หรือใส่ฟ้าทะลายโจรทั้งต้น บัวบก รึอะไรที่พอนึก ได้ ใส่ ๆ ลงไป ก่อนจะยกน้ำมันออกจากเตา ก็ไส่กานพลู(เป็นเครื่องเทศที่ใช้ใส่เครื่องพะโล้และอาหารแขก ๆ มีขายตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ) ตัวนี้ป้องกันน้ำมันเสียมีกลิ่นหื่น ซักหยิบมือกะ ๆ เอา แล้วใส่การบูรมากน้อยตามสะดวก เอาซักครึ่งของอันละสิบบาทยี่สิบบาทที่ขายไว้แขวนหน้ารถก็ได้ ใส่ช่วงที่น้ำมันเริ่มอุ่นแล้ว ( ใส่ตอนร้อนระเหิดหมด ) กรองเอาแต่น้ำมันเก็บใส่ขวดสีชาเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี น้ำมันนี้เรียกว่าน้ำมันไพลเอาไว้นวด ขวดสีชาช่วยให้ไม่โดนแสงโดยตรงเพราะสีเหลืองของน้ำมันไพลจางไวมาก ถ้าไม่มีอะไรก็ทอดแค่ไพลเพียว ๆ เก็บใส่ขวดไว้ก็ไม่ผิดกติกานะ&lt;br /&gt;จากนั้นไปหาส่วนผสมของยาหม่องตามร้านขายยาสมุนไพรรึร้านเคมีภัณฑ์ รึไม่งั้นก็ซื้อยาหม่องยี่ห่ออะไรก็ได้มาซักขวดสองขวด เอาน้ำร้อนเทใส่ชามเอายาหม่องแช่น้ำร้อนจนละลายกลายเป็นน้ำเทออกจากขวดซักครึ่งหนึ่งรึหนึ่งในสาม เทใส่ตลับรึขวดเหลือ ๆ ใช้เก็บไว้ เอาน้ำมันสมุนไพรที่ทอดเก็บไว้ลงไปผสม เอาไม้จิ้มฟันลงไปคน ๆ ให้เข้ากันดี ถ้ามีพิมเสนน้ำที่ซื้อ ๆ เก็บไว้ซักขวด สองขวดก็ผสม ๆ ลงไปซักกะหน่อย จะได้มีกลิ่นหอม ๆ รีบปิดฝาตั้งทิ้งไว้ ให้มันแข็งตัวคืน เนื้อยาหม่องที่ได้จะค่อนข้างเหลวจากน้ำมันสมุนไพรที่ใส่เพิ่มลงไป กลิ่นตามกลิ่นเดิมของยาหม่องรึกลิ่นพิมเสนน้ำที่เพิ่มไป เก็บติดบ้นไว้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับพิษต่อ แตน แมลงป่อง แมงมุม ผึ้ง หมาร่า บุ้ง รึแม้แต่แมงกระพรุนไฟ ฯลฯ ตามประสบการณ์ใช้รักษาพิษแมงป่องไม่ถึงครึ่งนาทีคนไข้หายปวด ต่อนานหน่อยและใช้ร่วมกับยาฉีด ผึ้งกับบุ้งนี่แม่เราใช้ประจำ งูเขียวหางไหม้เคยทาให้คนไข้สังเกตอาการดูคนไข้ดีขึ้น แต่ยังต้องใช้ร่วมกับยาอย่างอื่น เคยส่งให้พี่ชายที่ทำงานอยู่กับทะเล ลูกน้องโดนแมลงกระพรุนไฟ ก็ว่าช่วยระงับพิษได้ดี ( อะไรจะขนาดนั้น ) ทำ ๆ ไว้เถอะแล้วก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องสูตรมากนัก เราไม่เคยช่างตวงวัดเลย แต่ละล๊อตที่ออกมาหน้าตาเลยเป็นเอกลักษณ์มาก 555 อยากให้เนื้อยาหม่องเหลวรึแข็งก็ทดสอบดูตอนร้อน ๆ เราหยอดดูเล่นเหมือนหยอดกาละแม ถ้าแข็งไปก็เติมน้ำมันสมุนไพรเพิ่ม ถ้าเหลวไปก็อเติมเนื้อยาหม่องเพิ่ม เติมไปเติมมาอยู่นี่แหล่ะจนกว่าจะพอใจรึจนกว่าม่มีรัยให้เติม ทำเก็บ ๆ ไว้เถอะ ได้ใช้แม้เพียงครั้งเดียวก็เกินคุ้ม เอาไว้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านคนรอบตัวก็ได้บุญ ทำแจก ๆ พี่น้องด้วยหัวใจรักและห่วงใยก็ไม่เสียชาติเกิด ว่าไปนั่น แต่ถ้าทำขายต้องมีใบประกอบโรคศิลปสาขาเภสัชกรรมไทย ไม่อยากบอกว่าในอีเบย์ ยาหม่องไทยยี่ห้อหนึ่งเป็นที่นิยมของฝรั่งมาก ๆ มันออร์เดอร์ทีละเยอะ ๆ เลย ดีใจกับสมุนไพรไทยด้วย&lt;br /&gt;กลับมาที่ประโยชน์ของตัวต่อและรังต่อกันบ้าง&lt;br /&gt;ต่อ Polistes mandarinus Saussure&lt;br /&gt;ลักษณะ&lt;br /&gt;แมลงมีปีกลำตัวขอดกลาง ลายปล้องสีเหลืองสลับดำ ตัวอ้วน ก้นแหลม มีเหล็กไนและน้ำพิษ มีพิษรุนแรง ทำอันตรายแก่คนและสัตว์ถึงชีวิตได้ รังมีรูปร่างไม่แน่นอน เช่น เป็นแผ่น รูปเจดีย์ รูปฝักบัว ทรงกลมคล้ายหัวเสือ เนื้อเหมือนกระดาษฟางสีน้ำตาลเทาขาว กลิ่นเฉพาะตัว นำมานึ่งให้สุก เอาตัวอ่อนออกให้หมด ตากแห้งตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ โรยเกลือเล็กน้อย เก็บไว้ทำยา&lt;br /&gt;รังต่อ รสหวานสุขุม มีพิษ ขับลม ถอนพิษ ขับพยาธิ แก้อาการชา แก้ฝีหนอง แก้วัณโรคต่อมน้ำเหลืองระยะเริ่มแรก แก้ฝีชอนทะลุก้น แก้บิด แก้โรคจู๋ แก้ปัสสาวะไหลไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;ตัวอ่อน รสหวานเย็น มีพิษ แก้แน่นหน้าอก แน่นท้อง อาเจียนแต่ลมเปล่า&lt;br /&gt;ห้ามใช้ในรายที่ร่างกายอ่อนแอ เลือดน้อย โลหิตจาง และห้ามใช้ร่วมกับขิง ตันเซิน จี่เย้า และเปลือกหอยนางรม&lt;br /&gt;( หนังสือ เครื่องยาไทย ๑ ของ อาจารย์วุฒิ วุฒิธรรมเวช มีจำหน่ายตามร้านหนังสือซีเอด หรือปรึกษาอาจารย์ได้ที่ คลินิกธรรมเวชแพทย์แผนไทย ๐๒-๔๒๐๖๙๘๑,๐๘๑-๘๔๕๙๙๖๗ )&lt;br /&gt;วันหน้าจะได้พูดคุยกันถึงอาจารย์วุฒิที่ท่านน่ารักมาก และเก่งมากด้วย เป็นมายไอดอลคนหนึ่งของเราเลย&lt;br /&gt;อ๊ะจ๊ากกกก หารูปรังต่อไม่เจอ ถ่ายไว้ตั้งเยอะ โอ๊ยหงุดหงิด หายไปได้ไง แง้ๆๆๆๆๆ ติดไว้ก่อนนะ ขอเราไปคุ้ยในกรุสมบัติบ้าเปงพัน ๆ รูปของเราก่อน โอ๊ยรมณ์เสีย เจอแว้วววว&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-4130280455574553748?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/4130280455574553748/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4130280455574553748'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4130280455574553748'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_19.html' title='ตัวต่อแมลงอันตรายกับสรรพคุณทางสมุนไพร'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6QOndNLqeI/AAAAAAAAAcE/5gKJG9H7tYI/s72-c/DSC02160.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-3042035112037772963</id><published>2010-03-18T09:52:00.000-07:00</published><updated>2010-03-18T10:34:32.949-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไส้เดือน ไส้เดือนดิน ดินขุยไส้เดือน'/><title type='text'>ไส้เดือนและดินขุยไส้เดือนก็เป็นสมุนไพร</title><content type='html'>ไส้เดือน&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5450026503199322082" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 92px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6JiOquo7-I/AAAAAAAAAbc/PWAQfGZhAeM/s320/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg" border="0" /&gt;รูปนี้ยืมเค้ามารูปเล็กเน๊อะ แต่ทุกคนคงรู้จักไส้เดือนอยู่แล้วล่ะ&lt;br /&gt;&lt;div&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5450026259957681474" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6JiAglUDUI/AAAAAAAAAbU/BINbn4dAUFU/s320/DSC00805.jpg" border="0" /&gt;ดินขุยไส้เดือนอันนี้สวยมาก สูงเป็นคอนโดเลยแฮะ ถ่ายที่จังหวัดสกลนคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ไหนๆก็เล่นเรื่องสัตว์วัตถุมายาวแล้วต่อให้สุดไปเลยดีกว่า ตอนเด็ก ๆ ชอบแกล้งเพื่อนเป็นที่สุดถ้ารู้ว่าใครกลัวหนอนรึไส้เดือนจะไปหามาแกล้งวิ่งไล่ไม่ร้องไม่เลิก ก็หยะแหยงอยู่บ้างนะ แต่ความอยากแกล้งคนมีมากกว่า&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;จริง ๆแล้วไส้เดือนถือว่าเป็นสัตว์ที่สะอาดและมีสรรพคุณทางยาที่หลายๆ ประเทศใช้กัน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในตำราแพทย์แผนโบราณ ใช้ไส้เดือนดินเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง บางตำราเรียกไส้เดือนดินว่า รากดินหรือไส้ดินก็มี ตำราสรรพคุณยาโบราณได้กล่าวไว้ว่าไส้เดือนดินทั้งตัว (แห้ง ) มีรสเย็น คาว ต้มน้ำดื่ม หรือทำเป็นเม็ด มีสรรพคุณแก้ไข้พิษ ระงับความร้อน แก้อาการเกร็ง แก้ตาแดง แก้อัมพาตครึ่งซีก แก้คอพอก แก้เจ็บปวดตามข้อ และใช้ส่วนขี้เถ้าที่ได้จากการเผาไส้เดือนดิน ซึ่งมีรสเย็น เค็ม มีสรรพคุณแก้ไข แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ปากคอเปื่อย แก้ทอนซิลอักเสบ แก้ฝีในคอ แก้ปวดกระดูก ( ข้อมูลจาก ชยันต์ และ วิเชียร , 2546 )&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ดินขุยไส้เดือนเป็นดินที่ไส้เดือนขึ้นมาขับถ่ายออก กองไว้รอบ ๆ รู ตั้งเป็นแท่งทรงกลม รสเย็น แก้ไข้ที่มีพิษร้อนไข้พิ ไข้กาฬ ไข้ท้องป่อง(หนังสือเครื่องยาไทย ๑ อาจารย์วุฒิ วุฒิธรรมเวช )&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นอกจากนี้ เคยมีรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการกินไส้เดือนดิน เพื่อเป็นยารักษาโรค เช่น นิ่ว ดีซ่าน ริดสีดวงทวาร ไข้ ฝีดาษหรือไข้ทรพิษ และในสมัยก่อนเคยมีการใช้เถ้าของไส้เดือนดินทำเป็นผงยาสีฟัน หรือใช้บำรุงผม ด้วย ( ที่มาจาก Strphenson , 1930 ) นอกจากนี้ยังเคยมีการกินไส้เดือนดินเพื่อรักษาการเสริมสมรรถภาพทางเพศของเพศชายที่มีอายุมาก หรือใช้บำรุงหญิงที่เพิ่งคลอดบุตร และใช้ไส้เดือนดินพอกแผลที่ถอนหนามออก นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ได้เคยใช้ไส้เดือนดินในการรักษาด้านการขยายหลอดเลือดด้วย ( ข้อมูลจาก Reynolds and Reynols , 1972 ) และไส้เดือนดินอาจมีส่วนประกอบของสารที่ใช้บำบัดรักษาโรคไขข้อได้ในประเทศจีนได้มีการใช้ไส้เดือนทำยา รักษาโรคหลายชนิด โดยการนำไส้เดือนดินมาตากแห้ง มาบดเป็นยาผง เข้าสูตรยาต่างๆ สำหรับผลิตเป็นยาบำรุงหรือยารักษาโรค ชาวจีนยังมีความเชื่อว่าการกินไส้เดือนดินทำให้สมรรถภาพทางเพศของเพศชายดีขึ้นด้วย ทำให้มีการผลิตยาหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของไส้เดือนดินออกจำหน่าย เช่น เอิร์ดรากอน ชึ่งเป็นชื่อทางการค้าของยาแผนโบราณที่มีส่วนผสมของไส้เดือนดิน โดยมีอ้างถึงการใช้ไส้เดือนดินสกุล Lumbricus และใช้สมุนไพรพื้นบ้านของประเทศเวียดนาม ทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง จีน เกาหลี และเวียดนาม โดยมีสรรพคุณในการเป็นอาหารเสริม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงตับ ในราคาขายประมาณ 27 เหรียญสหรัฐ ต่อ 50 แคปซูลไส้เดือนดินที่นำมาผลิตเป็นยาขนานต่างๆ เหล่านี้ บางส่วนเป็นไส้เดือนดินตากแห้งที่ส่งออกโดยชาวบ้านในอำเภอนาหว้า ซึ่งได้จับไส้เดือนดินที่หนีน้ำท่วมในฤดูฝนเป็นจำนวนมากโดยสามารถจับได้วันละ 20 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อตากแห้งจะเหลือ 3 4- กิโลกรัม และส่งออกไปยังประเทศจีน ปีละกว่า 200 ตัน ซึ่งทำเช่นนี้มานานกว่า 20 ปี นำรายได้เข้าประเทศปีละหลายล้านบาท &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-3042035112037772963?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/3042035112037772963/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_7935.