ถ้ามีบางสิ่งที่ทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น
แม้ต้องแลกด้วยบางสิ่งมันก็คุ้มค่าที่ได้มา
เมล็ดพันธุ์พืชเล็กๆชายป่าดงดิบที่คนไม่ค่อยรู้จัก ที่คืนชีวิตให้แก่ผู้คนมากมายได้กลับมามีชีวิตและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าอีกครั้ง
โรคอัมพฤกอัมพาต ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ทำให้คนสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างปกติไปตลอดกาล
ความเจ็บป่วยของบุคคลอันเป็นที่รักเพียงคนเดียวในบ้าน คือความทุกข์ทรมานของคนทั้งครอบครัว
ถ้าเพียงแต่การเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของหรือการก้าวเดินสักก้าว กลายเป็นความยากลำบากของคนๆหนึ่ง
การกลับไปทำสิ่งนั้นได้อีกครั้งแม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีค่ามากมายมหาศาลยิ่งนัก
ว่านขันหมากเศรษฐี ทำให้คนหลายๆคนกลับไปมีชีวิตได้อีกครั้ง
ใครมีโอกาสไปหาเดินตามชายป่าดงดิบลองหัดมองหาและคุณจะมองเห็น
กินลูกสุกก่อนอาหารเช้าวันละ 1 เมล็ด เห็นผลใน 1 เดือนแรก
จุดที่ดีที่สุดคือ สมุนไพรตัวนี้ไม่ไล่เส้นให้ผู้ป่วยต้องทรมานจากความเจ็บปวดจนทนไม่ไหว
ข้อเสียคือแม่งโคตรหายาก ออกลูกยาก ใช้เวลารอลูกสุกนานเกือบสามปี มีเงินก็ใช่ว่าจะหามากินได้ง่ายๆ
แล้วลูกสดเคี้ยวไม่ได้มันคันคอ ต้องกลืนทั้งลูก คนที่มีปัญหาเรื่องการย่อยและดูดซืมมันอาจออกมาเป็นลูกๆเหมือนเดิม ถึงแนะนำให้กินตอนท้องว่าง อยากเคี้ยวต้องแช่น้ำผึ้ง 3-6เดือน อย่าลืมเอียงขวดหรือกระปุกที่แช่ไปมาให้น้ำผึ้งได้สัมผัสกับเมล็ดว่านที่ลอบอยู่ด้านบนทุกวันเพื่อไม่ให้ลูกที่ลอยอยู่ด้านบนขึ้นรา และเมื่อน้ำผึ้งเริ่มไม่เหนียวจากการที่ว่านคายน้ำออกมา ให้เปลี่ยนน้ำผึ้งใหม่เทน้ำผึ้งเก่าเก็บไว้กิน ไม่งั้นมันตะกลายเป็นไวน์หรือน้ำส้มเป็นอันว่าจบกัน แช่ได้ที่เคี้ยวกินได้ทั้งลูก
ก็เพราะมันยุ่งยากอย่างนี้คนถึงเลือกตากแห้งและบดใส่แคซูลง่ายกว่าไม่ต้องมาเสียเวลาพิรี้พิไรทุกวัน
แต่ข้อเสียของการตากแห้ง บดและใส่แคปซูลคือ
1. ระวังเรื่องการขึ้นราและปลอมปน ถ้าสมุนไพรยังเหลือความชื้นมันย่อมขึ้นราแน่ ถ้าของแพงหายาก รู้ไงว่าจะไม่ได้ของแถม
2. คุณภาพของแคปซูล
3 คุณภาพของน้ำย่อยเราที่จะสะลายแคปซูลและดูดซึมตัวยา
จากประสบการณ์ของคนใกล้ตัว ยังไงก็ดีขึแน่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ต้องลองดู
กินลูกสุกจัดสีแดงดีที่สุด
ปุณณภา งานสำเร็จ
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
กำหนดการสัมมนา การใช้สมุนไพร และการแพทย์แผนไทยสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดย ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
เกือบยี่สิบปีที่สั่งสมเพาะบ่มประสบการณ์ศึกษารวบรวมความรู้และสะสมสายพันธุ์พืชสมุนไพร เดินป่า ศึกษาตำราโบราณ สัมภาษณ์หมอพื้นบ้าน รวบรวมข้อมูลการใช้ยาสมุนไพรจากผู้คนที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่สนใจ หลักสูตร 2 วัน 3,500 บาท
กำหนดการสัมมนา การใช้สมุนไพร และการแพทย์แผนไทยสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
โดย ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ประจำเดือน พฤศจิกายน 2558
ณ ห้องประชุมศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
———————————
วันที่ 1
08.00 – 08.30 น. - ลงทะเบียน
08.30 –12.00 น. – หลักเภสัชกรรมไทย การเตรียมยาสมุนไพร และธาตุเจ้าเรือน
– ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและสูตรตำรับยา
เช่น ยาอายุวัฒนะ ยาบำรุงกำลัง สมุนไพรที่ใช้ลดไขมันในเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ฯลฯ
– ศึกษาต้นพันธุ์สมุนไพร(ต้นจริง)พร้อมสรรพคุณกว่า100ชนิด
12.00 – 13.00 น. – พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.0 0– 16.30 น. – การสกัดและแปรรูปสมุนไพรเพื่อทำผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น
ยาหม่อง น้ำมันเหลือง น้ำมันนวดตัว
– สาธิตการทำยาหม่องสมุนไพร น้ำมันนวดสมุนไพรสูตรว่าน108
น้ำมันเหลือง พิมเสนน้ำ
วันที่ 2
09.00 – 12.00 น. – กดจุดหยุดโรค
- ฤาษีดัดตน ชี่กง โยคะ ปรับสมดุลกายใจ ห่างไกลโรค
– EFT เทคนิตการบำบัดด้วยการเคาะจุดลมปราณ
12.00– 13.00 น. – พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.30 น. – การสกัดและแปรรูปสมุนไพรเพื่อทำผลิตภัณฑ์สุขภาพ
– สาธิตการทำสบู่สมุนไพรสูตรแก้สิวฝ้า หน้าขาวใส ตึงกระชับ
– สาธิตการทำครีมสมุนไพรปิดผมขาว
- การจดแจ้งอย. ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
– สมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ สมุนไพรในตลาดโลก
วิทยากร อ.ปุณณภา งานสำเร็จ ( อ.โอ่ง) ผู้เขียนบล็อก Thaiforestherbs
ค่าลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร : ท่านละ 3,500 บาท ( ราคานี้รวมค่าหนังสือสมุนไพร 108 ,เอกสารการสอน,วัสดุอุปกรณ์. ค่าอาหารว่าง-เครื่องดื่ม,อาหารกลางวัน และที่พัก)
มีพันธุ์พืชสมุนไพรหายากให้สั่งและจำหน่ายตลอดงานกว่า 300 ชนิด
พิเศษ จองก่อนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 เพียง 3,000 บาท
สมัครพร้อมกัน 2 คนข้นไป ได้รับส่วนลด 500 บาท
สมัครหลักสูตรนี้ ได้รับส่วนลดหลักสูตรอื่น 10 เปอร์เซ็นทุกหลักสูตร
เปิดอบรม 3 รุ่น
รุ่นที่ 1 วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 58
รุ่นที่ 2 วันที่ 21-22 พฤศจิกายน 58
รุ่นที่ 3 วันที่ 28-29 พฤศจิกายน 58
หลักสูตรที่จะเปิดสอนในปี 2559
- การเพราะพันธุ์พืชสมุนไพรเพื่อการค้า 1 วัน 1,500 บาท
- เปิดร้านขายต้นไม้ออนไลน์ ง่ายนิดเดียว 2 วัน 8,000 บาท
- การทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสมุนไพร 2 วัน 5,000 บาท
- การทำเครื่องดื่มสมุนไพรบรรจุขวดและชาชงสมุนไพรบรรจุซอง 1 วัน 3,500 บาท
- นวดกระชับหน้าเรียว กัวซาหน้าใส การเปิดร้านและเดลิเวอร์รี่ 25,000 บาท 3 วัน
- กัวซาหน้าเด้ง 1 วัน 2,000 บาท
- นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 2 วัน 3,500 บาท
- เดินป่าศึกษาสมุนไพร และการทำสวนสมุนไพร 2 วัน 2,000 บาท
ฯลฯ
เตรียมตัวให้พร้อมสู่โลกยุคออนไลน์ กระแสสมุนไพรเพื่อสุขภาพ การพัฒนาต่อยอดสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย เพิ่มมูลค่าจากพืชสมุนไพรที่มีอยู่รอบตัวเรา สัมผัสต้นจริงของสมุนไพรกว่าสามร้อยชนิด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 082-151-5014
ID Line varakhonherbs
กำหนดการสัมมนา การใช้สมุนไพร และการแพทย์แผนไทยสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
โดย ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ประจำเดือน พฤศจิกายน 2558
ณ ห้องประชุมศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
———————————
วันที่ 1
08.00 – 08.30 น. - ลงทะเบียน
08.30 –12.00 น. – หลักเภสัชกรรมไทย การเตรียมยาสมุนไพร และธาตุเจ้าเรือน
– ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและสูตรตำรับยา
เช่น ยาอายุวัฒนะ ยาบำรุงกำลัง สมุนไพรที่ใช้ลดไขมันในเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ฯลฯ
– ศึกษาต้นพันธุ์สมุนไพร(ต้นจริง)พร้อมสรรพคุณกว่า100ชนิด
12.00 – 13.00 น. – พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.0 0– 16.30 น. – การสกัดและแปรรูปสมุนไพรเพื่อทำผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น
ยาหม่อง น้ำมันเหลือง น้ำมันนวดตัว
– สาธิตการทำยาหม่องสมุนไพร น้ำมันนวดสมุนไพรสูตรว่าน108
น้ำมันเหลือง พิมเสนน้ำ
วันที่ 2
09.00 – 12.00 น. – กดจุดหยุดโรค
- ฤาษีดัดตน ชี่กง โยคะ ปรับสมดุลกายใจ ห่างไกลโรค
– EFT เทคนิตการบำบัดด้วยการเคาะจุดลมปราณ
12.00– 13.00 น. – พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 16.30 น. – การสกัดและแปรรูปสมุนไพรเพื่อทำผลิตภัณฑ์สุขภาพ
– สาธิตการทำสบู่สมุนไพรสูตรแก้สิวฝ้า หน้าขาวใส ตึงกระชับ
– สาธิตการทำครีมสมุนไพรปิดผมขาว
- การจดแจ้งอย. ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
– สมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ สมุนไพรในตลาดโลก
วิทยากร อ.ปุณณภา งานสำเร็จ ( อ.โอ่ง) ผู้เขียนบล็อก Thaiforestherbs
ค่าลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร : ท่านละ 3,500 บาท ( ราคานี้รวมค่าหนังสือสมุนไพร 108 ,เอกสารการสอน,วัสดุอุปกรณ์. ค่าอาหารว่าง-เครื่องดื่ม,อาหารกลางวัน และที่พัก)
มีพันธุ์พืชสมุนไพรหายากให้สั่งและจำหน่ายตลอดงานกว่า 300 ชนิด
พิเศษ จองก่อนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 เพียง 3,000 บาท
สมัครพร้อมกัน 2 คนข้นไป ได้รับส่วนลด 500 บาท
สมัครหลักสูตรนี้ ได้รับส่วนลดหลักสูตรอื่น 10 เปอร์เซ็นทุกหลักสูตร
เปิดอบรม 3 รุ่น
รุ่นที่ 1 วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 58
รุ่นที่ 2 วันที่ 21-22 พฤศจิกายน 58
รุ่นที่ 3 วันที่ 28-29 พฤศจิกายน 58
หลักสูตรที่จะเปิดสอนในปี 2559
- การเพราะพันธุ์พืชสมุนไพรเพื่อการค้า 1 วัน 1,500 บาท
- เปิดร้านขายต้นไม้ออนไลน์ ง่ายนิดเดียว 2 วัน 8,000 บาท
- การทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสมุนไพร 2 วัน 5,000 บาท
- การทำเครื่องดื่มสมุนไพรบรรจุขวดและชาชงสมุนไพรบรรจุซอง 1 วัน 3,500 บาท
- นวดกระชับหน้าเรียว กัวซาหน้าใส การเปิดร้านและเดลิเวอร์รี่ 25,000 บาท 3 วัน
- กัวซาหน้าเด้ง 1 วัน 2,000 บาท
- นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 2 วัน 3,500 บาท
- เดินป่าศึกษาสมุนไพร และการทำสวนสมุนไพร 2 วัน 2,000 บาท
ฯลฯ
เตรียมตัวให้พร้อมสู่โลกยุคออนไลน์ กระแสสมุนไพรเพื่อสุขภาพ การพัฒนาต่อยอดสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย เพิ่มมูลค่าจากพืชสมุนไพรที่มีอยู่รอบตัวเรา สัมผัสต้นจริงของสมุนไพรกว่าสามร้อยชนิด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 082-151-5014
ID Line varakhonherbs
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558
ว่านมหากาฬ สมุนไพรแก้ฝี พิษแมลงสัตว์กัดต่อย สะเก็ดเงิน
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ว่านมหากาฬ
คนโบราณมีคำพูดคำหนึ่งเวลาได้สูตรยาสมุนไพรมา คือคำว่า "ลองยา" หมายถึง พอรู้สูตรนั้น จะมีเหตุการณ์การเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัวให้ได้ลองสูตรตำรับยานั้นๆ โดยเฉพาะวิชาประสานกระดูกนี่ เล่ากันว่าใครเรียนมาจะต้องมีเหตุให้ตัวเองหรือคนในครอบครัวกระดูกหักเพื่อลองยาแน่นอน เพราะฉะนั้น การเรียนรู้สูตรตำรับยาตามโบราณ ถามผู้ถ่ายทอดสักนิดว่า สูตรนี้ลองยาไหม กันเหนียว
