ทิ้งร้างห่างหายจากการเขียนบล๊อกไปนาน เนื่องด้วยยิ่งค้นคว้าศีกษามากเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกตัวว่ารู้น้อยลงเท่านั้น และในวงการว่านมีการหักล้างข้อมูลกันดิสเครดิตกันพอสมควร แต่ละคนเก่งระดับมือพระกาฬกันทั้งนั้น เลยไปแอบดูอยู่เงียบๆ ปลอดภัยดี
แต่พอดีว่ามีลูกค้าสั่งว่านตระกูลเทพที่เราไม่เคยสนใจมาก่อน กอร์ปกับเริ่มมีหนังสือว่านเก่าบ้างไม่เก่าบ้างเข้ามาเพิ่ม ค้นในเน็มก็มีการพูดถึงน้อยมาก แถมขัดแย้งกัน เลยจะเอาข้อมูลจากหนังสือว่านที่มีมารวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับว่านตระกูลเทพเอาไว้ให้อ่านกัน
ตำราเล่มแรกที่อ้างถึงเล่มแรกคือตำราที่เป็นที่ยอมรับที่สุดเล่มหนึ่งของคนเล่นว่าน ขื่อตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน ของนายเลื่อน กัณหะกาญจนะ เขียนถึงว่านตระกูลเทพไว้ ๒ ชนิด ดังนี้
" ว่านเทพรำจวน ลักษณะ ต้นเหมือนขมิ้นแต่เล็กกว่า หัวคล้ายหัวแห้วหมู มีรากเลื้อยไปเหมือนรากหญ้าคา สีเนื้อในหัวขาวนวล ใบเหมือนใบว่านเพชรน้อย หรือใบขมิ้นธรรมดาแต่เล็ก (ไม่มีการบรรยายถึงลักษณะและสีของดอก-ผู้รวบรวม) ประโยชน์ ใช้ในทางเมตตามหานิยม เป็นว่านที่นิยมในทางเจ้าชู้ โดยเอาหัวบดผสมกับขี้ผึ้งสีปาก แล้วเสกด้วย "มะอะอุ สัพพัสสะ ถะปูชิตา สัพพะโก ตะวัทสังติ เอหิมะมะ อิธะเจตะโส ทัมหัง พันจหาหิถามะสา" ไว้สำหรับสีปากในเวลาพูดจากับสตรี
ว่านเทพรำลึก หัวเล็กและยาว เลื้อยออกไปเหมือนรากหญ้าคา เนื้อในหัวเหมือนสีปูนแห้ง ต้นและใบเหมือนขมิ้นขาวปัดตลอด ดอกเหมือนดอกกระเจียว สีขาวสลับเขียว ประโยชน์ ใช้ในทางคงกระพันชาตรีและเป็นยอดมหาเสน่ห์ ปลูกเอาไว้ในบ้านใดเป็นมงคลแก่บ้าน ถ้าเอาหัวว่านนี้ติดตัวไปไหนๆด้วย สามารถใช้เป็นคงกระพันชาตรีได้ โดยกินหัวว่าน ก่อนกินเสก "นะโมพุทธายะ" ๓ จบ ถ้าจะนำติดตัวไปหาลาภผล ให้เสกด้วยคาถา "นะชาลีติ พุทธะสังมิ มะอะอุ" ๓ จบ ใช้ได้ในทางเจริญลาภผล "
หนังสือกบิลว่าน ฉบับสมบูรณ์ รวบรวมโดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น. พิมพ์เมื่อพ.ศ.๒๕๐๘ กล่าวไว้ ๑ ชื่อ ดังนี้ " ว่านเทพรำลึก ลักษณะลำต้นใบเหมือนขมิ้นชัน หัวเล็กยาว สีในหัวสีชมพู ดอกคล้ายดอกกระเจียว กลีบของดอกนั้นมีทั้งขาวและม่วง สรรพคุณใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม "
หนังสือ กบิลว่าน ๑๐๘ ของสมาน คัมภีร์ กล่าวไว้ ๓ ชื่อ ดังนี้
" ว่านเทพรัญจวน ลักษณะทั่วไป ใบเขียวอ่อนบางเรียวถ้าปลูกในกระถางใหญ่จะขึ้นเป็นพุ่มดูสวยงามนักเล่นว่านนิยมปลูกกระถางเคลือบหรือลายครามใหญ่ตั้งไว้หน้าบ้าน หัวเหมือนดังหัวแห้วหมูมีไหลชอนตามพื้นดินเหมือนขมิ้น ดอกสีม่วงแซมขาว ใบบางเนื้อของหัวสีนวลขาว สรรพคุณของว่านนี้ ปลูกไว้จะเป็นศิริมงคลมีเมตตามหานิยม เกิดความผาสุขอยู่ดีกินดี ท่านว่าปลูกไว้ในบ้านดีนักแล
ว่านเทพรำลึก ลักษณะทั่วไปของว่านนี้ใบและต้นเขียวคล้ายกับขมิ้นขาวเสน่ห์ แต่ใบกว้างและสั้นกว่าเล็กน้อย ช่อของดอกมี ๒-๓ ชั้น สีเขียวปลายชั้นกลีบสีขาว กลีบของดอกสีม่วงแซมขาว หัวเป็นปุ่มแทงไหลไปใต้ผิวดิน เนื้อของหัวสีปูนแห้ง มีกลิ่นหอมดังกลิ่นกระแจะ
