วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แสยก สมุนไพรที่จระเข้กลัว

โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา




ลักษณะใบของต้นมหาประสานที่พ่อหมอบอกว่าต้นนี้เท่านั้นที่ประสานเนื้อเยื่อ
แสยก ( อ่านว่า สะ แหยก )
เคยรู้ว่าแสยกมีสรรพคุณช่วยสมานเนื้อเยื่อรักษาแผลและไล่จระเข้มานานแล้ว  มีคนเคยบอกว่าจระเข้แพ้ทางพืชตัวนี้  แต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่เพราะเกิดไม่ทัน อีกอย่างพ่อหมอบางท่านเรียกต้นมหาประสาน  แต่ยืนยันว่ามีลักษณะเดียว  ทำให้ลังเล เพราะเท่าที่รู้ต้นแสยกมีหลายชนิดมาก  วันนี้อ่านเจอเวปblog.taradkaset.com  เค้าพูดถึงแสยกเอาไว้  อย่ากระนั้นเลยลอกมาทั้งดุ้นตั้งแต่เรื่องยันรูปภาพ  ผิดถูกอย่างไรไปว่ากันเอาเอง  ก่อนหน้าน้ำหลากปีนี้  หามาปลูกเตรียมๆไว้สักกอ  น้ำน่ะไม่เท่าไหร่แต่จระเข้ที่หลุดมาพร้อมกับน้ำนี่ซิ  ลองดูเน๊าะ  เผื่อจะได้ผล  นอกจากนี้แสยกทำเป็นน้ำหมักใช้แก้ปัญหาเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังได้ด้วย
การใช้ “แสยก” ป้องกันกำจัด หนอนกระทู้ หนอนใยผัก หนอนผีเสื้อและแมลงในโรงเก็บน้ำ ยางสีขาวและเมล็ดของแสยกจะออกฤทธิ์เป็นพิษต่อแมลงศัตรูพืชหลายชนิด โดยจะมี ฤทธิ์ทำให้เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ของแมลงอักเสบ ช่วยยับยั้งการ เข้ามาวางไข่ของด้วงถั่วเขียวในโรงเก็บและการฟักไข่ของด้วงทั่วไปได้ด้วย

ชื่อ : แสยก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit.
ชื่อสามัญ : Redbird Cactus, Slipper-Flower, Jew-Bush
ชื่ออื่น : แสยกสามสี (ภาคกลาง); ว่านสลี (แม่ฮ่องสอน); ย่าง; มหาประสาน; นางกวัก; ตาสี่กะมอ (กระเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน); เคียะไก่ไห้ (ภาคเหนือ); กะแหยก;
วงศ์ : EUPHORBIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก ผลัดใบ แตกกิ่งก้านเป็นกอแน่น สูง 1-3 ม. ลำต้นอวบน้ำ หักงอไปมา รูปซิกแซก สีเขียว ผิวเรียบ มียางสีขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับในแนวระนาบ รูปไข่กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 3.5-7 เซนติเมตร โคนใบกลม มน หรือแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเส้นใบเห็นไม่ชัด เนื้อใบหนาด้านล่างมีขนอ่อน ก้านใบยาว 2-7 มิลลิเมตร หูใบเป็นตุ่มกลม 2 ตุ่มอยู่ข้างโคน ก้านใบ ร่วงง่าย ต้นจะสลัดใบทิ้งหมดหรือเกือบหมดก่อนออกดอก

ดอก สีแดงออกเป็นช่อตามลำต้น ที่ยอดและปลายกิ่งแขนงสั้นๆ ใกล้ปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ก้านช่อยาว 3-20 มิลลิเมตร ช่อดอกยาว 1-2.5 เซนติเมตร ใบประดับด้านนอกมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น ก้านดอกไม่มีขน ดอกลักษณะคล้ายรองเท้า หรือ เรือมี 5 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นในมี 3 กลีบ สั้นและแคบกว่าชั้นนอก มีขนละเอียด ที่ฐานด้านนอกมีต่อมน้ำหวานรูปกระทะคว่ำ 1 ต่อม ด้านในมีต่อม 2-4 ต่อม เรียงเป็นคู่ ที่ปลายมีแถบยาวหนึ่งแถบ อยู่ตรงช่องระหว่างกลีบใหญ่ชั้นนอกสองกลีบ ผล เป็นชนิดแห้งแล้วแตก

แหล่งที่พบ : ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป นิยมปลูกตามแนวรั้วขึ้นง่ายและทนแล้งได้ดี
ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : น้ำยางจากต้น
การขยายพันธุ์ : ด้วยการปักชำต้น