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3042035112037772963'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/3042035112037772963'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_7935.html' title='ไส้เดือนและดินขุยไส้เดือนก็เป็นสมุนไพร'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6JiOquo7-I/AAAAAAAAAbc/PWAQfGZhAeM/s72-c/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-4230457770211464333</id><published>2010-03-18T03:50:00.000-07:00</published><updated>2010-03-18T05:10:26.518-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทาก ปลิง'/><title type='text'>ทากเจ้าของป่าตัวจริงกับประโยชน์ทางการแพทย์</title><content type='html'>ทาก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาใหญ่&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449941320347180994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IUwX4EX8I/AAAAAAAAAbM/CwbV4hsasNA/s320/DSC09927.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ชุดฟูลออฟชั่นสำหรับลุยป่าทากและเห็บป่า เสื้อผ้าสีอ่อน ๆ เพื่อให้เห็นเวลาเห็บเกาะ และถุงเท้ากันทาก ในกระเป๋ามีไฟแช็คสำหรับลนเห็บและแฮะ ๆ พิมเสนน้ำป้ายทาก ป้ายปุ๊บตายปั๊บ ร่วงเป๊าะ เราพร้อมลุยแร้วววววว&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449939514169179026" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6ITHPVrO5I/AAAAAAAAAbE/qEAq6q9uVrc/s320/DSC03665.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ทริปนี้คัลเลอร์ฟูล ถุงกันทากสีแดง เขียว ชมพู ขาว มีให้เลือกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะโม้ไปไม๊ถ้าบอกว่าทริปนี้เจอเป็นล้านตัวอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449939007464585314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6ISpvt4uGI/AAAAAAAAAa8/n8V2kWh3InM/s320/DSC08541.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทากตัวน้อยมันกำลังไต่ขึ้นรองเท้าก่อนผ่านถุงเท้าเข้าไปอย่างง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449937694401405458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IRdULOohI/AAAAAAAAAa0/Lbq8a0yCONM/s320/DSC08546.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;นางส้มกับนางเยาว์ปัดเป็นลิงเลยอ่ะทากลามกไต่ขึ้นไปถึงคอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449935543141098450" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IPgGGzY9I/AAAAAAAAAas/SaqhFovvB4g/s320/DSC08493.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องผู้ชายมันกล้า แต่ทากก็ยังไม่ทันดูดเลือดหรอก&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449933917823508882" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IOBfU5IZI/AAAAAAAAAak/10F8N3Cci9A/s320/DSC08566.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;นี่แหล่ะท่าเตรียมพร้อมจู่โจมของเค้าล่ะ ชูสลอนเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ตัวก่อนกระดืบ ๆ มาจากทุกทิศทุกทางก็ขนลุกเหมือนกันนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449931789110441426" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IMFlQJddI/AAAAAAAAAac/PUlAxgf2Iak/s320/DSC08601.JPG" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ใครกลัวทากคนนั้นโดน เท้าและเลือดของนางส้มสมหวัง ต้องstop bleeding นานพอสมควรกว่าเลือดจะหยุดไหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เดินป่าเขาใหญ่ช่วงหน้าฝนสิ่งที่หนีไม่พ้นคือ ทาก เมื่อก่อนนึกว่าทากจะตัวใหญ่ขนาดไส้เดือน ที่ไหนได้ตัวเล็กนิดเดียว แล้วก็กระโดดไม่ได้ด้วย แต่กระดืบคืบคลานไวชะมัด