ว่านเทพรำพึง ลักษณะของว่าน ใบสีเขียวขนาดเดียวกับว่านเทพรำลึกแต่ก้านยาวกว่าและกว้างกว่า หัวเป็นไหลแทงหน่อใหม่ๆมีสีแดงเรื่อๆ ช่อเสี้ยว ดอกสีเขียวเป็นชั้นๆ๓-๔ชั้น ตัวดอกสีขาวส่วนเกสรเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมดังกลิ่นน้ำหอม เนื้อของหัวสีขาวเรื่อๆ สรรพคุณนับว่าเป็นยอดของว่านประเภทเมตตามหานิยมด้วยกัน คือมีสรรพคุณสูงในด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมแรง ปลูกไว้หน้าบ้านก็เป็นศิริมงคลยิ่งนัก "
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ส้มเช้า ไม้โบราณที่รอการกลับมา
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
เวลาที่สำรวจเยี่ยมเยือนหมอพื้นบ้าน แต่ละท่านจะพาฉันชมสวนสมุนไพรในพื้นที่ ฉันสังเกตว่ามีไม้ต้นหนึ่งที่พบเจอได้น้อย เห็นอยู่แค่หมอท่านหนึ่ีงปลูกไว้หน้าบ้าน นั่นคือต้นส้มเช้า ไม้ตัวนี้ถูกลืมเลือนเพราะไม่ได้เจอะเจออีกเป็นปีๆ จนฉันไปเจออีกครั้งเห้นต้นล้มถูกทิ้งดายอยู่หน้าบ้านพี่ท่านหนึ่งที่ราชบุรี เลยตัด ๆ มาชำ แล้วโพสต์ขายดู เพราะความเป็นไม้โบราณ หายาก มีการพูดถึงสรรพคุณเพียงเล็กน้อย ว่าใช้ใบที่มีรสเปรี้ยวมาปรุงอาหารหรือกินเป็นผักพื้นบ้าน ที่มาของชื่อส้มเช้านับว่าแปลกเอาการ คำว่าส้มนอกจากจะหมายถึงผลไม้ชนิดหนึ่งแล้วยังหมายถึงสิ่งที่มีรสเปรี้ยว เช่น สารส้ม คําใช้ประกอบหน้าชื่อพรรณไม้และของกินที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มเช้า ส้มตำ ส้มฟัก ถ้าอย่างนั้น ส้มตำเองก็น่าจะต้องมีรสเปรี้ยวนำถึงจะสมชื่อ เท่าที่สังเกต มีการใช้คำว่าส้มแทนความหมายถึงเปรี้ยวในทุก ๆ ภาค ถ้าเป็นอาหารก็หมายถึงอาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มฟัก ปลาส้ม จิ้นส้ม แกงส้ม ฯลฯ ส่วนส้มถ้าปรากฏในชื่อพืชก็แปลว่าพืชนั้นมีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือส้ม ส้มแขก ส้มป่อย ส้มเช้า ส้มกบ ฯลฯ ที่นี้ส้มเช้าที่ได้ชื่อนี้ เพราะมันมีรสเปรี้ยวแค่ช่วงเช้าเท่านั้น พอตอนบ่ายมันจะฝาด ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ ต้นส้มเช้า
มีการบันทึกถึงสรรพคุณของส้มเช้าเอาไว้ไม่มากนัก แน่นอนว่าพืชที่มีรสเปรี้ยวย่อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ขับเสมหะ ฟอกเลือด แต่เคยมีพี่คนหนึ่งจากภาคเหนือเล่าให้ฟังว่า มีคนรู้จักเป็นมะเร็ง จำไม่ถนัดว่าเป็นมะเร็งส่วนไหน ประมาณว่ากระเพาะปัสสาวะหรือไต ประมาณนี้ มีเวลาจะโทรไปถามอีกที แล้วคนป่วยเคี้ยวใบส้มเช้าก่อนอาหารเช้าวันละ 3 ใบ กินต่อเนื่องเป็นเดือน อาการเป็นมะเร็งดีขึ้นมาก นัยว่าหายเสียด้วยซ้ำ จึงบันทึกข้อมูลไว้ให้ได้มีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อไป
ส้มเช้า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia neriifolia L. (E. ligularia Roxb.)