สารออกฤทธิ์ที่พบ : Chemiebase

สรรพคุณทางยาสมุนไพร :
ใช้น้ำยางจากต้นกัดหูด โดยการนำน้ำยางสีขาวไปทาโดยตรงบนหัวหูด ทาบ่อยๆ หูดจะค่อยๆ หายไปได้เอง
** ในสมัยก่อน ชาวบ้านตามชนบทนิยมเอาต้นแสยกแบบสดทั้งต้นกะจำนวนตามต้องการ ทุบพอแตกไปแช่น้ำตามหนองบึง หรือบ่อที่มีปลาอาศัยอยู่ ประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าบ่อหรือหนองไม่กว้างนัก ปลาที่อยู่ในน้ำจะเกิดอาการเมาหรือตาย สามารถจับหรือช้อนขึ้นมาได้อย่างสบาย มีฤทธิ์เหมือนกับต้นหาง-ไหล หรือต้นโล่ติ้นของชาวจีน ยางของแสยกมีพิษแรงมาก ขนาดนำเอาทั้งต้นทุบพอแตก ใส่ลงในวังน้ำหรือลำธารที่มีจระเข้ อาศัยอยู่ มันจะหนีไปที่อื่นจนหมด เหลือ เชื่อมาก แพทย์ตามชนบทนิยมเอาใบและยอดของแสยกโขลกละเอียดพอกแผลสด เป็นยาประสานเนื้อดียิ่งนัก มีชื่อเรียก ในประเทศไทยอีกคือ มหาประสาน (ปราณบุรี) (ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ ,นายเกษตร )

การนำไปใช้ทางการเกษตร :
วิธีที่1 ใช้ลำต้นของแสยกประมาณ 1 กิโลกรัม นำมาบดหรือทุบให้พอแตก จากนั้นนำไปแช่ในน้ำ 1 ปี๊บ ทิ้งไว้นาน 1 คืน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำหมักที่ได้ ไปฉีดพ่นในแปลงพืชผัก จะช่วยป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้และหนอนใยผักได้ดี
วิธีที่ 2 ใช้ส่วนของลำต้นแสยกจำนวน 2 ขีด ทุบหรือตำให้ละเอียด แล้วนำไปคลุกเคล้าให้เข้ากับเมล็ดถั่วเขียว จำนวน 1 กิโลกรัม จะสามารถยับยั้งการวางไข่และการฝักตัวของด้วงถั่วเขียวได้
ที่มา  blog.taradkaset.com
bangpahan.ayutthaya.doae.go.th
nanagarden.com
saiyathai.com

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตรีชวา สมุนไพรดอกสวย

โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา




ตรีชวาไม้ประดับดอกสวยมีสรรพคุณทางสมุนไพร


ตรีชวา
เคยพูดถึงต้นสังกรณีเมื่อนานมาแล้ว  คงขาดความสมบูรณ์แน่ถ้าไม่พูดถึงไม้อีกตัวที่คู่กัน  คือต้นตรีชวา   จริงๆเราไม่ค่อยสนใจต้นนี้เพราะเท่าที่เห็นเค้าเป็นไม้ประดับสวนดอกสวยธรรมดา เข้าใจว่าเข้าเป็นไม้นอกด้วยซ้ำไปแแต่พอดูข้อมูลแล้วเป็นไปได้ว่า  ไม้ต้นนี้อยู่ในไทยมานาน   ขณะเดียวกันมีการเรียกต้นไม้ ๒ ชนิดว่าเป็นต้นตรีชวา ต้นหนึ่งคื  อัคคีทวาร อีกต้นคือ ต้นหางแมว  มีอยู่ครั้งหนึ่งได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีปัญหาปอดเสื่อม ทั้งสองข้าง  เขาบอกว่าไปบูชายาหม้อจากพระมากินรักษาตัว  ซึ่งมีตัวยาอยู่ในนั้นหลายตัวมาก หนึ่งในนั้นเราเห็นดอกของเจ้าตรีชวาปนอยู่ด้วย  เลยเกิดความสนใจขึ้นมา  เพื่อนคนนี้เขากินยาหม้อนี้เป็นประจำ  เพราะหมดหนทางรักษาทางอื่นแล้ว  อาการเหนื่อยหอบมาก  ทำงานหนักไม่ได้เลย  พอกินยาหม้อนี้เขาแข็งแรงมาก ทำไร่ ทำสวน อดนอน แถมยังสูบบุหรี่ได้หน้าตาเฉย  ( อันนี้ไม่ดี ) เขาเล่าว่าเคยเอาไปให้คนอื่นที่มีปัญหากระดูกเสื่อมกิน  อาการดีขึ้น  เลยรู้ว่ามีการนำตรีชวามาใช้รักษาโรคผู้ป่วยเกี่ยวกับ ปอดและกระดูก แต่อาจไม่ใช่ตัวยาหลัก  คงต้องค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป  สิ่งที่พึงระวังอีกอย่างหนึ่งคือ  การอ้างอิงข้อมูลสรรพคุณสมุนไพรโดยไม่มีรูปของสมุนไพรด้วย  ยึดแค่ชื่อเป็นหลัก  อาจจะผิดต้นไปเลยก็ได้  อย่างในกรณีนี้ ต้นตรีชวาถูกระบุสรรพคุณว่าแก้ริดสีดวงทวาร  ซึ่งสมุนไพรที่ใช้รักษาริดสีดวงทวารอีกต้นคือ  อัคคีทวารซึ่งมีชื่ออื่นว่า ตรีชวาเหมือนกัน  ทำให้เกิดความสงสัยว่าการรวบรวมข้อมูลสรรพคุณต่าง ๆ อาจเอาต่างต้นแต่ชื่อเหมือนกันมาปนเปกันได้
ตรีชวา
ชื่อสามัญ : White Shrimp Plant.
ชื่อพื้นเมือง : ตรีชวา (ทั่วไป) ; หางกระรอก, หางแมว (กลาง),เขียวพระสุจริต
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum serratum (L.) Moon var. wallichii C.B.Clarke
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ลักษณะ
ต้น : ไม้พุ่มสูง ประมาณ 0.5 - 1 เมตร
ใบ : ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามรูปรี กว้าง 2 - 2.5 ซม. ยาว 6 - 8 ซม. ปลายและโคนแหลม
ดอก : สีขาวหรือม่วงอ่อน ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง แต่ละดอกมีใบประดับรูปหัวใจ สีขาวลายเขียว 3 ใบ กลีบดอกเป็นหลอดเล็กปลายแยกเป็น 2 ส่วน
ผล : กลมเล็กเมื่อแก่แตกได้
เมล็ด : -
การกระจายพันธุ์     พบได้ทั่วไปตามภูมิภาคของไทย
การรขยายพันธุ์        ปักชำ ตอนกิ่ง
ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน
ข้อมูลจากภูมิปัญญาไทย : นำไปบูชาพระ
สรรพคุณ
ดับพิษโลหิต สมานแผล แก้ริดสีดวงทวาร ขับปัสสาวะ
วิธีและปริมาณที่ใช้
ดับพิษโลหิต ขับปัสสาวะโดยใช้ทั้งต้น 1 กำมือ หรือประมาณ 10-15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาดในน้ำเดือด 1 ลิตร นานประมาณ 15 นาที กรองเอาน้ำดื่มเช้า-เย็น
ส่วนเหนือดินของตรีชวา  มีสารประกอบพวก Triterpenoid glycosides ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า สารนี้มีคุณสมบัติในการลดรอยแผลเป็น มีฤทธิ์ช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ และลดการอักเสบที่ผิวหนัง
เอกสารอ้างอิง สมภพประธานธุรารักษ์. 2539. อนุกรมวิธานพืชสมุนไพร. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. โอเดียนสโตร์.
ที่มา  www.magnoliathailand.com
www.pharmacy.mahidol.ac.th
www.สมุนไพรไทยไทย.com

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

ว่านงาช้าง สมุนไพรแก้ฝ้า

โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา



ดอกว่านงาช้าง
ว่านงาช้างต้นนี้พิเศษหน่อย ลีลาไม่ธรรมดา อย่าแปลกใจที่เห็นก้านธูปโผล่อยู่ข้างกระถาง แหะๆ  ก็ต้นนี้เค้าแปลกเลยลองดูซะหน่อย
ว่านงาช้างเป็นว่านพื้นๆที่รู้จักกันมานาน เราจะเห็นปลูกกันทิ้งไว้บ้านละกระถาง ขึ้นเบียดดันอัดแน่นไปหมด แต่จริงๆสรรพคุณไม่ธรรมดาเลย แถมยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่ั่สั่งกันเป็นพันๆหมื่นๆกิ่ง
คนโบราณจะปลูกว่านงาช้างติดบ้านไว้ กรณีหญิงหลังคลอดตกเลือดรุนแรง จะตำผสมเหล้าขาวกรอก อาการตกเลือดจะหยุดทันที ตกเลือดหลังคลอดไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถึงแก่ชีวิตกันมามากแล้ว ยิ่งถ้าอยู่ไกลโรงพยาบาลให้เลือดไม่ทัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ว่านงาช้างจึงช่วยชีวิตหญิงหลังคลอดมานักต่อนัก
ในหนังสือกบิลว่านมีการใช้ว่านงาช้างนำมาต้มกินแห้งก็ได้สดก็ได้ ทำให้หน้าใส ฝ้าจะค่อยๆจางหายไป เหมาะจะใช้เป็นสมุนไพรสำหรับผู้หญิงโดยแท้
กรณีเป็นริดสีดวงทวาร ใช้ว่านงาช้าง ดองเหล้า ๒๘ ดีกรี ดื่ม
ปุณณภา  งานสำเร็จ  เรื่อง/ภาพ

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

สมนไพรรักษานิ่วตำรับของพีพบพร

โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา



ทุกรูปยืมมาจากเวปอื่นขอบคุณมาณที่นี่ ขยันๆ จะค้นรู้ตัวเอง อันนี้หญ้าหนวดแมว ทุกคนรู้จักดี เป็นตัวเลือกแรกสำหรับกลุ่มโรคนี้ ข้อห้ามในผู้ป่วยโรคหัวใจ
บานไม่รู้โรยดอกขาวเป็นวัชพืชที่ขึ้นคลุมดินมีอยู่ทั่วไป ใช้กับโรคทางเดินปัสสาวะและโรคภายในของสตรี
หญ้าเอ็นยืดหรือผักกาดน้ำ ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น เป็นสมุนไพรขับปัสสาวะ รักษาเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก

ก้างปลาแดง หมอพื้นบ้านทุกคนรู้จักกันดี
หญ้าพันงูแดง ชาวบ้านเรียกควยงูแดง สมุนไพรสลายนิ่ว
รู้จักกับพี่พบพร ที่เป็นทั้ง อสม.และหมอพื้นบ้านคนหนึ่งของอำเภอห้วยแถลง พี่พบพรเป็นชาวบ้านคนหนึ่งที่แทบจะไม่มีรายได้อะไรเลย มีเงินเดือนอสม.เดือนละ ๖๐๐ บาท กับเงินเดือนผู้สูงอายุอีก ๖๐๐ บาท (จริงๆต้องเรียกป้าหรือยายแต่ติดปากเรียกพี่ไปแล้วเพราะแกดูไม่แก่มากขนาดนั้น ) ถ้าดูจากรายได้ของแกแล้วคงจะนึกสงสัยว่าแกอยู่ได้ยังไง แถมเวลารักษาคนไม่เอาสตางค์อีก แต่แกก็อยู่ของแกได้ เพราะคำสองคำคือ "พอ" กับ "ให้"
พี่พบพรจะชอบเล่าประสบการณ์การใช้สมุนไพรตัวนั้นตัวโน้น ตัวนี้ รักษาโรค โดยไม่หวงวิชา ซึ่งบางอย่างเราก็ทึ่งเพราะไม่มีในตำรา ความรู้ไม่มีวันเรียนจบจริงๆ และความรู้มีอยู่ในทุกคน
ตำรับยารักษานิ่งของพี่พบพร เกิดจากน้องชายของแกเอง ที่เป็นโรคนิ่วในไต ผ่าก็แล้ว สลายนิ่วก็แล้วจนพรุนไปหมด ก็ยังคงงมีอาการอยู่ แกเรียกโรคของน้องชายแกว่า นิ่วช่อหรือนิ่วสาย คือมีหลายอันไม่มีวันหมด
ตำรับยาแกจึงมีหลายขนานมาก ที่ให้กินประจำคือ
ตำรับที่หนึ่ง ใช้หญ้าหนวดแมว ดอกบานไม่รู้โรย และตะปูใหม่ๆ ๑ ตัว ต้มกิน
ตำรับที่๒ ผักกาดน้ำ ๓ ต้น ต้มกิน หนึ่งแก้วสามเวลาก่อนหรือหลังอาหาร
ตำรับที่ ๓ ก้างปลาแดง ๑ กำมือ ต้มกิน หนึ่งแก้วสามเวลาก่อนหรือหลังอาหาร
ตำรับที่ ๔ หญ้าพันงูแดง ๑ กำมือ ต้มกิน หนึ่งแก้ว สามเวลา ก่อนหรือหลังอาหาร
น้องชายของแกปัสสาวะมีนิ่วหลุดออกมาขนาดเมล็ด ฟักทอง
จริงๆสูตรยารักษานิ่วมีมากมายหลายสูตร แต่สูตรนี้เป็นอีกสูตรหนึ่งสำหรับผู้ที่ลองสูตรอื่นมาแล้วแต่ไม่ได้ผล ลางเนื้อชอบลางยา
ส่วนใครที่อยากให้กำลังใจหรือศึกษาเรียนรู้หมอยาหญิงเหล็กนักอนุรักษ์ป่าชุมชนแห่งอำเภอห้วยแถลง และอยากแวะเยี่ยมเยียนกินยำสะเดา อาหารพื้นบ้านอร่อยๆฝีมือพี่พบพร โทรคุยกับแกที่เบอร์ 0837206891

ปุณณภา  งานสำเร็จ  เรื่อง

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

ว่านพญานาคราช ไม้มงคลแห่งยศฐาบรรดาศักดิ์

โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา


ยืมรูปเค้ามาสวยขาดใจเลยอยากเลี้ยงได้แบบนี้บ้าง เฟินนาคราช
รากของเฟินนาคราชจะเลื้อยดูเผินๆเหมือนงู
พญานาคราชเป็นไม้กลุ่มกระบองเพชร เลี้ยงได้สวยขาดใจ ยืมรูปอีกเหมือนกัน มองเผินๆมีสิทธิ์หัวใจวาย เพราะเหมือนงูมาก เราว่าตัวนี้เหมือนนาคที่สุด เพราะเค้ามีครีบ มีเกล็ด สายพันธุ์นี้แหล่ะที่บุรีรัมย์กว้านซื้อกันอยู่
หัวเค้าชูขึ้นเหมือนงูชูคอ ไม่เหมาะจะปลูกสำหรับคนขี้ตกใจ รูปนี้ก้อยืมเค้า