ไปเขาใหญ่เที่ยวนั้น ไอ้น้องที่มันทำงานอยู่ที่นั่นมันไม่เตือนอะไรเลยว่าจะเจอทีเด็ด กะลังถ่ายรูปกันเพลิน ๆ อยู่ริมหนองน้ำ ได้ยินไอ้ส้มน้องในทีมงานร้องกรี๊ดๆๆๆๆๆ วิ่งชนจนกล้องเกือบหลุดมือนึกว่ามันเจอช้างตกอกตกใจ มันร้องทาก ๆๆๆๆ โถเอ๊ย ตัวนิ๊ดเดียวเอง เท่าก้านไม้ขีดได้มั้ง แต่โอโฮ้มันกระดืบไวโคตะระเลย ถ้ายืนอยู่กับที่ไม่กี่วินาทีมันไต่ขึ้นมาบนตัวแล้ว มันละซิทีนี้ จ้ำอ้าวแบบไม่ห่วงสมุนพง สมุนไพรกันเลย เอาชีวิตออกจากป่าให้ได้ก่อน เสียงไอ้ส้มกรีดร้องโหยหวลอยู่ข้างหลังปัดตามตัวขึ้นมาถึงหัวมั้ง รำคาญไอ้ส้มมากกว่าทากอีก ทากมันไม่รำคาญรึไง กว่าจะหลุดจากป่าเที่ยวนั้นเล่นเอาล้วงหน้าล้วงหลังกันอุตลุต หนองน้ำก็มีทาก ตามขอนไม้ผุก็มีเห็บป่า อันนี้น่ากลัวของจริงใครโดนกัดก็คันไปสามเดือน รึดีไม่ดีเป็นscrub typhus อันนี้น่ากลัวของจริง ตับวายไตวายถึงตายได้ แล้วในป่าเห็บเกาะที่เป็นร้อย ๆ ตัว ตัวเล็กเท่าหัวเข็มหมุดดำเป็นเทือกอยู่ตามตะเข็บกางเกง ต้องเอาไฟเช็คลนเพราะเก็บออกไม่ได้ มันเล็กมากและเยอะมาก ส่วนทากง่ายมาก แค่เอาพิมเสนน้ำป้าย ๆ ลงไปตัวลีบตายทันตาเห็น ห้ามบอกนักอนุรักษ์สัตว์นา โดนด่าตายเลย ทากพันธุ์เขาใหญ่เป็นพันธุ์ที่พบใหม่ในโลกด้วยและที่สำคัญทากเป็นสิ่งที่บ่งบอกความชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ของป่า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เราพูดถึงทากไม่ได้เอาสนุกเอามัน แค่จะบอกว่าทากรึปลิงเนี้ยมีการใช้ในวงการแพทย์แผนโบราณมานานมากแล้ว ใช้ดูดเลือดร้ายออกจากร่างกาย ในจารึกวัดโพธิ์มีจารึกที่พูดถึงจุดต่างๆในร่างกายที่ให้ปลิงดูดเลือดร้ายออก วงการแพทย์แผนปัจจุบันมีการนำสารฮีรูดินที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือดมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นสารที่ช่วยผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่นสมอง หัวใจ ฯลฯ ทุกคนคงรู้จักฮีรูดอยกันนะที่ใช้ลดการแข็งตัวและรอยแผลเป็นงัย ที่นี้พอเดาได้รึยังว่ามันทำมาจากอะไร &lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปลิง (Aquatic Leech) และ ทากดูดเลือด (Land Leech) จัดอยู่ใน&lt;a title="ไฟลัม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹„à¸Ÿà¸¥à¸±à¸¡"&gt;ไฟลัม&lt;/a&gt;&lt;a title="แอนเนลิดา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸&amp;shy;à¸™à¹€à¸™à¸¥à¸´à¸”à¸²"&gt;แอนเนลิดา&lt;/a&gt; ลักษณะลำตัวเป็นข้อปล้องและยืดหยุ่น ชอบอยู่ในน้ำนิ่งตามหนอง(สำหรับปลิง) และอยู่ตามพื้นที่ชื้นแฉะเช่นบริเวณป่าดงดิบเขตร้อน(สำหรับทากดูดเลือด) ดำรงชีพโดยการดูดเลือดสัตว์อื่น รวมทั้งเลือดมนุษย์เป็นอาหาร&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ปลิงดำรงชีวิตด้วยการดูดเลือดจาก&lt;a class="mw-redirect" title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸±à¸•à¸§à¹Œà¹€à¸¥à¸µà¹‰à¸¢à¸‡à¸¥à¸¹à¸à¸”à¹‰à¸§à¸¢à¸™à¸¡"&gt;สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม&lt;/a&gt;, &lt;a title="สัตว์เลื้อยคลาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸±à¸•à¸§à¹Œà¹€à¸¥à¸·à¹‰à¸&amp;shy;à¸¢à¸„à¸¥à¸²à¸™"&gt;สัตว์เลื้อยคลาน&lt;/a&gt; และ &lt;a title="ปลา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸›à¸¥à¸²"&gt;ปลา&lt;/a&gt;บางชนิดเป็นอาหาร และเนื่องจากไม่มีดวงตาจึงอาศัยการจับแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนไหวของเหยื่อด้วยแรงสั่นสะเทือนในน้ำ(สำหรับปลิง) และสำหรบทากดูดเลือด(Land Leech)มันจะคอยชูตัวอยู่ตามพื้นดินหรือไต่ขึ้นไปบนกิ่งไม้ มีสัมผัสที่ไวต่อกลิ่นและอุณหภูมิ เมื่อเหยื่อเข้าใกล้มันจะใช้อวัยวะที่เรียกว่าแว่นดูด(Sucker)เกาะเข้ากับตัวเหยื่อ ซึ่งอวัยวะนี้มีทั้งด้านหน้าและด้านท้าย โดยมันจะใช้แว่นท้ายในการยึดเกาะ&lt;br /&gt;เมื่อมันสามารถเกาะผิวเนื้อของเหยื่อแล้วมันจะค่อยๆ ไต่อย่างแผ่วเบาเพื่อหาที่ซ่อนตัว (ในช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 80-90 วินาที ที่เราจะปัดหรือดึงปลิงออกโดยไม่ต้องเสียเลือด) หลังจากนั้นมันจะใช้แว่นหน้าลงบนผิวเนื้อของเหยื่อเพื่อดูดเลือด โดยปลิงจะปล่อยสารชนิดหนึ่งคล้ายกับ&lt;a class="new" title="ยาชา (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ยาชา&lt;/a&gt;และเวลาที่ปลิงดูดเลือดมันจะปล่อยสารออกมา 2 ชนิด ซึ่งได้แก่ สาร&lt;a class="new" title="ฮีสตามีน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ฮีสตามีน&lt;/a&gt;(Histamine) ช่วยกระตุ้นให้&lt;a title="หลอดเลือด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸«à¸¥à¸&amp;shy;à¸”à¹€à¸¥à¸·à¸&amp;shy;à¸”"&gt;หลอดเลือด&lt;/a&gt;ขยายตัว และสาร&lt;a class="new" title="ฮีรูดีน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ฮีรูดีน&lt;/a&gt;(Hirudin) มีคุณสมบัติต้านทานการแข็งตัวของเลือด (ด้วยเหตุนี้เลือดของเหยื่อจะไหลไม่หยุด)&lt;br /&gt;เมื่อปลิงหรือทากดูดเลือดอิ่มจนมีลักษณะตัวอ้วนบวมแล้ว มันจะปล่อยตัวร่วงลงสู่พื้นดินเอง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;การห้ามเลือดหลังจากโดนปลิง&lt;br /&gt;ใช้ใบ&lt;a title="สาบเสือ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸²à¸šà¹€à¸ªà¸·à¸&amp;shy;"&gt;สาบเสือ&lt;/a&gt; &lt;a class="new" title="ยาเส้น (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ยาเส้น&lt;/a&gt;หรือ&lt;a class="new" title="ยาฉุน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%99&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;ยาฉุน&lt;/a&gt;มาขยี้ปิดบาดแผล&lt;br /&gt;ประโยชน์ทางด้านการแพทย์&lt;br /&gt;วงการแพทย์สมัยโบราณมีการนำปลิงมาดูดพิษหรือเลือดเสียออกจากร่างกาย ในปัจจุบันแพทย์นำคุณสมบัติของปลิงมาทำให้เส้นเลือดในร่างกายไม่อุดตัน โดยเฉพาะเส้นเลือดหัวใจหรือนำมาช่วยให้เลือดในร่างกายหมุนเวียนได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;การแก้ไขหลังจากโดนทากดูดเลือดกัด ให้ใช้มวนบุหรี่ ปิดที่แผลที่โดนทากดูด เพราะมวนบุหรี่มีสารนิโคตินที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวสังเกตได้จากผู้ที่สูบบุหรี่จะรู้สึกปวดหัว เพราะสารนิโคตินทำให้ให้เลือดใหลไปเลี้ยงสมองช้า&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ทาก นั้นก็มีประโยชน์ในวงการแพทย์โบราณของจีนค้นพบมานานแล้วว่า ทาก และปลิง สามารถดูดเลือดเสียได้สารพัด ทาก ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ครั้งแรกประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล ในปัจจุบัน ทาก ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ อีกครั้งทั้งตัว ทาก เองและสารที่ได้ประโยชน์มาจาก ทาก ด้วยคุณสมบัติต่อต้านการแข็งตัวของเลือด สาร Hirudin ถูกนำมาใช้ในการทำให้เส้นเลือดในร่างกาย ไม่อุดตัน โดยเฉพาะเส้นเลือดที่หัวใจ ส่วนตัว ทาก