ชื่อสามัญ : -
วงศ์ : Euphorbiaceae
ชื่ออื่น : -
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของส้มเช้า
ส้มเช้าไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีหนามแข็งตามมุม เรียงเป็นแถวตามยาว มีน้ำยางขาว “ส้มเช้า” จะมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ
1. ชนิดที่มีขนาดของต้นเตี้ย เป็นไม้พุ่ม สูงไม่เกิน 1.5 เมตร ต้นหรือปลายลำต้นมักจะมีรูปร่างแปลกๆหงิกคล้ายดอกหงอนไก่ โดยชนิดนี้จะมีใบน้อย นิยมปลูกลงกระถางตั้งประดับสวยงามน่าชมยิ่ง
2. อีกชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 5 เมตร ซึ่งชนิดนี้พบน้อยมากมีขึ้นตามธรรมชาติในป่าราบและป่าเชิงเขาทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะมีขนาดต้นสูงแล้ว ใบของ “ส้มเช้า” ชนิดหลังจะมีมากกว่าชนิดแรกอย่างชัดเจน
ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม.
ดอกส้มเช้า ดอกช่อ รูปถ้วย ออกตามกิ่งก้าน ใบประดับสีเหลือง ดูคล้ายกลีบดอก ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง
สรรพคุณของส้มเช้า
ชาวบ้านในยุคโบราณจะเก็บใบอ่อนล้างน้ำให้สะอาดกินเป็นผักสดกับน้ำพริกชนิดต่างๆ หรือ ใช้แทนใบเมี่ยง ห่อเนื้อปลาทูนึ่ง ใส่พริกขี้หนูสด กระเทียมกลีบสด แง่งตะไคร้สด มะนาวสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยวกินเป็นคำรสชาติอร่อยมาก
ใบส้มเช้า – โขลกตำพอก ปิดฝี แก้ปวด ถอนพิษดี
ยาง
- เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับพยาธิ แก้จุก แก้บวม
- ทำให้อาเจียน เบื่อปลาเป็นพิษ
- แก้ท้องมาน พุงโร ม้ามย้อย
- แก้ไข้จับสั่นเรื้อรัง ขับน้ำย่อยอาหาร
อ้างอิงจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ข้อน่าสังเกต คือยางของส้มเช้า ซึ่งก็คือเวลาเราเด็ดใบสดๆของส้มเช้ามากินเท่ากับจะได้กินยางส้มเช้าไปด้วย ยางส้มเช้าตำราท่านว่า แก้ท้องมาน พุงโร ม้ามย้อย ตรงนี้น่าสนใจ อาการท้องมานเกิดได้จากโรค ๒ ชนิด คือ ตับแข็งและมะเร็งตับ อาการพุงโร เกิดจากพยาธิในลำไส้ ส่วนอาการม้ามย้อย เท่าที่ทราบ น่าจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งจะมีอาการม้ามโตจนคลำเจอ เป็นไปได้ไหมว่าการกินใบส้มเช้าสด ๆ จะช่วยรักษาโรคเหล่านี้ คงต้องศึกษาข้อมูลกันต่อไป แต่ยังไงก็ถือว่าต้นส้มเช้าเป็นไม้ดี ไม้โบราณ ไม้หายาก ที่น่าปลูก น่าอนุรักษ์ไว้อีกต้นหนึ่ง
ส้มเช้าต้นนี้ เห็นอยู่ที่ราชบุรี ขนาดต้นใหญ่มาก ใบดกสวยมาก จริงๆ ไม้ชนิดนี้เป็นพวกเดียวกับกระบองเพชรสลัดได ที่เป็นพืชทะเลทรายทนแล้ง แต่ราชบุรีเต็มไปด้วยร่องสวนผลไม้ ก็เห็นต้นส้มเช้าขึ้นสวยงามดีใบดกมากกว่าปกติ แสดงว่าเขาก็ชอบน้ำเหมือนกัน
สังเกตลักษณะใบของส้มเช้า จะมีใบเป็นกระจุกที่ส่วนปลายยอดทุกยอด เวลาเด็ดกินยิ่งเด็ดยิ่งแตก ที่มารูป women.upyim.com
ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
เวลาที่สำรวจเยี่ยมเยือนหมอพื้นบ้าน แต่ละท่านจะพาฉันชมสวนสมุนไพรในพื้นที่ ฉันสังเกตว่ามีไม้ต้นหนึ่งที่พบเจอได้น้อย เห็นอยู่แค่หมอท่านหนึ่ีงปลูกไว้หน้าบ้าน นั่นคือต้นส้มเช้า ไม้ตัวนี้ถูกลืมเลือนเพราะไม่ได้เจอะเจออีกเป็นปีๆ จนฉันไปเจออีกครั้งเห้นต้นล้มถูกทิ้งดายอยู่หน้าบ้านพี่ท่านหนึ่งที่ราชบุรี เลยตัด ๆ มาชำ แล้วโพสต์ขายดู เพราะความเป็นไม้โบราณ หายาก มีการพูดถึงสรรพคุณเพียงเล็กน้อย ว่าใช้ใบที่มีรสเปรี้ยวมาปรุงอาหารหรือกินเป็นผักพื้นบ้าน ที่มาของชื่อส้มเช้านับว่าแปลกเอาการ คำว่าส้มนอกจากจะหมายถึงผลไม้ชนิดหนึ่งแล้วยังหมายถึงสิ่งที่มีรสเปรี้ยว เช่น สารส้ม คําใช้ประกอบหน้าชื่อพรรณไม้และของกินที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มเช้า ส้มตำ ส้มฟัก ถ้าอย่างนั้น ส้มตำเองก็น่าจะต้องมีรสเปรี้ยวนำถึงจะสมชื่อ เท่าที่สังเกต มีการใช้คำว่าส้มแทนความหมายถึงเปรี้ยวในทุก ๆ ภาค ถ้าเป็นอาหารก็หมายถึงอาหารที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้มฟัก ปลาส้ม จิ้นส้ม แกงส้ม ฯลฯ ส่วนส้มถ้าปรากฏในชื่อพืชก็แปลว่าพืชนั้นมีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือส้ม ส้มแขก ส้มป่อย ส้มเช้า ส้มกบ ฯลฯ ที่นี้ส้มเช้าที่ได้ชื่อนี้ เพราะมันมีรสเปรี้ยวแค่ช่วงเช้าเท่านั้น พอตอนบ่ายมันจะฝาด ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ ต้นส้มเช้า
มีการบันทึกถึงสรรพคุณของส้มเช้าเอาไว้ไม่มากนัก แน่นอนว่าพืชที่มีรสเปรี้ยวย่อมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ขับเสมหะ ฟอกเลือด แต่เคยมีพี่คนหนึ่งจากภาคเหนือเล่าให้ฟังว่า มีคนรู้จักเป็นมะเร็ง จำไม่ถนัดว่าเป็นมะเร็งส่วนไหน ประมาณว่ากระเพาะปัสสาวะหรือไต ประมาณนี้ มีเวลาจะโทรไปถามอีกที แล้วคนป่วยเคี้ยวใบส้มเช้าก่อนอาหารเช้าวันละ 3 ใบ กินต่อเนื่องเป็นเดือน อาการเป็นมะเร็งดีขึ้นมาก นัยว่าหายเสียด้วยซ้ำ จึงบันทึกข้อมูลไว้ให้ได้มีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อไป
ส้มเช้า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia neriifolia L. (E. ligularia Roxb.)
ชื่อสามัญ : -
วงศ์ : Euphorbiaceae
ชื่ออื่น : -
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของส้มเช้า
ส้มเช้าไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีหนามแข็งตามมุม เรียงเป็นแถวตามยาว มีน้ำยางขาว “ส้มเช้า” จะมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ
1. ชนิดที่มีขนาดของต้นเตี้ย เป็นไม้พุ่ม สูงไม่เกิน 1.5 เมตร ต้นหรือปลายลำต้นมักจะมีรูปร่างแปลกๆหงิกคล้ายดอกหงอนไก่ โดยชนิดนี้จะมีใบน้อย นิยมปลูกลงกระถางตั้งประดับสวยงามน่าชมยิ่ง
2. อีกชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 5 เมตร ซึ่งชนิดนี้พบน้อยมากมีขึ้นตามธรรมชาติในป่าราบและป่าเชิงเขาทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะมีขนาดต้นสูงแล้ว ใบของ “ส้มเช้า” ชนิดหลังจะมีมากกว่าชนิดแรกอย่างชัดเจน
ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม.