เถางูเขียว พืชตระกูลวนิลา เดินป่าจะตกใจกับตัวนี้เพราะเหมือนงูเขียวมากกกกก รูปนี้ก็ยืมเค้ามา แต่ที่เห็นกับป่าจริงๆ จะเหมือนงูเขียวกว่านี้อีก ต้องหันกลับไปดูหลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่งูจริงๆ
ต้นนี้เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ของเราเองงงงง ค่อยๆกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไป เดี๋ยวจะสวยเหมือนพี่ๆเค้าเอง สู้ๆนะลูกแม่
เราชอบว่านเป็นการส่วนตัวเพราะหลงไหลเวลาอ่านอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของเค้า มันน่าตื่นเต้นพอๆกับไม่น่าเชื่อ ว่านกลุ่มคงกะพัน หนังเหนียว อ่านๆไปจะนึกเห็นภาพนักรบโบราณสักยันต์เต็มตัว ว่านมงคลต่าง ๆ ก็นึกถึงภาพท่านเจ้าคุณเดินผึ่งผายในเรือนไทย ยิ่งมาสนใจเรื่องเครื่องราง มันมีความเกี่ยวพันกับว่านอย่างช่วยไม่ได้ การเปิดร้านขายต้นไม้มีข้อดีคือ ทำให้รู้จักต้นไม้มากขึ้น เรียกได้ว่าเรารู้จักต้นไม้มากกว่าตอนเดินป่าเยอะมาก และทำให้เราจดจำลักษณะต้นไม้ได้แม่นยำมากขึ้น ชนิดที่บางต้นมองแค่หางตาก็รู้ว่าต้นอะไร เมื่อก่อนต้องถามเค้าว่าหนูต้นอะไรลูกก็ไม่เคยมีคำตอบกลับมา
ว่านนาคราช เริ่มเป็นที่สนใจเพราะมีลูกค้ารายหนึ่งโทรถามจากบุรีรัมย์ บอกว่าที่นั่นพวกทหาร ตำรวจคนใหญ่คนโตถามหาล่าซื้อกันมาก นัยว่าช่วยเรื่องยศตำแหน่ง ซื้อขายกันแพงๆ เราเลยไปหามาสะสมไว้ ก็มาปวดหัวกับสายพันธุ์ เพราะตามหนังสือกบิลว่าระบุไว้ ๔ ชนิด ชนิดหนึ่งเหมือนเฟริน ชนิดหนึ่งเหมือนกระบองเพชร ชนิดหนึ่งเหมือนต้นวนิลา และอีกชนิดหนึ่งถ้าจำไม่ผิดเหมือนต้นขมิ้นอันนี้เราจนปัญญาจริงๆ
เราว่าไม้ตัวนี้มีเสน่ห์ ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากที่จะปลูกให้สวย แต่ความสวยเค้าเข้าขั้นใจจะขาดเลยอ่ะ

ปุณณภา  งานสำเร็จ  เรื่อง

ว่านนกยูง กินได้ใบสวย


โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา



ว่านตัวนี้ตกยุคไปแล้วโพสต์ขายไม่เคยมีคนซื้อ ตอนนี้ไม่ขายเก็บไว้ให้แม่เรากิน แม่ชอบมาก ตอนแรกเห็นแม่เก็บหัวอะไรมาไม่รู้บอกว่าจะเอามานึ่งกิน พอถามว่ามันคืออะไรแม่บอกว่าสาคู เราก็งงๆว่าที่บ้านไม่เคยปลูกต้นสาคูทำไมจะมีหัวสาคู แม่บอกว่าไม่รู้ไม่เคยปลูกแต่มั่นใจว่านี่คือหัวสาคู ห้ามก็ไม่ฟังไม่มีต้นสาคูจะเอาหัวสาคูมาจากไหน สุดท้ายหัวสาคู(ที่ไม่เคยปลูก) ก็เข้าไปอยู่ในท้องแม่เราจนหมด มีเราคอยสังเกตอาการอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ ค่อยๆนึกทบทวนว่ามันมีหัวสาคูมาจากไหน สุดท้ายถึงบางอ้อ ตรงนี้เคยปลูกว่านไว้มันแผ่ออกมากมาย เรียกว่า ว่านนกยูง เป็นว่านโบราณ ชื่อเรียกอีกชื่อคือสาคูลาย ใบสวย เป็นว่านมงคล หัวกินได้ ไม่ปลูกไม่ได้แว้ววว

ปุณรภา  งานสำเร็จ  เรื่อง/ภาพ

ทองพันชั่ง สมุนไพรแก้มะเร็ง


โดย ปุณณภา  งานสำเร็จ
ศูนย์ศึกษารวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย  จังหวัดนครราชสีมา






อย่างที่บอกว่าชื่อสมุนไพรที่คนโบราณตั้งเอาไว้ ซ่อนรหัสมหัศจรรย์ ชื่อทองพันชั่งคงไม่ต้องบอกถึงมูลค่ามหาศาลของไม้ต้นนี้ ใช้เดียวก็ได้เข้าตำรับก็ได้ รักษาได้สารพัดโรค ใครป่วยเป็นไรลองหาข้อมูลดู ต้นนี้แนะนำให้ปลูกไว้เลย เป็นไม้ประดับออกดอกสวยสะพรั่งอีกต่างหาก ขยายพันธุ์ง่ายมาก หักๆเอามาเสียบๆ รดน้ำบ้างไม่รดบ้างเค้าไม่เคยงอแงเรื่องมาก หามาปลูกกันเถอะค่ะ น่าเสียดายที่กระทรวงสาธารณสุขนำมาเผยแพร่สรรพคุณแค่แก้กลากเกลื้อน ถือเป็นการลดเกรดเค้าอย่างเสียหายจริงๆ
ตำรับยาแก้ไขข้ออักเสบ
ใบทองพันชั่งต้มกับน้ำฝนดื่มแก้ไขข้ออักเสบ
ตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง
ใบทองพันชั่งตากแห้งชงดื่มต่างชา ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและโลหิตจาง
ตำรับยาแก้กระดูกทับเส้น
โด่ไม่รู้ล้มใช้เฉพาะส่วนเหนือดิน
ทองพันชั่งเอาเฉพาะกิ่งก้านไม้เอาใบ
เถาโคคลาน
ตัวยาทั้งสามต้มน้ำกิน
การขยายพันธุ์  ไม้ตัวนี้ขยายพันธุ์โคตะระง่าย  หักกิ่งแก่ๆม่ปักๆ รดน้ำ  แค่นี้ก็ติดแล้ว  แถวบ้านเราที่ชัยภูมิชาวบ้านปลูกไว้ไหว้พระ
ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ทองพันชั่งรักษาโรคเอดส์

ทองพันชั่ง..สมุนไพรแก้มะเร็ง...เอดส์



วันก่อนมีลูกค้ามาเล่าให้ฟังว่าลูกป่วยเป็นเอดส์ ตัวเเกเองก็กลุ้มใจมากหมอแผนปัจจุบันรักษาไม่ได้แล้ว ตามตัวมีตุ่มเม็ดขึ้นเยอะมาก เมื่อหมดหนทางในการรักษาเค้าจึงพาลูกกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อมาตายที่บ้าน อาการหนักมากกินอะไรไม่ได้เลย เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีแรง นอนรอความตายอย่างเดียว ตัวแกก็ไม่รู้ว่าจะช่วยลูกได้อย่างไร นั่งร้องไห้ทุกวัน...มีอยู่วันหนึ่งแกก็มานั่งตรงบันไดหน้าบ้านแล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นทองพันชั่งที่ขึ้นอยู่ริมรั้ว นึกถึงคำพูดของคนสมัยก่อนที่ว่าสมุนไพรไทยสามารถรักษาได้หลายโรคแกก็เลยนำต้นทองพันชั่งมาต้มแล้วนำน้ำไปกรอกใส่ปากลูก กรอกทุกวัน แม้ว่าจะกรอกได้ยากมากแต่แกก็พยายามกรอกให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นไม่กี่วัน...แกก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะลูกแกบอกแกว่า..แม่หนูหิว ขอกินข้าวหน่อย...ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แม้แต่น้ำก็แทบจะไม่กิน..เมื่อแกได้ยินดังนั้นแกก็รีบไปต้มข้าวมาให้ลูกกิน หลังจากนั้นแกก็ต้มทองพันช่างให้ลูกกินทุกวัน...ปัจจุบันนี้ลูกแกสามารถกินข้าวได้ปกติ เม็ดตุ่มตามตัวเริ่มหายไป น้ำเหลืองดีขึ้น สามารถเดินได้ตามปกติ อาการโดยรวมดีขึ้นมาก...(เรื่องข้างต้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ได้รับฟังมา..ดังนั้นผู้ป่วยควรศึกษาหรือปรึกษากับผู้ที่มีความรู้อีกทีหนึ่ง เนื่องจากสมุนไพรบางตัวอาจจะถูกกับโรคหนึ่ง แต่อาจจะไม่ถูกกับอีกโรคหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นหลายๆโรคควรศึกษาสรรพคุณให้ดีก่อนจะใช้)
เมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าวก็เลยไปค้นสรรพคุณของทองพันชั่งดูว่าสามารถช่วยรักษาเอดส์ได้อย่างไร...แต่ก็ไม่เจอเกี่ยวกับสรรพคุณทางการรักษาเกี่ยวกับโรคเอดส์โดยตรง เจอแต่งานวิจัยสรรพคุณทางการรักษาของโรคมะเร็ง...แต่หลังจากดูสรรพคุณของทองพันชั่งแล้วคิดว่าน่าจะครอบคลุมได้กว้างสำหรับการรักษาโรคที่มีอาการแสดงออกทางผิวหนัง หรือผู้ป่วยที่มีน้ำเหลืองไม่ดี ... ซึ่งหากมีการทำวิจัยเพื่อศึกษาน่าจะช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ได้อีกทางหนึ่ง...นอกจากทองพันชั่งแล้วบอระเพ็ดก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยรักษามะเร็งกับเอดส์ได้