เข้าเรื่องกันเลย เมื่อวาน(27กพ.58)
ประกาศทำสูตรสบู่สมุนไพรว่านมหากาฬ-แปะตำปึง ตอนบ่ายใส่รองเท้าจะไปสวนอีกรอบ ปวดแป๊บออกร้อนอย่างรุนแรงที่หลังเท้า แตนเจ้ากรรมเกาะอยู่ในรองเท้าเล่นงานเราซะแล้ว แม่เจ้าาาามันปวดแสบปวดร้อนมาก ว่าจะทำไม่รู้ไม่ชี้แต่มันไม่ไหวจริงๆ หันรีหันขวางนึกไม่ออกจะใช้อะไรดี เข้าทำนองผงเข้าตาเขี่ยไม่ออก มองหาผู้ก่อการ เจอแตนตัวดีเกาะอยู่บนใบว่านมหากาฬ ไม่รอช้า เด็ดใบว่านมหากาฬมาหนึ่งใบขยี้จนเป็นน้ำทาทั้งน้ำทั้งเนื้อบริเวณที่เป็นใบแรกยังไม่รู้สึก รึทาไม่ถูกตรงที่ต่อย ขยี้ใบที่สองทาใหม่ เพราะมันออกร้อนมว๊ากกกกไปไหนไม่เป็นแล้ว ไม่ถึง 5 วิ มันหายปวดแสบปวดร้อนเฉยเลย เหลือแต่อาการตุบๆ บันทึกไว้เป็นวิทยาทาน
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ว่านมหากาฬ
คนโบราณมีคำพูดคำหนึ่งเวลาได้สูตรยาสมุนไพรมา คือคำว่า "ลองยา" หมายถึง พอรู้สูตรนั้น จะมีเหตุการณ์การเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัวให้ได้ลองสูตรตำรับยานั้นๆ โดยเฉพาะวิชาประสานกระดูกนี่ เล่ากันว่าใครเรียนมาจะต้องมีเหตุให้ตัวเองหรือคนในครอบครัวกระดูกหักเพื่อลองยาแน่นอน เพราะฉะนั้น การเรียนรู้สูตรตำรับยาตามโบราณ ถามผู้ถ่ายทอดสักนิดว่า สูตรนี้ลองยาไหม กันเหนียว
เข้าเรื่องกันเลย เมื่อวาน(27กพ.58)
ประกาศทำสูตรสบู่สมุนไพรว่านมหากาฬ-แปะตำปึง ตอนบ่ายใส่รองเท้าจะไปสวนอีกรอบ ปวดแป๊บออกร้อนอย่างรุนแรงที่หลังเท้า แตนเจ้ากรรมเกาะอยู่ในรองเท้าเล่นงานเราซะแล้ว แม่เจ้าาาามันปวดแสบปวดร้อนมาก ว่าจะทำไม่รู้ไม่ชี้แต่มันไม่ไหวจริงๆ หันรีหันขวางนึกไม่ออกจะใช้อะไรดี เข้าทำนองผงเข้าตาเขี่ยไม่ออก มองหาผู้ก่อการ เจอแตนตัวดีเกาะอยู่บนใบว่านมหากาฬ ไม่รอช้า เด็ดใบว่านมหากาฬมาหนึ่งใบขยี้จนเป็นน้ำทาทั้งน้ำทั้งเนื้อบริเวณที่เป็นใบแรกยังไม่รู้สึก รึทาไม่ถูกตรงที่ต่อย ขยี้ใบที่สองทาใหม่ เพราะมันออกร้อนมว๊ากกกกไปไหนไม่เป็นแล้ว ไม่ถึง 5 วิ มันหายปวดแสบปวดร้อนเฉยเลย เหลือแต่อาการตุบๆ บันทึกไว้เป็นวิทยาทาน
ส้มป่อย ไม้มงคลล้างพิษล้างอาถรรพ์
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ส้มป่อย ไม้มงคลล้างพิษล้างอาถรรพ์
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ส้มป่อย ไม้มงคลล้างพิษล้างอาถรรพ์
สมุนไพรมงคล ขับพ้นสิ่งชั่วร้าย
ที่ชัยภูมิเกษตรกรนิยมฉีดยาฆ่ายาใช้สารเคมีกันมาก มีคนไข้ที่แพ้พิษสารเคมียาฆ่าหญ้า แขนขาหมดกำลัง ต้มกิ่่งส้มป่อยกินล้างพิษหายจากอาการแพ้พิษ
คนไทยใหญ่ใช้ฝักส้มป่อยในพิธีกรรมหลายอย่างโดยเฉพาะงานสะเดาะเคราะห์ เพราะเชื่อว่าส้มป่อยเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัดปลดปล่อยความโชคร้ายเคราะห์กรรมความอัปมงคลให้หลุดพ้นจากชีวิต ถ้าคนไหนไม่สบายใจไม่สบายตัวเจ็บไข้ เขาจะเอาส้มป่อยมาต้มอาบหรือล้างหัวล้างหน้า ถ้าไปดูดวงแล้วดวงตกหรือโชคไม่ค่อยดีเขาก็จะอาบน้ำส้มป่อย ถ้าเจอผีก็อาบส้มป่อย พิธีรดน้ำมนต์ส่วนมากก็ใช้น้ำฝักส้มป่อย รวมทั้งในงานมงคลเช่นงานบวชลูกแก้ว (บวชพระหรือเณร) น้ำส้มป่อยก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการชำระล้างเนื้อตัวให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ส่วนใหญ่แล้วไทยใหญ่เรียกส้มป่อยว่า หมากขอน หรือ หม่าหัน
คนไทยใหญ่ใช้ฝักส้มป่อยในพิธีกรรมหลายอย่างโดยเฉพาะงานสะเดาะเคราะห์ เพราะเชื่อว่าส้มป่อยเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัดปลดปล่อยความโชคร้ายเคราะห์กรรมความอัปมงคลให้หลุดพ้นจากชีวิต ถ้าคนไหนไม่สบายใจไม่สบายตัวเจ็บไข้ เขาจะเอาส้มป่อยมาต้มอาบหรือล้างหัวล้างหน้า ถ้าไปดูดวงแล้วดวงตกหรือโชคไม่ค่อยดีเขาก็จะอาบน้ำส้มป่อย ถ้าเจอผีก็อาบส้มป่อย พิธีรดน้ำมนต์ส่วนมากก็ใช้น้ำฝักส้มป่อย รวมทั้งในงานมงคลเช่นงานบวชลูกแก้ว (บวชพระหรือเณร) น้ำส้มป่อยก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการชำระล้างเนื้อตัวให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ส่วนใหญ่แล้วไทยใหญ่เรียกส้มป่อยว่า หมากขอน หรือ หม่าหัน
หม่าหัน…ตำนานแม่นากภาคไทยใหญ่
มีนิทานพื้นบ้านที่เกี่ยวกับหม่าหันว่า กาลครั้งหนึ่งมีผัวเมียข้าวใหม่ปลามันคู่หนึ่ง ตั้งบ้านเรือนอยู่ท้ายหมู่บ้าน ผัวต้องออกตระเวนไปค้าขายต่างถิ่นในขณะที่เมียกำลังตั้งท้อง ต่อมาเมียก็คลอดลูกตาย ในขณะที่เพื่อนบ้านจะเคลื่อนย้ายศพของเมียไปฝังที่ป่าช้านั้น ร่างคนตายก็ร่วงลงมาตรงบันไดบ้าน ตามธรรมเนียมชาวไทยใหญ่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หมายถึงผู้ตายไม่อยากไปป่าช้า ชาวบ้านจึงนำศพฝังไว้ที่บ้าน เมื่อผัวกลับมาเป็นช่วงเวลากลางคืนก็พบเมียหุงหาสำรับกับข้าวไว้รอท่า ก็อยู่กินกันตามปกติ
รุ่งขึ้นผัวออกไปพบชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เพื่อนบ้านก็บอกว่าเมียแกคลอดลูกตาย แต่ชายหนุ่มหาเชื่อไม่ ปฏิเสธว่าไม่จริงก็ยังอยู่กินกันตามปกติ แต่เมื่อไปพบใครๆ ก็บอกเช่นนั้น จึงเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้าง วันหนึ่งหลังกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อย ผัวทำตะบันหมากตกลงไปใต้ถุนบ้านตั้งใจจะลงไปเก็บ เมียก็บอกว่าเดี๋ยวน้องไปเก็บให้ พอผัวคล้อยหลังได้เหลียวไปเห็นเมียเอาลิ้นไปม้วนเก็บตะบันตำหมากนั้นขึ้นมาบนเรือน พอแน่ใจแล้วว่าเมียของตนคงตายไปแล้วจริงๆ จึงออกอุบายบอกเมียว่าจะไปทำถ่ายเบาตรงนอกชาน แล้วรีบไปเจาะกระบอกไม้ไผ่ที่เก็บน้ำไว้ตรงนอกชานเพื่อให้เกิดเป็นเหมือนเสียงปัสสาวะ จากนั้นก็รีบวิ่งไปในหมู่บ้านแบบไม่คิดชีวิต
เมียเมื่อเห็นผัวปัสสาวะไม่เสร็จเสียทีจึงออกมาดูก็พบว่าผัวไม่อยู่แล้ว จึงวิ่งออกไปตะโกนเรียกหา ส่วนผัวเมื่อรู้ว่าเมียตามมาจึงรีบหลบในพุ่มของหมากขอน (ส้มป่อย) เมียมองไม่เห็นผัวที่หลบอยู่ใต้พุ่มหมากขอน วิ่งมาจนถึงหมู่บ้านไปพบบ้านช่างตีเหล็กกำลังตีเหล็กไฟลุกโชนอยู่ จึงถามว่าเห็นผัวของฉันไหม ช่างตีเหล็กรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ตายแล้ว จึงบอกว่าก้มลงซิ เมื่อหล่อนก้มลง ช่างตีเหล็กก็ใช้ฆ้อนที่เผาไฟลุกแดงตีลงไป สาวเจ้าก็ได้กลายเป็นหิ่งห้อยลอยตามหาผัวต่อไป นับแต่นั้นมาคนไทยใหญ่ก็จะเรียกหมากขอนว่าหม่าหัน ซึ่งแปลว่าไม่เห็น หมายถึงผีมองไม่เห็นนั่นเอง และเชื่อว่าหิ่งห้อยคือวิญญาณของเมียที่ตามหาผัวของตนเอง
เมียเมื่อเห็นผัวปัสสาวะไม่เสร็จเสียทีจึงออกมาดูก็พบว่าผัวไม่อยู่แล้ว จึงวิ่งออกไปตะโกนเรียกหา ส่วนผัวเมื่อรู้ว่าเมียตามมาจึงรีบหลบในพุ่มของหมากขอน (ส้มป่อย) เมียมองไม่เห็นผัวที่หลบอยู่ใต้พุ่มหมากขอน วิ่งมาจนถึงหมู่บ้านไปพบบ้านช่างตีเหล็กกำลังตีเหล็กไฟลุกโชนอยู่ จึงถามว่าเห็นผัวของฉันไหม ช่างตีเหล็กรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ตายแล้ว จึงบอกว่าก้มลงซิ เมื่อหล่อนก้มลง ช่างตีเหล็กก็ใช้ฆ้อนที่เผาไฟลุกแดงตีลงไป สาวเจ้าก็ได้กลายเป็นหิ่งห้อยลอยตามหาผัวต่อไป นับแต่นั้นมาคนไทยใหญ่ก็จะเรียกหมากขอนว่าหม่าหัน ซึ่งแปลว่าไม่เห็น หมายถึงผีมองไม่เห็นนั่นเอง และเชื่อว่าหิ่งห้อยคือวิญญาณของเมียที่ตามหาผัวของตนเอง
นอกจากคนไทยใหญ่แล้วคนเฒ่าคนแก่ในภาคเหนือและภาคอีสานรวมถึงประเทศลาว ต่างใช้ฝักของส้มป่อยเพื่อปัดเป่าภัยร้ายเช่นกัน ดังเช่นในวันสงกรานต์ที่คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นวันที่มีอาถรรพ์แรง เพราะเศียรของท้าวผกาพรหมอาจหล่นมาสู่โลกเกิดไฟประลัยกัลป์ได้ จึงต้องมีการรดน้ำดำหัวกันด้วยน้ำฝักส้มป่อย เพื่อล้างอาถรรพ์สร้างสวัสดิมงคล ใช้ในพิธีเสริมสิริมงคล พิธีไหว้ครู สะเดาะเคราะห์ แก้อาถรรพ์ไล่ภูตผีปีศาจ ใช้ล้างมือล้างหน้าหลังจากกลับจากงานศพ หรือใช้อาบน้ำศพเพื่อให้ผู้จากไปได้พบสิ่งดีสู่สุคติ หรือการฝักส้มป่อยติดตัวไปด้วยในงานเผาศพผีตายโหง เป็นต้น
การเก็บฝักส้มป่อยที่จะนำมาใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ นั้นต้องเก็บในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๔ จึงจะศักดิ์สิทธิ์ หรืออย่างน้อยก็ต้องไปเอาก่อนฟ้าร้องฝนตกลงมา เพราะหากฟ้าร้องฝนตกแล้วถือว่าไม่เป็นยา ไม่ขลัง ถือว่าข้ามปีไปแล้ว เมื่อได้เวลาเก็บชาวบ้านจะเลือกเก็บฝักส้มป่อยที่แก่จัด นำไปตากในกระด้งให้แห้งสนิท เก็บใส่ตะกร้าไว้ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ก่อนนำไปใช้นิยมนำฝักส้มป่อยไปผิงไฟพอให้สุก ส้มป่อยจะมี กลิ่นหอมเปรี้ยว ผู้ที่เคยล้างหน้าหรืออาบด้วยน้ำส้มป่อยแล้วย่อมรู้สึกได้ถึงความมีสิริมงคล เพราะกลิ่นหอมแทรกรสเปรี้ยวของส้มป่อยช่วยให้สดชื่นฟื้นชีวิตชีวาขึ้นมาในทันทีทันใด
ส้มป่อย สมุนไพรแห่งการขอลดโทษ…ทางธรรม
คนล้านนายังเชื่อว่าส้มป่อยเป็นสมุนไพรในการขอลดโทษทางธรรม กล่าวคือเมื่อทำผิดพลั้งไปอาทิเช่น ถ้าใครไปทำสิ่งไม่ดีที่เรียกว่า ขึด ทำให้ตนเจอะเจอความชั่วร้าย สิ่งที่ช่วยให้บรรเทาเบาบางลงคือน้ำส้มป่อย หรือครูอาจารย์ผู้มีเวทมนตร์คาถาที่นั่งผีปู่ย่า (คนทรง) เมื่อทำผิดข้อห้ามของครูอาจารย์หรือบรรพบุรุษที่เรียกกันว่า ผิดครู น้ำส้มป่อยก็จะช่วยให้ของขลังของดีมีในตัวได้ดังเดิม
ส้มป่อย สมุนไพรไล่เมฆมรสุม พายุร้าย
นอกจากจะใช้ส้มป่อยในการปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายและสร้างศิริมงคลให้กับตัวเองแล้ว คนกะเหรี่ยงและคนพื้นเมืองหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ในคราที่พายุลมแรง ฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ ฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างน่าหวาดกลัว เขาจะเผาฝักส้มป่อยให้เกิดเป็นควันโขมง สักพักทุกอย่างก็จะสงบลง ผู้ที่เคยเห็นเหตุการณ์ต่างยืนยันเช่นนั้น
ส้มป่อย ยาสระผมธรรมชาติ
แชมพูสระผมปัจจุบันทำจากสารเคมี ไม่ว่าสูตรไหนๆ ก็จะมีสรรพคุณในการชำระล้างน้ำมันธรรมชาติของเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้ผมแห้ง เป็นรังแค ผมหงอกก่อนวัย สมัยก่อนคนในแถบเอเชีย ต่างใช้น้ำจากฝักส้มป่อยสระผมอันงามสลวย ปัจจุบันในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือยังมีการใช้อยู่
ในทางชีวเคมี ฝักส้มป่อยมีสารกลุ่มซาโปนิน (Zaponin) หลายชนิด เช่น สารอะคาซินินเอ (Acacinin A) และสารอะคาซินินบี (Acacinin B) รวมกันแล้วสูงถึงร้อยละ ๒๐ สารเหล่านี้เป็นแชมพูธรรมชาติที่เป็นกรดอ่อนๆ เหมาะที่จะใช้ในการสระผมอย่างยิ่ง ช่วยรักษารังแค ผมหงอกก่อนวัย เพียงเอาฝักส้มป่อยมาหักกวนตีกับน้ำแรงๆ สารซาโปนินจะแตกฟองที่คงทนมาก มีฤทธิ์ในการชำระล้างได้ดีโดยไม่ทำลายธรรมชาติของผมและผิวบนหนังศีรษะ
การอาบหรือแช่น้ำส้มป่อยทั้งตัวจะช่วยให้ร่างกายสะอาดปราศจากคราบไคล ช่วยให้สดชื่น แก้ผดผื่นคันในหน้าร้อน และโรคผิวหนังได้หลายชนิด ไม่เพียงแต่ผิวกายและหนังศีรษะเท่านั้น น้ำส้มป่อยยังใช้แช่และขัดเครื่องทองให้เหลืองอร่ามสุกปลั่งเหมือนทองใหม่ได้อีกด้วย
ส้มป่อย สุดยอดผักกำจัดพิษ ช่วยแก้ไอ
ใบส้มป่อยและฝักใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาอบ ผลจากการที่มีรสเปรี้ยวช่วยขับเหงื่อ ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ใบส้มป่อยยังใช้เป็นยาประคบ แทบทุกตำรับจะใช้ใบส้มป่อยเดี่ยวๆ หรือผสมสมุนไพรตัวอื่นใส่ในลูกประคบเพื่อแก้ปวดเมื่อย และยังนำใบส้มป่อยมาต้มดื่มได้ น้ำต้มใบส้มป่อยมีรสเปรี้ยวเป็นยาสตรีช่วยถ่ายระดูขาว ฟอกโลหิตประจำเดือนให้งาม ช่วยล้างเมือกมันในทางเดินอาหารและใช้เป็นยาระบาย ช่วยกำจัดพิษออกจากระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดน้ำหนักได้เช่นกัน นอกจากนี้ความเปรี้ยวของส้มป่อยยังช่วยละลายเสมหะแก้ไอได้อีกด้วย
ใบส้มป่อยและฝักใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาอบ ผลจากการที่มีรสเปรี้ยวช่วยขับเหงื่อ ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ใบส้มป่อยยังใช้เป็นยาประคบ แทบทุกตำรับจะใช้ใบส้มป่อยเดี่ยวๆ หรือผสมสมุนไพรตัวอื่นใส่ในลูกประคบเพื่อแก้ปวดเมื่อย และยังนำใบส้มป่อยมาต้มดื่มได้ น้ำต้มใบส้มป่อยมีรสเปรี้ยวเป็นยาสตรีช่วยถ่ายระดูขาว ฟอกโลหิตประจำเดือนให้งาม ช่วยล้างเมือกมันในทางเดินอาหารและใช้เป็นยาระบาย ช่วยกำจัดพิษออกจากระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดน้ำหนักได้เช่นกัน นอกจากนี้ความเปรี้ยวของส้มป่อยยังช่วยละลายเสมหะแก้ไอได้อีกด้วย
ดังนั้นส้มป่อยจึงเป็นสมุนไพรกำจัดพิษแบบไทยๆ อย่างดีทีเดียว ที่น่าสนใจคือใบของส้มป่อยถือเป็นผักที่มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ผลจากการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของยอดส้มป่อยพบว่ามีสูงมาก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าสารซาโปนินในฝักส้มป่อยทำให้ T cells ทำงานได้ดีขึ้นช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น
ว่านช้างผสมโขลง(พญาเทครัว) "ดีเมตตามหาเสน่ห์-แก้ฝีทุกชนิด/แก้ผมร่วง
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ว่านช้างผสมโขลง(พญาเทครัว) "ดีเมตตามหาเสน่ห์-แก้ฝีทุกชนิด/แก้ผมร่วง
ว่านช้างผสมโขลง ปากใบต้องมีสีเขียว ถ้าปากใบสีชมพูคือว่านเขาความใหญ่
»ในวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน แม้แต่ขุนแผนยังพกว่านพญาเทครัวหรือช้างผสมโขลงซึ่งมีความเชื่อว่ามีคุณวิเศษทางเมตตา มหาเสน่ห์ อย่างอุกฤษฏ์ มีกำลังทางเสน่ห์ดุจช้างสาร มีพลานุภาพมากเมื่อใครอยู่ใกล้จะต้องหลงใหลอย่างน่าอัศจรรย์
จากหนังสือว่านช้างผสมโขลง รวบรวมโดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น. พิมพ์เมื่อพ.ศ.2508 กล่าวไว้ว่า ว่านช้างผสมโขลงหรือพญาเทครัว ลักษณะหัวเหมือนหน่อไม้ แต่ไม่มีกาบหุ้มเหมือนหน่อไม้ สีเขียว ใบมีสีเขียวอ่อน ยาวเรียวดั่งใบแขวก น้ำหรือใบว่านน้ำ มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ดอกสี เป็นช่อมีก้านยาวเล็กมองดูก็คล้ายกับใบข้าว กาบใบแต่ละใบจะหลุดหล่นไปเมื่อว่านขยายตัวเต็มที่และได้ฤดูออกดอก ดอกจะมีสีเขียวแก่ ปากดอกมีหยักตั้งขึ้นเล็กน้อย เป็นสีขาวสลับด้วยลายสีม่วงเป็นขีดๆ ก้านช่อดอกตั้งตรง ช่อหนึ่งมีหลายดอกและแต่ละดอกจะบานจากล่างไปหาบนตามลำดับ
มีสรรพคุณดีปลูกไว้เป็นเสน่ห์มหานิยม ถ้านำชิ้นว่านหรือหัวว่าน ใช้ติดตัวเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม มีชัยชนะ ทำมาค้าขายได้ลาภผลสมดังปรารถนา
หากจะทำให้เกิดเสน่ห์ทางนักเลงชู้สาว ท่านให้เขียนชื่อของผู้ที่เราจะไปติดต่อลงในชิ้นว่าน แล้วเอามาตำให้ละเอียด โรยใส่ให้ผู้นั้นกินจะทำให้หลงรัก ชิ้นว่านนี้หากตำให้ละเอียดแล้วละลายผงว่านลงไปในตุ่มน้ำบ้านใดบ้านหนึ่ง ท่านว่าคนทั้งบ้านจะชอบใจและรักเราทั้งบ้าน มวลสาร ผงช้างผสมโขลงหรือพระยาเทครัว ในทางไสยเวช จะใช้ผสมวิชาพยนต์ผูกหุ่นเป็น1 ใน 3 วิชาอาถรรพณ์ ใช้หวังผลในด้านมหาเสน่ห์ ถือเป็นสุดยอดของผงมหาเสน่ห์ชั้นสูงสายวิชาสำนักเขาอ้อใช้สั่งรักสั่งหลงดียิ่งนัก
»ในวงการว่านพระเครื่องจะรู้ฤทธิ์เดชของช้างผสมโขลงหรือพญาเทครัวดี หากผงช้างผสมโขลงหล่นตกพื้นแม้แต่น้อยนิดห้ามข้ามเด็ดขาด ใครข้ามเป็นอันต้องหลงใหลแก้ยาก
ถ้าปลูกว่านนี้ไว้ในบ้าน จะเป็นมหานิยมต่อครอบครัวผู้นั้นถ้าว่านออกดอกเมื่อใดจะเกิดลาภผล ถือเป็นยอดว่านที่รู้กันดีด้านเจ้าชู้ มีเรื่องเล่าว่ามีหนุ่มพนักงานโรงงาน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ได้ทดสอบเด็ดดอกว่านช้างผสมโขลงที่ท่านพระครูบาเสกน้ำมนต์รดทุกวันแล้วใส่กระเป๋าเสื้อไปทำงาน ลูกสาวเจ้าของโรงงานแอบปิ๊งเลยตกถังข้าวสารปัจจุบันแต่ง งานมีบุตร 1 คนอย่างไม่น่าเชื่อ
» ส่วนสรรพคุณทางยาท่านบอกว่าให้เอาหัวว่าน หรือชิ้นว่านมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำปูนใส หรือน้ำซาวข้าวทาแก้เชื้อราบนหนังศีรษะแก้ผมร่วง หรือใช้พอกฝีหัวเดียวชะงัดยิ่งนัก และหญิงใดเป็นฝีที่นมทั้งสองข้าง หากใช้ว่านนี้พอกไว้ฝีจะแห้งเหือดในไม่ช้า นอกจากนั้นยังใช้แก้ฝีได้ทุกชนิดอีกด้วย
การขยายพันธุ์ช้างผสมโขลงหรือพญาเทครัวใช้หน่อแยกปลูก โดยดึงหน่อให้แยกจากต้นเดิม แล้วหากระถางดินขนาดใหญ่กว่าหัวว่านสามเท่า เอาดินร่วนปนทรายหรือปนหินเล็กๆ อิฐหักๆ ก็ได้ใส่ลงไปเล็กน้อย เอามือรวบรากว่านใส่ลงไปในกระถางให้ลงลึกๆ แล้วเอาดินที่เตรียมไว้กลบรากให้มิด แต่อย่าให้หน่อว่านฝังลงไปในดินมากนัก ว่านจะเจริญงอกงามดี รดน้ำอย่าให้แฉะให้อยู่ในที่ร่มรำไร เลี้ยงง่ายมากและเจริญรวดเร็วยิ่งนัก
กำแพงเจ็ดชั้น ตาไก้ สมุนไพรรักษาเบาหวาน และภาวะโรคไตที่เกิดขากเบาหวานและการใช้ยาต่อเนื่องนานๆ
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
กำแพงเจ็ดชั้นของอีสานจะมีลักษณะเนื้อไม้ที่แตกต่างจากกำแพงเจ็ดชั้นของภาคกลางในเวชกรรมไทย ที่มาของชื่อกำแพงเจ็ดชั้นเกิดจากลายวงปีของเนื้อไม้ ในภาคอีสานเรียกต้นตาไก้ว่ากำแพงเจ็ดชั้น และตากวงว่ากำแพงเก้าชั้น
สมุนไพรตัวนี้ญี่ปุ่นเอาไปวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพและยารักษาโรคเบาหวาน สั่งผลิตกล้าไม้และจ้างปลูกในเมืองไทย แบบเดียวกับที่ทำกับเปล้าน้อย
สมุนไพรกำแพงเจ็ดชั้นรักษาอาการเบาหวาน ความดัน ไขมัน (โรคยอดฮิต) และอาการที่เกิดจากภาวะผิดปกติที่เกิดจากโรคนั้นดีขึ้นมาก รวมไปถึงอาการท้องผูกก็ดีขึ้น
กำแพงเจ็ดชั้น
ชื่ออื่น ตะลุ่มนก (ราชบุรี) ตาไก้ (พิษณุโลก) น้ำนอง มะต่อมไก่ (เหนือ) หลุมนก (ใต้) ขอบกระด้ง พรองนก (อ่างทอง); ขาวไก่, เครือตากวาง, ตากวาง, ตาไก่ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); กระดุมนก (ประจวบคีรีขันธ์); กลุมนก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salacia chinensis L.
ชื่อวงศ์ Celastraceae (Hippocrateaceae)
สรรพคุณ
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เนื้อไม้ ต้มน้ำดื่ม แก้โรคไต แก้ท้องผูก ยาระบาย แก้ลมตีขึ้น ลำต้น แก้ปวดเมื่อย (เข้ายากับ ตาไก่ ตากวง อ้อยดำ ขมิ้นเกลือ ดูกหิน ตับเต่า ใช้ลำต้นของทุกต้นรวมกัน มาต้มน้ำดื่ม) ยาระบาย (เข้ายากับ ยาปะดง ตากวง ดูกไส คอแลน พาสาน) ขับปัสสาวะ (เข้ายากับ แก่นตาไก้ แก่นตากวง แก่นดูกไส แก่นตานกกด) แก้ริดสีดวงทวาร (เข้ายากับ ว่านงวงช้าง แก่นกระถิน ปูนขาว แล้วต้ม)
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดนครราชสีมา ใช้ ลำต้น บำรุงโลหิต โดยใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มวันละ 1-2 ช้อนชา ก่อนอาหารเช้า-เย็น
ยาพื้นบ้าน ใช้ ต้น รสเมาเบื่อฝาดสุขุม ต้มน้ำดื่ม หรือดองสุรา แก้ปวดเมื่อย หรือเข้ายาระบาย (ผสมกับรากตูมกาขาว รากชะมวง และรากปอด่อน) บำรุงโลหิต ฟอกโลหิต แก้โลหิตเป็นพิษทำให้ร้อน แก้โลหิตจาง แก้ผอมแห้งแรงน้อย ทำให้อยากอาหาร ขับระดูขาว แก้ปวดตามข้อ แก้ไขข้อพิการ เข้าข้อ แก้ประดง ขับผายลม ฟอกและขับโลหิตระดู รักษาโรคตับอักเสบ (ผสมกับเปลือกต้นมะดูก) แก้หืด (ผสมกับแก่นพลับพลา แก่นโมกหลวง ต้นสบู่ขาว ต้นพลองเหมือด แก่นจำปา และต้นคำรอก) แก้เบาหวาน (ผสมกับรากทองพันชั่ง หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ หัวร้อยรู แก่นสัก และหญ้าชันกาดทั้งต้น) ราก รสเมาเบื่อฝาด ต้มหรือดองสุราดื่ม ขับโลหิตระดู บำรุงโลหิต ดับพิษร้อนของโลหิต แก้ลมอัมพฤกษ์ รักษาโรคตา บำรุงน้ำเหลือง ใบ แก้มุตกิด ขับระดู ดอก แก้บิดมูกเลือด แก่นและราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาระบายแก้เส้นเอ็นอักเสบ
ประเทศกัมพูชา ใช้ เถาต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน
ประเทศอินเดีย ใบ ใช้รักษาเบาหวาน โดยนำใบกำแพงเจ็ดชั้น ผสมกับใบแพงพวยฝรั่ง อย่างละเท่าๆกัน บดพอหยาบรวมกัน จำนวน 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า เป็นเวลา 1 เดือน ราก แก้พิษงู นำรากกำแพงเจ็ดชั้นตำผสมกับน้ำมะนาว ใช้กินและพอกทาแผลที่ถูกงูกัด รากใช้รักษาโกโนเรีย โรคข้อรูมาติก และโรคผิวหนัง
องค์ประกอบทางเคมี
ลำต้น
สารกลุ่ม Friedelane-Type Triterpenes ได้แก่ maytenoic acid, friedelane-3-on-29-ol, 15R-hydroxyfriedelan-3-one, wilfolic acid C, salaspermic acid, orthosphenic acid, salasones A, salasones B, salasones C
สารกลุ่ม Oleanane-Type Triterpenes ได้แก่ 3β, 22β-dihydroxyolean-12-en-29-oic acid,
maytenfolic acid, β-amyrin, 22α-hydroxy-3-oxoolean-12-en-29-oic acid, β-amyrenone
สารกลุ่ม Ursane-Type Triterpenes ได้แก่ tripterygic acid A, demethylregelin
สารกลุ่ม Norfriedelane-Type Triterpenes ได้แก่ tingenone, tingenin B, regeol A, triptocalline A, salaquinone A, B
สารกลุ่ม Eudesmane-Type Sesquiterpene ได้แก่ celahin C, salasol A
ใบ
สารไตรเทอร์ปีน foliasalacins, 3b-hydroxy-20-oxo-30-norlupane, betulin, betulinic acid, friedelin, octandronol, oleanoic acid, erythrodiol, ursolic acid, uvaol, isoursenol
สารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol
สารไกลโคไซด์ foliachinenosides E, F, G, H, I, foliasalaciosides J, K, L
ราก พบสารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol(7) สารกลุ่มโปรแอนโทไซยานิดิน ได้แก่ leucopelargonidin (3)
ผล พบสารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol(7)
ชื่ออื่น ตะลุ่มนก (ราชบุรี) ตาไก้ (พิษณุโลก) น้ำนอง มะต่อมไก่ (เหนือ) หลุมนก (ใต้) ขอบกระด้ง พรองนก (อ่างทอง); ขาวไก่, เครือตากวาง, ตากวาง, ตาไก่ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); กระดุมนก (ประจวบคีรีขันธ์); กลุมนก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salacia chinensis L.
ชื่อวงศ์ Celastraceae (Hippocrateaceae)
สรรพคุณ
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เนื้อไม้ ต้มน้ำดื่ม แก้โรคไต แก้ท้องผูก ยาระบาย แก้ลมตีขึ้น ลำต้น แก้ปวดเมื่อย (เข้ายากับ ตาไก่ ตากวง อ้อยดำ ขมิ้นเกลือ ดูกหิน ตับเต่า ใช้ลำต้นของทุกต้นรวมกัน มาต้มน้ำดื่ม) ยาระบาย (เข้ายากับ ยาปะดง ตากวง ดูกไส คอแลน พาสาน) ขับปัสสาวะ (เข้ายากับ แก่นตาไก้ แก่นตากวง แก่นดูกไส แก่นตานกกด) แก้ริดสีดวงทวาร (เข้ายากับ ว่านงวงช้าง แก่นกระถิน ปูนขาว แล้วต้ม)
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดนครราชสีมา ใช้ ลำต้น บำรุงโลหิต โดยใช้ลำต้นต้มน้ำดื่มวันละ 1-2 ช้อนชา ก่อนอาหารเช้า-เย็น
ยาพื้นบ้าน ใช้ ต้น รสเมาเบื่อฝาดสุขุม ต้มน้ำดื่ม หรือดองสุรา แก้ปวดเมื่อย หรือเข้ายาระบาย (ผสมกับรากตูมกาขาว รากชะมวง และรากปอด่อน) บำรุงโลหิต ฟอกโลหิต แก้โลหิตเป็นพิษทำให้ร้อน แก้โลหิตจาง แก้ผอมแห้งแรงน้อย ทำให้อยากอาหาร ขับระดูขาว แก้ปวดตามข้อ แก้ไขข้อพิการ เข้าข้อ แก้ประดง ขับผายลม ฟอกและขับโลหิตระดู รักษาโรคตับอักเสบ (ผสมกับเปลือกต้นมะดูก) แก้หืด (ผสมกับแก่นพลับพลา แก่นโมกหลวง ต้นสบู่ขาว ต้นพลองเหมือด แก่นจำปา และต้นคำรอก) แก้เบาหวาน (ผสมกับรากทองพันชั่ง หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ หัวร้อยรู แก่นสัก และหญ้าชันกาดทั้งต้น) ราก รสเมาเบื่อฝาด ต้มหรือดองสุราดื่ม ขับโลหิตระดู บำรุงโลหิต ดับพิษร้อนของโลหิต แก้ลมอัมพฤกษ์ รักษาโรคตา บำรุงน้ำเหลือง ใบ แก้มุตกิด ขับระดู ดอก แก้บิดมูกเลือด แก่นและราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาระบายแก้เส้นเอ็นอักเสบ
ประเทศกัมพูชา ใช้ เถาต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน
ประเทศอินเดีย ใบ ใช้รักษาเบาหวาน โดยนำใบกำแพงเจ็ดชั้น ผสมกับใบแพงพวยฝรั่ง อย่างละเท่าๆกัน บดพอหยาบรวมกัน จำนวน 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า เป็นเวลา 1 เดือน ราก แก้พิษงู นำรากกำแพงเจ็ดชั้นตำผสมกับน้ำมะนาว ใช้กินและพอกทาแผลที่ถูกงูกัด รากใช้รักษาโกโนเรีย โรคข้อรูมาติก และโรคผิวหนัง
องค์ประกอบทางเคมี
ลำต้น
สารกลุ่ม Friedelane-Type Triterpenes ได้แก่ maytenoic acid, friedelane-3-on-29-ol, 15R-hydroxyfriedelan-3-one, wilfolic acid C, salaspermic acid, orthosphenic acid, salasones A, salasones B, salasones C
สารกลุ่ม Oleanane-Type Triterpenes ได้แก่ 3β, 22β-dihydroxyolean-12-en-29-oic acid,
maytenfolic acid, β-amyrin, 22α-hydroxy-3-oxoolean-12-en-29-oic acid, β-amyrenone
สารกลุ่ม Ursane-Type Triterpenes ได้แก่ tripterygic acid A, demethylregelin
สารกลุ่ม Norfriedelane-Type Triterpenes ได้แก่ tingenone, tingenin B, regeol A, triptocalline A, salaquinone A, B
สารกลุ่ม Eudesmane-Type Sesquiterpene ได้แก่ celahin C, salasol A
ใบ
สารไตรเทอร์ปีน foliasalacins, 3b-hydroxy-20-oxo-30-norlupane, betulin, betulinic acid, friedelin, octandronol, oleanoic acid, erythrodiol, ursolic acid, uvaol, isoursenol
สารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol
สารไกลโคไซด์ foliachinenosides E, F, G, H, I, foliasalaciosides J, K, L
ราก พบสารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol(7) สารกลุ่มโปรแอนโทไซยานิดิน ได้แก่ leucopelargonidin (3)
ผล พบสารกลุ่มซัลโฟเนียม ได้แก่ salacinol, kotalanol(7)
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ต้านเบาหวาน โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส
สารสกัดด้วยน้ำจากลำต้น และรากกำแพงเจ็ดชั้น ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูซิเดสในลำไส้เล็กทั้งสองชนิดในหนูทดลอง โดยสามารถยับยั้งเอนไซม์ซูเครส โดยมีค่าIC50 ของลำต้น และราก เท่ากับ 36.5, 57.9 µg/ml ตามลำดับ และยับยั้งเอนไซม์มอลเตส โดยมีค่า IC50 ของลำต้น และราก เท่ากับ 87.3, 157.7 µg/ml แสดงว่าลำต้นออกฤทธิ์ได้ดีกว่าในราก โดยพบว่าสารออกฤทธิ์ดีคือ salacinol และ kotalanol
ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด
สารสกัดด้วยคลอโรฟอร์มและเอทานอล จากรากกำแพงเจ็ดชั้น เมื่อป้อนให้หนูทดลอง ในขนาด 500 mg/kg body wt.ต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน พบว่ามีนัยสำคัญในการลดปริมาณคลอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ LDL VLDL สามารถเพิ่มไขมันชนิดดี HDL ในหนูที่มีไขมันในเลือดสูงได้ เมื่อเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับยา
ฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับจากสารพิษ
สารกลุ่มลิกแนนที่แยกได้จากใบ 2 ชนิด คือ eleutheroside E₂และ 7R,8S –dihydrodehydrodi coniferyl alcohol 4-O-β-D-glucopyranosideมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับหนูในหลอดทดลอง จากการถูกทำลายด้วยสารเคมี D-galactosamineเมื่อให้สารในขนาด 100 µMโดยมีเปอร์เซ็นต์การยับยั้ง 41.4 และ 45.5 ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
สารสกัดใบด้วยเอทานอล มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก Staphylococcusepidermidis และเชื้อรา Cryptococcus neoformans โดยมีค่า MIC เท่ากับ 256 µg/mL และยับยั้งเชื้อรา Candida albicansโดยมีค่า MIC เท่ากับ 512 µg/mL สารสกัดใบด้วยน้ำมีฤทธิ์ต้านเชื้อ S. epidermidisและ C. neoformans โดยมีค่า MIC เท่ากับ 512 และ 1024 µg/mL ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านเบาหวาน โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส
สารสกัดด้วยน้ำจากลำต้น และรากกำแพงเจ็ดชั้น ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูซิเดสในลำไส้เล็กทั้งสองชนิดในหนูทดลอง โดยสามารถยับยั้งเอนไซม์ซูเครส โดยมีค่าIC50 ของลำต้น และราก เท่ากับ 36.5, 57.9 µg/ml ตามลำดับ และยับยั้งเอนไซม์มอลเตส โดยมีค่า IC50 ของลำต้น และราก เท่ากับ 87.3, 157.7 µg/ml แสดงว่าลำต้นออกฤทธิ์ได้ดีกว่าในราก โดยพบว่าสารออกฤทธิ์ดีคือ salacinol และ kotalanol
ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด
สารสกัดด้วยคลอโรฟอร์มและเอทานอล จากรากกำแพงเจ็ดชั้น เมื่อป้อนให้หนูทดลอง ในขนาด 500 mg/kg body wt.ต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน พบว่ามีนัยสำคัญในการลดปริมาณคลอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ LDL VLDL สามารถเพิ่มไขมันชนิดดี HDL ในหนูที่มีไขมันในเลือดสูงได้ เมื่อเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับยา
ฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับจากสารพิษ
สารกลุ่มลิกแนนที่แยกได้จากใบ 2 ชนิด คือ eleutheroside E₂และ 7R,8S –dihydrodehydrodi coniferyl alcohol 4-O-β-D-glucopyranosideมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับหนูในหลอดทดลอง จากการถูกทำลายด้วยสารเคมี D-galactosamineเมื่อให้สารในขนาด 100 µMโดยมีเปอร์เซ็นต์การยับยั้ง 41.4 และ 45.5 ตามลำดับ
ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
สารสกัดใบด้วยเอทานอล มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก Staphylococcusepidermidis และเชื้อรา Cryptococcus neoformans โดยมีค่า MIC เท่ากับ 256 µg/mL และยับยั้งเชื้อรา Candida albicansโดยมีค่า MIC เท่ากับ 512 µg/mL สารสกัดใบด้วยน้ำมีฤทธิ์ต้านเชื้อ S. epidermidisและ C. neoformans โดยมีค่า MIC เท่ากับ 512 และ 1024 µg/mL ตามลำดับ
พิรังกาสาสมุนไพรสำหรับตับ
โดย ปุณณภา งานสำเร็จ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ถ้าพูดถงสมุนไพรสักตัวที่ดีต่อตับ แถมยังมีใบและต้นที่สวยงามเป็นไม้ประดับได้ กินได้ทุกส่วน ให้นึกถึงพิรังกาสา
พิลังกาสา สมุนไพรดีน่าปลูก ล้อมพิษตับ แก้ตับพิการ กินใบสดเป็นผักพื้นบ้าน ป้องกันตับ
ต้นพิรังกาสา เป็นไม้พุ่มสูง 2-5 เมตร แตกต้นคล้ายกอ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ผลสด ทรงกลมแป้น เปลือกในแข็ง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงเข้ม ขนาดราวครึ่งเซนติเมตร ออกผลช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ผลพิลังกาสาใช้เป็นเครื่องยาปลูกไฟธาตุในคัมภีร์มหาโชติรัตน์ เป็นยาอายุวัฒนะ ปลูกโลหิตให้งาม ขับระดููููููู เพิ่มน้ำนม
ตำรายาไทยใช้ใบแก้โรคตับพิการ ดอกรสร้อน ฆ่าเชื้อโรค ผล รสสุขุม แก้ไข้ท้องเสีย รักษาโรคเกี่ยวกับพยาธิ แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซาง ลำต้นใช้รักษาโรคเรื้อน รากใช้รักษากามโรคและหนองใน สารสกัดของผลสุกสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อที่ทำให้เกิดโรค ท้องเสีย (Salmonella spp. และ Shigella spp.) และสารสกัดจากเปลือกต้นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อหนองในในหลอดทดลอง
นอกจากนี้พบเม็ดสี สีส้มทองชื่อ rapanone ในเปลือกต้น ซึ่งเมื่อใช้ทดลองกับหนูที่ติดเชื้อโรคเรื้อนโดยให้ยาติดต่อกัน 6 เดือน - 1 ปี สามารถลดการเพิ่มจำนวนของเชื้อดังกล่าวได้
ปัจจุบันมีการนำผลสุกมาหมักเป็นไวน์ ใช้ผลสุกตากแห้งแล้วบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดปลายนิ้วก้อยของผู้ใช้รับประทานครั้งละ 3 เม็ด หรือใช้ผงยา 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำครึ่งแก้ว ช่วยบำรุงโลหิต และแก้โรคระดูสตรี
ประโยชน์ของดอกพิลังกาสา : ดอกพิลังกาสาจะมีรสชาติเฝื่อนๆ มีสรรพคุณทางด้านสมุนไพรในเรื่องของการ ขับพยาธิ ฆ่าเชื้อโรค แก้ลม โดยจะใช้ดอกแห้ง นำมาต้มน้ำดื่น ก็จะช่วยในเรื่องของการขับถ่ายพยาธิและฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ได้เป็นอย่างดี
เป็นพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก จึงสามารถที่จะนำมาปลูกในพื้นที่ภายในบ้านได้
ถ่ายรูปได้สวยอยากโชว์ ไม้ลักษณะใบและลูกชัดเจน ใบอ่อนสวยมากๆ
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทย จังหวัดนครราชสีมา
ถ้าพูดถงสมุนไพรสักตัวที่ดีต่อตับ แถมยังมีใบและต้นที่สวยงามเป็นไม้ประดับได้ กินได้ทุกส่วน ให้นึกถึงพิรังกาสา
พิลังกาสา สมุนไพรดีน่าปลูก ล้อมพิษตับ แก้ตับพิการ กินใบสดเป็นผักพื้นบ้าน ป้องกันตับ
ต้นพิรังกาสา เป็นไม้พุ่มสูง 2-5 เมตร แตกต้นคล้ายกอ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ผลสด ทรงกลมแป้น เปลือกในแข็ง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงเข้ม ขนาดราวครึ่งเซนติเมตร ออกผลช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ผลพิลังกาสาใช้เป็นเครื่องยาปลูกไฟธาตุในคัมภีร์มหาโชติรัตน์ เป็นยาอายุวัฒนะ ปลูกโลหิตให้งาม ขับระดููููููู เพิ่มน้ำนม
ตำรายาไทยใช้ใบแก้โรคตับพิการ ดอกรสร้อน ฆ่าเชื้อโรค ผล รสสุขุม แก้ไข้ท้องเสีย รักษาโรคเกี่ยวกับพยาธิ แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซาง ลำต้นใช้รักษาโรคเรื้อน รากใช้รักษากามโรคและหนองใน สารสกัดของผลสุกสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อที่ทำให้เกิดโรค ท้องเสีย (Salmonella spp. และ Shigella spp.) และสารสกัดจากเปลือกต้นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อหนองในในหลอดทดลอง
นอกจากนี้พบเม็ดสี สีส้มทองชื่อ rapanone ในเปลือกต้น ซึ่งเมื่อใช้ทดลองกับหนูที่ติดเชื้อโรคเรื้อนโดยให้ยาติดต่อกัน 6 เดือน - 1 ปี สามารถลดการเพิ่มจำนวนของเชื้อดังกล่าวได้
ปัจจุบันมีการนำผลสุกมาหมักเป็นไวน์ ใช้ผลสุกตากแห้งแล้วบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดปลายนิ้วก้อยของผู้ใช้รับประทานครั้งละ 3 เม็ด หรือใช้ผงยา 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำครึ่งแก้ว ช่วยบำรุงโลหิต และแก้โรคระดูสตรี
ประโยชน์ของดอกพิลังกาสา : ดอกพิลังกาสาจะมีรสชาติเฝื่อนๆ มีสรรพคุณทางด้านสมุนไพรในเรื่องของการ ขับพยาธิ ฆ่าเชื้อโรค แก้ลม โดยจะใช้ดอกแห้ง นำมาต้มน้ำดื่น ก็จะช่วยในเรื่องของการขับถ่ายพยาธิและฆ่าเชื้อโรคในลำไส้ได้เป็นอย่างดี
เป็นพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก จึงสามารถที่จะนำมาปลูกในพื้นที่ภายในบ้านได้
ถ่ายรูปได้สวยอยากโชว์ ไม้ลักษณะใบและลูกชัดเจน ใบอ่อนสวยมากๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