ที่มีชีวิตก็จะใช้ดูดเลือดในบางกรณี เพื่อให้เลือดในร่างกายมนุษย์หมุนเวียนได้ดีขึ้น จะเห็นได้ว่า ทาก นั้นก็สามารถ ช่วยชีวิตคนได้อย่างมหาศาลเช่นกัน ในทางนิเวศวิทยา ทาก ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ป่าคงอยู่อย่างยั่งยืน มีผลิตผลต่อเนื่องให้สัตว์กินพืชได้ใช้ประโยชน์ กล่าวคือ เวลาที่มีเก้ง กวาง มากินยอดไม้บริเวณ ที่มี ทาก เก้ง กวาง ก็จะไม่ยืนกินอยู่นานหรือกินแค่พออิ่มก็รีบไป มิฉะนั้นแล้วฝูง ทาก ก็จะเข้ามารุมสกรัม มีผลทำให้ต้นไม้ต้นนั้นไม่โทรมจนตาย สามารถแตกยอด แตกใบ ผลิตอาหารให้กับ เก้ง กวางตัวอื่นที่มาทีหลัง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เคล็ดลับสำหรับคนที่ปลิงเข้ารูทวารและช่องคลอด&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ธรรมชาติมีของที่เอาไว้แก้กันคือ ให้กินตั๊กแตนสด ๆ ถ้าตั๊กแตนตัวใหญ่ก็ซัก ๒-๓ ตัว ตั๊กแตนตัวเล็กก็ ๕-๑๐ ตัว ประมาณครึ่งถึงหนึ่งวันปลิงจะค่อย ๆ กระดืบ ๆ ออกมา ถ้าลงน้ำที่มีปลิงอยู่เยอะก็เอาตั๊กแตนผูกเอวกันปลิง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8407783564630969890-4230457770211464333?l=thaiforestherb.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/feeds/4230457770211464333/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_9005.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4230457770211464333'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8407783564630969890/posts/default/4230457770211464333'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaiforestherb.blogspot.com/2010/03/blog-post_9005.html' title='ทากเจ้าของป่าตัวจริงกับประโยชน์ทางการแพทย์'/><author><name>thaiforestherbs</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://4.bp.blogspot.com/-42yRQHb-wS4/TjYRXKuf-MI/AAAAAAAAAoE/P8cw8MpkKJk/s220/006p054zU1e.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6IUwX4EX8I/AAAAAAAAAbM/CwbV4hsasNA/s72-c/DSC09927.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8407783564630969890.post-8195080246691548448</id><published>2010-03-18T00:09:00.000-07:00</published><updated>2010-03-18T00:38:39.130-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุรามะริด อบเชยไทย'/><title type='text'>สุรามะริดใช้ดองเหล้าเพิ่มฤทธิ์พืชสมุนไพรจากเขาใหญ่</title><content type='html'>สุรามะริด&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449869501203972050" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6HTb8t_f9I/AAAAAAAAAaU/kdx-SvrfqQA/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%94.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt; ใบสุรามะริดจะมีลักษณะเฉพาะแบบเดียวกับพืชตระกูลอบเชยคือมีเส้นใบสามใบลากยาวจากโคนใบถึงปลายใบ มีกลิ่นหอม&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5449869308676113522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_rvHQd2H7Jzs/S6HTQvfxhHI/AAAAAAAAAaM/HrEBQ8Ybgp4/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%91.jpg" border="0" /&gt;ลักษณะรากอากาศของสุรามะริด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เดินป่าเขาใหญ่จะเจอไม้เด่นตัวหนึ่งที่ยืนต้นมีรากอากาศอยู่ตามกิ่งก้านและมีเส้นใบยาวถึงโคนใบสามเส้น(ลักษณะเฉพาะของไม้พวกอบเชย) คนนำทางรู้จักไม้นี้เป็นอย่างดีใช้ส่วนรากมาดองเหล้าบอกว่าให้รสชาติที่ดียิ่งนัก คอสุราคงชอบใจ เราไม่ต่อต้านเรื่องเหล้าดองยา เพราะสมุนไพรประเภทเนื้อไม้และเปลือกไม้หนา ๆ ใช้วิธีต้มหรือชงไม่สามารถนำสารสำคัญที่ออกฤทธิ์มาใช้ได้หมดเป็นการสิ้นเปลือง การดองเหล้าจะดีกว่าด้วยประการทั้งปวง แต่ต้องกินให้เป็นยาคือเช้าเป๊กเย็นเป๊ก ไม่ใช่กินเหล้าเป็นเหล้าคือกินจนเมาไม่รู้เรื่อง ไม้ตัวนี้เรียกว่าสุรามะริด เดินป่าเขาใหญ่ทักทายเค้าได้นะ ภาพที่ได้ไม่ชัดนักแต่ก็พอดูได้นะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ยังมีข้อสงสัยกับพืชตัวนี้พอสมควรมีข้อมูลที่พูดถึงน้อยมากเอาเท่าที่พอรวบรวมได้ละกันถ้าตามการจัดประเภทของอาจารย์ เต็ม สมิตินันท์ ระบุว่าสุรามะริดเป็นตัวเดียวกับอบเชยไทยดังข้อมูลนี้   &lt;/div&gt;&lt;div&gt;อบเชยไทย (C.burmanii) เป็นอบเชยที่มีชื่อเสียงและมีการบริโภคเปลือกกันมากที่สุดในประเทศไทยชาวบ้านแต่ละท้องถิ่นอาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น สุรามะริด (C. subavenium)( เติม สมิตินันท์,2523) แต่ในที่นี้ขอเรียกว่า อบเชยไทย เปลือกอบเชยชนิดนี้ที่มีการค้าขายกันอยู่ ได้มาจากป่าธรรมชาติเพียงแหล่งเดียวเท่านั้น การเก็บหาเปลือกอบเชยชนิดนี้ทำโดยการตัดโค่นต้นลง และลอกเก็บเปลือกตามต้นและกิ่งทั้งหมด ถ้าต้นนั้นปรากฎไม่ห่างไกลจากสำนักงานของทางราชการมากนัก ชาวบ้านจะทำการลอกเปลือกรอบลำต้นแทนการตัดโค่น (ภาพที่ 1 ) ซึ่งในที่สุดต้นอบเชยนั้นอาจตายได้ เนื่องจากมีการเก็บหาเปลือกอบเชยชนิดนี้กันมากจนกระทั่งปัจจุบันพบอบเชยชนิดนี้น้อยมากพบเพียงในป่าลึก และเฉพาะในพื้นที่ที่อนุรักษ์ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จึงทำให้น่าเป็นห่วงว่าอบเชยชนิดนี้จะถูกจัดให้เป็นพันธุ์ไม้หายากของประเทศไทยและอาจจะต้องเสียเงินตราจำนวนมากเพื่อสั่งเข้าเปลือกอบเชยจากต่างประเทศ&lt;/div&gt;&lt;div&gt; อบเชยเป็นสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอม มีการใช้สารสกัดจากเปลือกอบเชยเพื่อให้กลิ่นหอมในราชสำนักของราชินีแฮทเชพซุท(Hatshepsut) แห่งอียิปต์เมื่อ ๓,๕๐๐ ปีมาแล้ว นอกจากนี้อบเชยยังเป็นสมุนไพรหลักในยาธาตุ ยาหอม ยานัตถุ์ ทั้งหลาย และยังเป็นเครื่องเทศปรุงอาหารที่ขาดมิได้ในพะโล้ ซึ่งใช้ช่วยย่อยอาหารมันๆ เช่น หมูสามชั้นที่เรานิยมนำมาทำพะโล้หมูสามชันกับไข่นั้นเอง&lt;br /&gt;อบเชยเป็นเครื่องเทศที่มีมากในที่ที่มีอากาศชื้น อบเชยเป็นพืชพื้นเมืองของลังกาและภาคใต้ของอินเดีย ซึ่งเราจะเรียกว่าอบเชยลังกา หรือเรียกติดปากได้อีกอย่างหนึ่งว่า "อบเชยเทศ" ต้นอบเชยเทศนั้นจะมีลักษณะเปลือกบางกว่าอบเชยชนิดอื่นๆ มีชื่อเรียกทางการว่า Cinnamomum verum J.S.Presl ซึ่งครั้งหนึ่งในประว้ติศาสตร์ประเทศอังกฤษกับฮอลแลนด์เคยทำสงครามกัน เพื่อแย่งกันทำการผูกขาดการค้าอบเชยในลังกามาแล้วในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙&lt;br /&gt;ผลสุดท้ายอังกฤษสามารถแย่งการผูกขาดการค้ามาจากฮอลแลนด์ได้สำเร็จแล้วก็เอามาผูกขาดเสียเอง พอเสร็จสงคราม ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. ๑๘๕๐ เป็นต้นมาอังกฤษทำการปลูกอบเชยในลังกาถึง ๔๐๐๐๐ เอเคอร์ ทำให้ปัจจุบันศรีลังกาเป็นผู้ส่งออกอบเชยรายใหญ่ของโลก&lt;br /&gt;นอกจากอบเชยลังกาที่กล่าวมาแล้ว ยังมี "อบเชยจีน" ซึ่งลักษณะเปลือกจะหนากว่าอบเชยลังกาเล็กน้อย มีชื่อเรียกต้นนี้ว่า Cinnamonum aromaticum Nees และยัง "อบเชยญวน" ซึ่งมีลักษณะเปล