...บอระเพ็ด พบว่า มีสารออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดยับยั้งเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเชื้อเอชไอวี 1 (โรคเอดส์) เพิ่มแรงบีบตัวกล้ามเนื้อหัวใจ โดยไม่เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งมีผลดีต่อหัวใจ และสามารถทราบวิธีที่วิเคราะห์สารออกฤทธิ์เหล่านี้ เพื่อควบคุมคุณภาพของบอระเพ็ดในการใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเอดส์

ทองพันชั่ง



ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz
ชื่อพ้อง : R. communis Nees

ชื่อสามัญ : White crane flower

วงศ์ : ACANTHACEAE

ชื่ออื่น : ทองคันชั่ง หญ้ามันไก่ (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ส่วนโคนต้นเนื้อไม้เป็นแกนแข็ง ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลมเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผล เป็นฝักเล็ก พอแห้งแตกออกได้
ส่วนที่ใช้ : ราก ทั้งต้น ต้น ใบ

สรรพคุณ :


ราก - แก้กลากเกลื้อน รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง ดับพิษไข้ แก้พิษงู แก้พยาธิวงแหวนตาผิวหนัง

ทั้งต้น - รักษาโรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน รักษามะเร็ง คุดทะราด ขับพยาธิตามผิวหนัง ตามบาดแผล แก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม แก้ปัสสาวะผิดปกติ

ต้น - บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ รักษาโรคผมร่วง

ใบ - ดับพิษไข้ แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน แก้โรคไขข้ออักเสบ รักษาโรคผิวหนัง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ผมร่วง บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ แก้ปวดฝี แก้พิษงู ถอนพิษ แก้อักเสบ แก้โรคมุตกิต รักษาโรคพยาธิวงแหวนตามผิวหนัง
นอกจากนี้ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ รักษาโรคต่อไปนี้คือ


ราก - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด กระเพาะลำไส้ มะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กระษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับพิการ รักษาโรครูมาติซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆ ขับปัสสาวะ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค

ทั้งต้น - รักษาโรคผิวหนัง คุดทะราด แก้เม็ดผื่นคัน

ต้น - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตามร่างกาย มะเร็งลำไส้ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง

ใบ - แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดหัวตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะตอย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ใจระส่ำระสาย แก้คลุ้มคลั่ง แก้สารพัดพิษ
นอกจากนี้ในตำราบางเล่ม ยังได้กล่าวถึงสรรพคุณทองพันชั่ง โดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
- รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
- แก้เคล็ดขัดยอกชายโครง มือเคล็ด คอเคล็ด แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งภายในและภายนอก


วิธีและปริมาณที่ใช้ :

ใช้รับประทานเป็นยาภายใน รักษาโรคมะเร็ง และวัณโรคระยะเริ่มแรก
1. ใช้ทั้งต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ จำนวนท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
2. ใช้ก้านและใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำดื่ม รักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก


ใช้เป็นยาภายนอก แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อนและผื่นคันอื่นๆ
1. ใช้ใบสด 5-8 ใบ หรือ รากสด 2-3 ราก
ใบสดตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน หรือเอารากมาป่น แช่เหล้าไว้ 1 สัปดาห์ กรองเอาน้ำยาที่แช่มาทา ทาบ่อยๆ จนกว่าจะหาย
2. ใช้ใบสดตำผสมน้ำมันดิบ หรือ แอลกอฮอล์ 75% ทาบริเวณที่เป็น


สารเคมี - Rhinacathin, Oxymethylanthra quinone, Quinone, Rutin (quercetin - 3 - rutinoside)

ข้อควรระวังคือ ห้ามผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ โรคหืด โรคความดันต่ำ โรคมะเร็งในเม็ดเลือด รับประทาน

ข้อมูล.. http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/

http://thaiherbsbeauty.igetweb.com/index.php?mo=3&art=311607



เพิ่มเติม...

ทองพันชั่ง" ช่วยยับยั้งมะเร็ง ฝีมือนักวิจัย มก.



ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


"มะเร็ง" ในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้คนไป ทั้งนี้มะเร็งที่เกิดกับเพศหญิงโดยมากแล้วในปัจจุบันมักจะเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก อย่างไรก็ตามบรรดานักวิจัยจากหลากหลายที่ต่างพยายามเสาะหาตัวยาเพื่อยับยั้งและรักษาผู้ป่วยจากโรคมะเร็ง



ล่าสุด นักวิจัยภาควิชาเคมี ม.เกษตรฯ ร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้สังเคราะห์สารอนุพันธ์แนพโทควิโนนเอสเทอร์ จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง และสารดังกล่าวมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้สำเร็จ


ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.งามผ่อง คงคาทิพย์ หนึ่งในทีมวิจัยและ รองศาสตราจารย์ ดร. บุญส่ง คงคาทิพย์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยถึงผลสำเร็จในการวิจัยสังเคราะห์สารอนุพันธ์ "แนพโทควิโนนเอสเทอร์" ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง


โดย รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวว่า ทางภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและเคมีอินทรีย์สังเคราะห์แนพโทควิโนนเอสเทอร์


โดยพบว่า สารประกอบประเภท "แนพโทควิโนนเอสเทอร์" เป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ที่แยกได้จากต้นทองพันชั่ง ซึ่งแพทย์แผนโบราณ ได้ใช้ทองพันชั่งในการรักษาโรคมะเร็ง โรคตับอักเสบ โรคผิวหนัง มาโดยตลอด


อย่างไรก็ตาม สารประกอบประเภทนี้พบจากต้นทองพันชั่งในปริมาณน้อยมาก และการที่จะนำทองพันชั่งไปใช้พัฒนารักษาโรคมะเร็ง ต้องศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างโครงสร้างกับการออกฤทธิ์และหาสารใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งที่ดีกว่ายาปัจจุบัน

ต้นทองพันชั่ง


ดังนั้นทีมวิจัย จึงได้ทำการ สังเคราะห์สารอนุพันธ์แนพโทควิโนนเอสเทอร์ รวมทั้งไรนาแคนทิน จากแนพทอลและอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก โดยเอสเทอร์ ที่สังเคราะห์ได้นั้นเป็นอนุพันธ์ของโซ่ตรงอะลิฟาติกและอะโรมาติก จากการทดสอบการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกนั้น พบว่าในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติกจะให้ผลการออกฤทธิ์ ที่ดีกว่าในส่วนของเอสเทอร์ ที่เป็นอนุพันธ์ของโซ่ตรงอะลิฟาติก ซึ่งจะไม่ออกฤทธิ์หรือออกฤทธิ์เล็กน้อยถึงปานกลาง ในขณะนี้ทีมวิจัยได้พบสารใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ยับยั้ง เซลล์มะเร็งได้ถึง 35 ชนิด


"ผลการทดลองพบว่า สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ สามารถสังเคราะห์ได้จากปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่นระหว่างสารประกอบ แนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ กับสารอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก ในส่วนของสารประกอบแนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ก็สามารถเตรียมได้ โดยเริ่มต้น จากสารตั้งต้น คือ กรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก โดยผ่านปฏิกิริยาทั้งหมด 9 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะได้เปอร์เซ็นต์ ของผลิตผลสูง" รศ.ดร.งามผ่อง กล่าว


รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการสังเคราะห์สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ จาก สารตั้งต้นกรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก นั้นทำได้โดยการเตรียม เป็นสารประกอบแนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ก่อน หลังจากนั้นนำสารประกอบนี้ไปทำปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น กับอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก ทั้งที่เป็นอะโรมาติก และอะลิฟาติก ได้สารประกอบที่เป็นผลิตผลทั้งสิ้น 60 สาร


โดยแต่ละขั้นตอนการสังเคราะห์จะได้เปอร์เซ็นต์การผลิตสูง (71-100%) และเมื่อนำไปทดสอบการออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็ง 3 ชนิดคือ มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก พบว่า ในสารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ที่มีส่วนของเอสเทอร์เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติก จะให้ผลการออกฤทธิ์ดีกว่า ในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของโซ่อะลิฟาติก ดังกล่าวนั่นเอง
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
 ตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งของนายแพทย์นพรัตน์ บุณยเลิศ
  1. ยารักษามะเร็งปอด
    <> </>



ส่วนประกอบสำคัญ :
  1. ทองพันชั่งทั้งต้นแห้ง 60 g
  2. ข้าวเย็นเหนือ 30 g
  3. ข้าวเย็นใต้ 30 g
  4. ตังกุยจี้ (เมล็ดดำเล็กๆ) 30 g
  5. รากชะเอม 10 g
  6. พูคาวทั้งต้นแห้ง 60 g
  7. กะเม็งตัวเมียทั้งต้นแห้ง 60g (ดอกสีขาวเล็กๆ)
วิธีเตรียม : นำส่วนประกอบมาสับรวมกัน ต้มกับน้ำพอท่วม
                                     วิธีใช้ : ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร 3 เวลา
สูตรที่ 1 ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิด
สูตรนี้ประกอบด้วยสมุนไพรจำนวน 11 ชนิด นำมาต้มรวมกัน โดยมีปริมาณของสมุนไพรแต่ละชนิดดังนี้
1. หัวร้อยรู หนัก 50 กรัม
2. ไม้สักหิน หนัก 50 กรัม
3. ข้าวเย็นเหนือ หนัก 200 กรัม
4. โกฐจุฬา หนัก 50 กรัม (ใช้ทั้งต้น)
5. ข้าวเย็นใต้ หนัก 200 กรัม
6. โกฐเชียง หนัก 50 กรัม
7. กำแพงเจ็ดชั้น หนัก 50 กรัม
8. เหงือกปลาหมอ หนัก 200 กรัม
9. ผีหมอบ หนัก 100 กรัม
10. หญ้าหนวดแมว หนัก 50 กรัม
11. ทองพันชั่ง หนัก 200 กรัม (ใช้ทั้งต้น)

ปุณณภา  งานสำเร็จ  เรื่อง/ภาพ