ดอกส้มเช้า ดอกช่อ รูปถ้วย ออกตามกิ่งก้าน ใบประดับสีเหลือง ดูคล้ายกลีบดอก ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง
ส้มเช้า มีความแปลก ซึ่งทำให้เป็นที่มาของชื่อ”ส้มเช้า” เนื่องจาก คำว่า “ส้ม” แปลว่า “เปรี้ยว” ดังนั้น ส้มเช้า จึงแปลว่า เปรี้ยวเช้า หรือเปรี้ยวตอนเช้านั่นเอง เพราะใบของ ส้มเช้าจะมีรสเปรี้ยวจัดในตอนเช้าและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวชวนรับประทาน พอสายหน่อยความเปรี้ยวนั้นจะลดลง แล้วพอตกตอนกลางวัน ความเปรี้ยวจะหายไป นี่เลยเป็นที่มาของชื่อ ส้มเช้า นั่นเองส่วนที่ใช้ : ใบ และ ยาง
สรรพคุณของส้มเช้า
ชาวบ้านในยุคโบราณจะเก็บใบอ่อนล้างน้ำให้สะอาดกินเป็นผักสดกับน้ำพริกชนิดต่างๆ หรือ ใช้แทนใบเมี่ยง ห่อเนื้อปลาทูนึ่ง ใส่พริกขี้หนูสด กระเทียมกลีบสด แง่งตะไคร้สด มะนาวสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยวกินเป็นคำรสชาติอร่อยมาก
ใบส้มเช้า – โขลกตำพอก ปิดฝี แก้ปวด ถอนพิษดี
ยาง
- เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับพยาธิ แก้จุก แก้บวม
- ทำให้อาเจียน เบื่อปลาเป็นพิษ
- แก้ท้องมาน พุงโร ม้ามย้อย
- แก้ไข้จับสั่นเรื้อรัง ขับน้ำย่อยอาหาร
อ้างอิงจาก : โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ข้อน่าสังเกต คือยางของส้มเช้า ซึ่งก็คือเวลาเราเด็ดใบสดๆของส้มเช้ามากินเท่ากับจะได้กินยางส้มเช้าไปด้วย ยางส้มเช้าตำราท่านว่า แก้ท้องมาน พุงโร ม้ามย้อย ตรงนี้น่าสนใจ อาการท้องมานเกิดได้จากโรค ๒ ชนิด คือ ตับแข็งและมะเร็งตับ อาการพุงโร เกิดจากพยาธิในลำไส้ ส่วนอาการม้ามย้อย เท่าที่ทราบ น่าจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งจะมีอาการม้ามโตจนคลำเจอ เป็นไปได้ไหมว่าการกินใบส้มเช้าสด ๆ จะช่วยรักษาโรคเหล่านี้ คงต้องศึกษาข้อมูลกันต่อไป แต่ยังไงก็ถือว่าต้นส้มเช้าเป็นไม้ดี ไม้โบราณ ไม้หายาก ที่น่าปลูก น่าอนุรักษ์ไว้อีกต้นหนึ่ง
ส้มเช้าต้นนี้ เห็นอยู่ที่ราชบุรี ขนาดต้นใหญ่มาก ใบดกสวยมาก จริงๆ ไม้ชนิดนี้เป็นพวกเดียวกับกระบองเพชรสลัดได ที่เป็นพืชทะเลทรายทนแล้ง แต่ราชบุรีเต็มไปด้วยร่องสวนผลไม้ ก็เห็นต้นส้มเช้าขึ้นสวยงามดีใบดกมากกว่าปกติ แสดงว่าเขาก็ชอบน้ำเหมือนกัน
สังเกตลักษณะใบของส้มเช้า จะมีใบเป็นกระจุกที่ส่วนปลายยอดทุกยอด เวลาเด็ดกินยิ่งเด็ดยิ่งแตก ที่มารูป women.upyim.com
ปุณณภา งานสำเร็จ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

