วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อีซึก ผักพื้นบ้านเศรษฐกิจ

เมื่อวันเสาร์ที่แล้วไปช่วยพี่แพรวพานักศึกษาแพทย์ปี๒ เดินสำรวจพืชสมุนไพรในบ้าน น้องๆนศ.ดูง่วงๆเห็นว่าทำรายงานจนดึก เรารู้สึกกังวล เพราะไม่แน่ใจว่าพวกน้อง ๆ เค้าจะอินกับภูมิปัญญาไทยแค่ไหน เราเริ่มประเดิมด้วยการชี้ให้น้องเค้าดูคุณยายแก่ ๆ ท่านหนึ่ง ก่อนเล่าว่า รู้มั๊ยสมัยที่น้ำลูกยอของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรดัง เภสัชกรดอกเตอร์สุภาพร ปิติพร ท่านบอกให้ลูกน้อง น้อง ๆ ทีมงานของท่าน ให้ไปตระเวณซื้อลูกยอมาทำเป้นน้ำหมัก ท่านให้ข้อสังเกตว่า ถ้าบ้านไหนเห็นคนแก่ ๆ นั่งหน้าบ้านให้เข้าไปถามเลย บ้านนั้นต้องมีต้นยอ เรามองเห็นความกระตือรือล้นของน้อง ๆ นศ. ขึ้นมาอย่างชัดเจน ก่อนจะแย่งกันถามสลอน เหรอคะ/ครับ ทำไมล่ะ ต้นยอหน้าตาเป็นยังไง เราเลยเปิดเรื่องว่าตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย กล่าวว่า คนแก่ เจ็บป่วยด้วยธาตุลม นั่นคือจะมีอาการเวียนหัวเป็นลมได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเวลา บ่ายสอง และตีสอง การเวียนหัว มักเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ คนโบราณจะกินลูกยอสุก เพราะเป็นยาร้อน ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทั่วร่างกาย เลือดลมดี อะไรก็ดีไปหมด แต่ข้อห้ามคือ คนท้องห้ามกิน เพราะ ความร้อนของลูกยอ อาจทำให้แท้งได้ น้อง ๆ ทึ่งกันมาก เหมือนเค้าไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน เราคิดในใจว่าอย่างนี้ไหวแน่ มีเรื่องเล่าอีกเพียบ เราพาน้อง ๆ เดินชี้ต้นไม้ง่าย ๆ ละเรื่อยไปตามรายทาง เพื่อให้เค้ารู้ว่าทุกต้นมีความมหัศจรรย์ในตัวมันเอง หลาย ๆ ต้นเราเคยเห็น แต่ไม่เคยรู้เกี่ยงกับมัน เราออกตัวว่าทุกอย่างมาจากหนังสือ ตำรา การบอกเล่าของหมอพื้นบ้าน เราคงไม่มีความสามารถไปลองทำดูได้ทุกสูตร เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องไปศึกษา เรียนรู้และพัฒนาเพิ่มเติม วันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน แต่น้อง ๆ ก็สู้ไม่ถอย เราพาเดินตากแดด คุยเรื่องต้นไม้ไปเรื่อย ๆ ไม้เล็ก ๆ และต้นหญ้า ส่วนใหญ่สรรพคุณทางยาทั้งต้นหรือที่เรียกว่าทั้งห้า จะเป็นสรรพคุณเดียวกัน ส่วนไม้ต้นใหญ่เวลาใช้ต้องระวัง เพราะราก ลำต้น ใบ ดอก ผล สรรพคุณอาจตรงข้ามกันสิ้นเชิง ต้องศึกษาดี ๆ ว่าอะไรใช้แทนกันได้ อะไรใช้แทนกันไม่ได้ อะไรมีพิษ อะไรไม่มีพิษ และถ้าเจอไม้มีพิษ ต้องแก้ด้วยอะไร ไม้ทุกต้นมีเรื่องเล่าตำนาน เพราะเค้าอยู่มานานมาก เราได้แต่หวังว่า รุ่นเค้าคงสามารถนำไปขยายผลเพื่อสุขภาพของประชาชนได้ ในอนาคต ฝากความหวังรุ่นต่อ ๆ ไปไว้ที่เด็กรุ่นใหม่ที่ดูฉลาดและกระตือรือล้น ขากลับน้องที่สถานีอนามัยเอารถมาส่ง พอเห็นต้นอีซึก น้องผู้ชายรีบลงไปเก็บฝัก เก็บเมล็ด หาต้นกล้าที่พึ่งงอกจ้าละหวั่น เค้าบอกว่าที่บ้านเค้าที่อยู่ครบุรี ขายยอดซึกได้เงินเป็นกอบเป็นกำ กินสดก็ได้ ลวกกินกับน้ำพริกก็ได้ขายดีมาก เราเลยรับปากว่าจะหาต้นกล้าไปฝากเที่ยวหลัง ไม่ยักรู้ว่าไม้ที่ไม่มีใครต้องการ กลับมีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจกับคนกลุ่มหนึ่งขนาดนี้ น่าตื่นเต้นกับความรู้ใหม่นี้ ต้นอะไรก็แล้วแต่ถ้าทำเงินได้ อย่างน้อยมันจะไม่สูญพันธุ์แน่นอน
ปุณณภา งานสำเร็จ เรื่อง

1 ความคิดเห็น: