วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาลัย(ต้น)ลาน



ต้นลาน

ต้นลาน เห็นกระจัดกระจายทั่วไปตามข้างทางในเขตตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

เห็นช่อดอกลานเด่นมาแต่ไกลตอนแรกนึกว่าต้นสน ฝอยดอกลานสวยไม่ง่ายที่จะได้เห็น

ส่วนสีดำของกาบใบลานเป็นส่วนที่แข็งมากถ้าใช้มีดฟันถึงกับบิ่นเป็นส่วนที่พระภิกษุใช้ทำคันกรดมีความแข็งทนทานมาก


วิธีการหมักเมล็ดลานของอุทยานแห่งชาติทับลานต้องหมักทิ้งไว้จนมันเน่าและงอกราก

เวลานำต้นลานลงถุงปลูกต้องหงายส่วนเมล็ดที่มีรากงอกขึ้นข้างบนเพราะจะเป็นส่วนที่ต้นอ่อนจะงอกขึ้นมา

กล้าของต้นลานที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานเพาะไว้เพื่อปลูกคืนสู่ป่าในวันที่ ๒๖ มิถุนายน นี้
นิราศลาน
แสนอาลัยใจหายเสียดายนัก

เห็นลานปักช่อชูพู่ไสว

เป็นสัญญาณว่าต้นลานนั้นต้องตาย

ทิ้งลูกไว้ก่อนจากเหมือนฝากลา

โอ้ลานรักลานร้างต้องห่างเจ้า
เคยแผ่กิ่งทิ้งเงาเจ้าเปิดเผย
มีประโยชน์มากมายไฉนเลย
โอ้ลานเอ๋ยถึงคราวลาน้ำตาริน
เมื่อวานเรามีโอกาสได้ไปที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อติดต่อราชการ
พอข้ามเขตวังน้ำเขียวเข้าสู่เขตตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สองข้างทางจะพบเห็นต้นลานเรียงราย หลายต้นตั้งช่อชูไสวสวยงามมาก ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องของต้นลานมาบ้าง จะพบว่าต้นลานเป็นไม้อาภัพ หลังจากที่ยืนต้นประมาณ ๖๐-๘๐ ปีเมื่อไหร่ที่ออกดอกและมีลูก ลานต้นนั้นจะตาย อุทยานแห่งชาติทับลานถือเป็นป่าลานผืนใหญ่ป่าสุดท้ายของโลก เนื่องจากลูกลานมีน้ำหนักมากนกไม่สามารถคาบไปกินเพื่อขยายพันธุ์ได้ เว้นก้อแต่ค้างคาว ดังนั้นการจะขยายพันธุ์ต้นลานเพื่อให้แพร่ไปยังถิ่นอื่นต้องอาศัยเพียงคนเท่านั้นที่จะนำพาไป
วันนี้ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ อุทยานแห่งชาติทับลานมีโครงการคืนต้นลานสู่ป่า ซึ่งถือเป็นความพยายามของหน่วยงานภาครัฐร่วมกับเอกชนในการแพร่ขยายพันธุ์ลานกลับสู่ธรรมชาติ ใครที่สนใจสร้างโลกสีเขียวช่วยต้นลานให้แพร่ลูกหลานต่อไป แต่ไปไม่ทันงาน สามารถไปติดต่อกับทางอุทยานให้ช่วยพาไปเก็บเมล็ดลานเอาไปปลูกได้ปีนี้ลานมีลูกน้อยแต่ก้อคงได้เป็นรถปิคอัพถ้าเราต้องการ ช่วยๆกันนะคะ ปลูกลานวันนี้เพื่อลูกหลานของเราเพื่อโลกของเรา
ลานหรือไม้ลาน
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่อยู่ในตระกูลปาล์ม เป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ ที่ไม่ขึ้นแพร่หลายนัก มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาและแถบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนใหญ่จะชอบขึ้นอยู่ในที่มีอากาศชื้นเย็น มีฝนตกมาก ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด ในดินที่มีความชื้นสูง ดินมีการระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำขัง ต้นลานมีความคงทนต่อภัยธรรมชาติเป็นอย่างดี ต้นเล็กถึงแม้จะถูกไฟไหม้ก็จะงอกขึ้นได้ในโอกาสต่อไป เพราะรากของต้นลาน ฝังลงในดินลึกมาก ต้นลานที่พบในประเทศไทยมี 3 ชนิดคือ
1.Corypha lecomtei มีชื่อสามัญเรียกว่า ลานป่า Lan pa ในธรรมชาติพบในประเทศเวียดนามและประเทศไทย แต่ไม่ใหญ่เท่าชนิดที่ 3 ในเวียดนามและไทยนิยมนำมาใช้เขียนหรือจารึกอักษร ลานชนิดนี้พบมากที่บ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านวังมืด ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี บ้านท่าฤทธิ์ ตำบลวังม่วง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี บริเวณผานกเค้า อำเภอผานกเค้า จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบ ทั่วไปบริเวณจังหวัดลพบุรี , ตาก ,พิษณุโลก,นครปฐม ลานชนิดนี้มีอยู่ในอุทยานแห่งชาติทับลาน จัดว่าเป็นพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของไทย
2.Corpha utan มีชื่อพ้องคือ Corypha elata ชื่อสามัญเรียกว่า ลานพรุ Lan phru หรือ ebang Palm ชอบขึ้นตามแนวชายฝั่งแม่น้ำหรือในพื้นที่ชุ่มน้ำมีการกระจายตั้งแต่อินเดียจนถึงฟิลิปปินส์ และทางตอนเหนือของออสเตรเลียในประเทศไทยพบมากในแถบภาคใต้เขตอำเภอเชียรใหญ่และอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาและตามเส้นทางจากจังหวัดกระบี่ถึงพังงา ลานพรุมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากลานชนิดอื่น คือ ลำต้นสูงคล้ายต้นตาลขึ้นอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากตามที่ราบท้องทุ่ง แม้พื้นที่น้ำท่วมขัง
3. Corepha umbraculifera เป็นปาล์มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อสามัญว่า ลานวัดหรือลานหมื่นเถิดเทิง หรือ Fan palm, Lontar palm, Talipotpalm ลานชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในศรีลังกาและอินเดีย จนเป็นต้นไม้ประจำชาติของศรีลังกา ประเทศไทยไม่พบในธรรมชาติ แต่มีการนำเอามาปลูกในภาคเหนือของประเทศไทย
ลานถือได้ว่าเป็นไม้เศรษฐกิจประเภทหนึ่งของไทย โดยอาศัยผลผลิตที่ได้จากต้นลาน นำมาใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิต ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ส่วนต่าง ๆ ของต้นลานที่นำมาใช้ประโยชน์ได้แก่
1. ยอดลานอ่อน (ใบลานอ่อน) เป็นที่จารึก หนังสือพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา โดยการใช้เหล็กแหลมจารบนใบลานแล้วใช้ยางรักทา เอาทรายลบยางรักจะแทรกในตัวหนังสือที่จารเป็นเส้นดำ หรือจะใช้เขม่าไฟแทนก็ได้ เรียกหนังสือใบลานเหล่านี้ว่า "คัมภีร์ใบลาน" นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาพิมพ์เป็นการ์ด นามบัตร ที่คั่นหนังสือต่าง ๆ ใช้จักสานทำผลิตภัณฑ์ของใช้ อาทิ เช่น หมวก งอบ พัด กระเป๋า เสื่อ ภาชนะในครัวเรือน เครื่องประดับตกแต่งบ้าน เช่น โมบายรูปสัตว์ ปลาตะเพียน ฯลฯ ส่วนภาคใต้นำยอดลานพรุ มาฉีกเป็นใบ สางออกเป็นเส้น ปั่นเป็นเส้นยาวคล้ายด้าย นำไปทอเป็นแผ่น เรียกว่า ห่งอวนหรือหางอวน ทำเป็นถุงรูปสามเหลี่ยมสำหรับไว้ต่อปลายอวน ใช้เป็นถุงจับกุ้งและเคยสำหรับทำกะปิ สานเป็นถุงใส่เกลือ วองใส่ยาเส้นและซองใส่แว่นตา
2. ใบลานแก่ ใช้มุงหลังคาและทำผนังหรือฝาบ้าน บางแห่งใช้ใบลานเผาไฟเป็นยาดับพิษอักเสบฟกช้ำบวมได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรียกทั่วไปว่า "ยามหานิล"
3. ก้านใบ ใช้ทำโครงสร้าง ไม้ขื่อ ไม้แป และผนัง บางแห่งใช้มัดสิ่งของแทนเชือกเหนียวมาก ส่วนกระดูกลาน (ใกล้กับบริเวณหนามแหลม) มีความแข็ง และเหนียวมากกว่าส่วนอื่นของก้านใบ ใช้ทำคันกลดพระธุดงค์ นอกจากนี้ยังใช้ทำขอบภาชนะจักสานทั่วไป เช่น ขอบกระด้ง ตะแกรง กระบุง ตะกร้า เป็นต้น
4. ลำต้น นำมาตัดเป็นท่อน ๆ สำหรับนั่งเล่นหรือใช้ตกแต่งประดับสวน ทำฟืนเป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม ภาคใต้บางแห่งใช้ทำครกและสาก
5. ผล ลูกตาลอ่อนนำเนื้อในมารับประทานแบบลุกชิดหรือลูกจาก ส่วนเปลือกรับประทานเป็นยาขับระบายดี บางแห่งใช้ลูกลานทุบทั้งเปลือก โยนลงน้ำทำให้ปลาเมา แต่ไม่ถึงตาย สะดวกแก่การจับปลา
ศิริพร กลมกล่อม เรื่อง - ภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น