วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

กาฝาก พืชเบียนที่มีคุณอนันต์

ระโยงระยางจนหากิ่งต้นเดิมไม่เจอ
ส่วนรอยต่อที่กาฝากไปเกาะต้นแม่

กาฝากเกาะต้นหว้า สรรพคุณแก้ท้องเสีย ดอกเค้าน่ารักดีนะ


กาฝากต้นขี้เหล็ก


กาฝากต้นขี้เหล็กฝีมือ หยก ถ่าย

กาฝากต้นสน


กาฝากบนต้นพฤกษ์


แหมถ่ายภาพได้สวยเหมือนกันแฮะ ต้นพฤกษ์ต้นนี้โดนกาฝากอาศัยว่านานแล้ว สีน้ำตาลเป็นย่อม ๆ คือกาฝากที่มาดูดกินแต่เค้าก็ยังอยู่ได้ แต่ที่น่ากลัวกว่ากาฝากคือ ตอนนี้รอรถปั้นจั่นมาโค่นเค้าอยู่
เราพึ่งรู้จักกาฝากได้ไม่กี่ปี เรานึกว่าเค้าเป็นไม้ต้นนั้นซะอีก กว่าจะรู้ว่านี้คือกาฝากซึ่งเป็นพืชเบียน เค้าเติบโตได้ดีจริง ๆ งามมาก จนบางทีแทบไม่รู้ว่าต้นนั้นใบจริงเค้าเป็นยังไง แต่แม้จะมีให้เห็นในธรรมชาติไม่มีใครเอากาฝากมาปลูกได้เอง ต้องรอให้ธรรมชาติจัดสรรเท่านั้น กาฝากมะม่วงกะล่อนถือเป็นสุดยอดสมุนไพรลดความดันโลหิต และกาฝากไม่ว่าจะขึ้นต้นไหนจะสามารถนำมารักษาตามสรรพคุณของตนนั้น ๆ ทันที เช่น ขึ้นต้นหว้าก็มีสรรพคุณฝาดสมานเหมือนเปลือกหว้า ขึ้นต้นทองกวาวก็ช่วยเรื่องความสวยความงามเหมือนทองกวาว ยิ่งกาฝากที่นำไปใช้ทำวัตถุมงคล ยิ่งมหัศจรรย์พันลึกไปใหญ่ อย่างเช่นกาฝากรัก กาฝากสวาท ของอะไรที่มนุษย์ทำขึ้นเองไม่ได้ แต่ธรรมชาติจัดสรรให้ ไม่เรียกว่ามหัศจรรย์ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ต้นไม้บางต้นหายากแล้ว ยิ่งต้นที่มีกาฝากมาเกาะอีกคิดดูว่าจะหายากขนาดไหน

กาฝาก เป็นพืชที่อาศัยเกาะขึ้นกับพืชอื่น และแย่งอาหารจากพืชที่เกาะอยู่และบางชนิดก็แย่งอาหารจากพวกกาฝากด้วยกันพืชพวกกาฝากจะมีรากชนิดหนึ่งเรียกว่า รากเบียนที่แทงทะลุเปลือกไม้เข้าไปถึงขั้นเยื่อสร้างความเจริญเติบโตของพืชที่อาศัยอยู่ พืชกาฝากแบ่งออกเป็น 2 พวกคือ

๒.๑พวกเบียนลำต้นเป็นพืชในวงศ์ลแรนทาซิอีซึ่งมีหลายสกุล และมากมายหลายชนิด พบขึ้นทั่วไปตามต้นไม้ต่างๆ และมักเรียกชื่อตามต้นไม้ที่เกาะเบียนอยู่ เช่น กาฝาก มะม่อง กาฝากก่อตาหมู เป็นต้น

๒.๒พวกเบียนรากมีหลายวงศ์ เช่น วงศ์ขนุนดิน อาศัยเกาะกินรากต้นไม้ป่าชนิดต่างๆ ตัวอย่างเช่น ขนุนดินลําต้นแยกแขนงสั้นๆ ชิดกันเป็นกระปุกใหญ่สีน้ำตาล ผิวขรุขระ ส่วนโหราเท้าสุนัข ซึ่งใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งนั้น ลำต้นแยกแขนงข้อนข้างห่างกัน วงดอกดิน อาศัยเกาะกินอาหารจากรากไผ่ วงบัวผุด ได้แก่ กระโถนฤาษี ดอกตูม และ ก้อนกลมๆ สีขาว เวลาบานจะเห็นภายในเป็นสีน้ำหมากประเหลือง กลิ่นไม่ชวนดม
แล้วกระบวนการไหนหรือใครที่เป็นตัวขยายพันธุ์กาฝากให้ไปเกาะต้นโน้นต้นนี้สัตว์ชนิดนั้่นคือนกกาฝากหรือนกสีชมพูสวนนั่นเอง
 
นกกาฝาก (Flowerpecker) เป็นนกในวงศ์ Dicaeidae ที่มีขนาดตัวเล็กมาก ส่วนมากจะมีความยาวตัวไม่เกิน 10 เซนติเมตร มีปากสั้น หางสั้น เป็นวงศ์ของนกที่ใกล้เคียงกับวงศ์ของนกกินปลี (Nectariniidae) เพราะมีลิ้นที่ยาวมากเหมือนกัน ลิ้นนี้ใช้สำหรับดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ แต่มีลักษณะของจะงอยปากไม่เหมือนกัน จะงอยปากของนกกาฝากจะหนาและสั้น ไม่เรียวยาว และโค้งลงเหมือนนกกินปลี นกกาฝากตัวผู้และตัวเมียมีสีตัวต่างกัน นกตัวเมียจะมีสีซีดกว่าและไม่สวยงามเหมือนนกตัวผู้ โดยนกตัวเมียจะมีขนสีน้ำตาลอมเหลือง ท้องสีขาวหรือครีม สีของนกตัวเมียหลายชนิดในวงศ์นี้คล้ายคลึงกันมากจนแทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นชนิดใด ส่วนนกกาฝากตัวผู้จะมีสีน้ำตาลเข้มกว่านกตัวเมีย นกตัวผู้บางตัวจะมีสีอื่นแซมที่บนหัว หลัง หรือ สะโพก เช่น สีเหลือง แดงหรือส้ม

นกกาฝากส่วนมากชอบหากินอยู่ตามยอดไม้ มีบางชนิดเท่านั้นที่ลงมาหากินบริเวณไม้พื้นล่าง (undergrowth) หากินเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-5 ตัว กินแมลงเป็นอาหารหลัก บางครั้งกินน้ำหวานและละอองเกสรของดอกไม้ อาหารที่นกกาฝากชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือลูกไม้สุก โดยเฉพาะลูกไทร และลูกกาฝาก เนื่องจากนกกาฝากเป็นนกขนาดเล็ก และชอบเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้สังเกตเห็นได้ยาก มักจะได้ยินเสียงร้องมากกว่าที่จะได้พบเห็นตัวนก

นกในวงศ์นกกาฝากนี้มีด้วยกันทั้งหมด 54 ชนิด แต่ที่พบในเมืองไทย มี 10 ชนิด ที่รู้จักกันดีมากที่สุดคือ นกสีชมพูสวน (Dicaeum cruentatum) เป็นนกที่พบเห็นได้เสมอเกือบทุกที่แม้แต่ในบริเวณบ้านพักอาศัย นกชนิดนี้จัดเป็นนกที่สวยที่สุดในหมู่นกกาฝากทั้งหมด โดยเฉพาะสีขนของนกตัวผู้ตั้งแต่กระหม่อมไปถึงโคนหางเป็นสีแดงเลือดนก นกตัวเมียมีหลังสีน้ำตาลอมเหลือง โดยเฉพาะโคนหางเท่านั้นที่เป็นสีแดงเลือดนก ดูแล้วไม่สวยงาม เหมือนนกตัวผู้



นกกาฝากทั้ง 2 เพศ จะช่วยกันทำรัง รังของนกพวกนี้มีลักษณะบอบบางแตกต่างจากรังของนกอื่นๆ มันจะใช้เยื่อใยอ่อนๆ ของต้นไม้ ใบไม้ เช่น ปุยนุ่น ปุยงิ้ว เป็นต้น มาสร้างรังโดยใช้ใยแมงมุมมาเชื่อมรัดกันให้เป็นรัง รังมีรูปร่างคล้ายกระเป๋าใบเล็กๆ ขนาดประมาณ 5 x 7 เซนติเมตร ยึดติดอยู่กับ แขนงไม้ มีทางเข้าออกเล็กๆ ทางด้านบน พอที่จะให้นกบินเข้าออกได้ แม่นก จะวางไข่ครั้งละ 2-3 ฟอง ไข่มีขนาดเล็กมากประมาณเท่าไข่จิ้งจก มีสีขาว ทั้งพ่อนกและแม่นกจะช่วยกันกกไข่และเลี้ยงลูกอ่อน

ใครก็ตามที่ได้ยินชื่อ นกกาฝาก ก็มักจะนึกถึงอีกาเอาไว้ก่อนแต่ความจริงแล้วนกกาฝากไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับอีกาแม้แต่น้อย ทั้งขนาด รูปร่าง สีสัน และอุปนิสัย แต่นกชนิดนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญกับต้นกาฝาก ซึ่งเป็นต้นไม้จำพวกปรสิตชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นอยู่บนต้นไม้อื่นๆ เห็นได้ทั่วๆ ไปแม้ตามสวนผลไม้ และต้นไม้ ผลบริเวณบ้านพัก สมัยก่อนอาจ มีการเข้าใจกันว่าอีกาเป็นผู้แพร่ พันธุ์ต้นไม้ชนิดนี้ แต่เท่าที่ศึกษาดูไม่เคยปรากฏว่า อีกาจะให้ความสนใจหรือเข้ามาข้องแวะกับต้นกาฝากเหล่านี้เลย

นกกาฝากนอกจากจะกินแมลงและน้ำหวานแล้ว มันยังชอบกินลูกไม้สุกอีกต่างหาก และลูกไม้ที่มันชอบที่สุดคือลูกไทรสุก และลูกกาฝาก ซึ่งจัดเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดของนกและสัตว์อื่นๆ เมื่อกินอิ่มแล้ว มันจะบินไปเกาะพักตามที่ต่างๆ หลังจากอาหารย่อยแล้วมันก็จะถ่ายมูล ออกมา เมล็ดที่ไม่สามารถย่อยได้ก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับมูลของนก ในขณะถ่ายมูลนั้น มันชอบทำก้นกระดกต่ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายๆ ครั้ง คล้ายกับจะเช็ดก้นกับกิ่งไม้ ทำให้เมล็ดติดแน่นกับกิ่งไม้แล้วก็งอกงามอยู่บนกิ่งไม้นั้นเอง ต้นกาฝากและต้นไทรเหล่านี้ก็จะเจริญเติบโตมีผลเล็กๆ อีกมากมาย เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของนกกาฝากและนกอื่นๆ

ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจสัตว์ที่เกาะแตน จังหวัด สุราษฎร์ธานี ได้พบนกสีชมพูสวนจำนวนมากบนเกาะนี้ นกชนิดนี้ได้แพร่พันธุ์ต้นกาฝากไปทั่วทั้งเกาะ ต้นไม้ทั้งใหญ่และเล็กเต็มไปด้วยต้นกาฝาก บางต้นแทบจะมองไม่เห็นใบของต้นเดิมเลย ต้นกาฝากเหล่านี้จะดูดเอาสารอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะมาเลี้ยงตนเอง ถ้าต้นไม้ต้นใดมีต้นกาฝากมาอาศัยอยู่มากเกินไป จนอาหารที่มันหามาได้มีไม่พอ ต้นไม้ต้นนั้นก็จะตาย นอกจากนกกาฝากแล้ว ยังได้พบว่าบนเกาะนี้มีนกกินปลีชนิดหนึ่ง คือ นกกินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) ซึ่งมีจำนวนมากเกือบเท่านกสีชมพูสวน และนกชนิดนี้ก็มีพฤติกรรมการกินอาหารและขยายพันธุ์ ต้นกาฝากได้ดีเช่นเดียวกัน
ที่มา
ตำรับยาลดความดันโลหิตสูงของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
ยารักษาความดันโลหิตสูงขนานที่ ๑
ส่วนผสมของตัวยากาฝากมะม่วงทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ โดยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงอะไรก็ได้ เอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.วิธีปรุงยาเอากาฝากมะม่วงสดๆ สับเป็นชิ้นๆ รวมทั้งใบและรากที่เกาะกิ่งมะม่วง เอามาตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดดจากนั้นเอามาเก็บเอาไว้ในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด เวลาเอามาใช้ ก็เอามาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำให้ท่วมพอสมควร ต้มเคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ด้วยเวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาทียกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเองขนาดรับประทานดื่มเช้า กลางวัน และเย็น ครั้งละ ๑ แก้ว หรือดื่มแทนน้ำชาก็ได้ทั้งวัน แทนน้ำชาจีนไปได้เลยหิวน้ำก็ดื่มน้ำกาฝากต้นมะม่วงนี้แหละสรรพคุณแก้อาการความดันโลหิตสูงได้ดีมากมีผู้หายจากอาการของโรคนี้มาก่อนแล้วมากมาย
ยารักษาความดันโลหิตสูงขนานที่ ๓
ส่วนผสมของตัวยากาฝากมะม่วงกะล่อนทั้งห้า (ต้น ใบ ราก) สดๆ ด้วยการตัดเอามาจากต้นมะม่วงกะล่อน สับเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ กก.วิธีปรุงยาเอากาฝากมะม่วงสดๆ มาสับเป็นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งสนิท ซึ่งจะต้องตากหลายๆ แดดแล้วเอามาใส่ลงไปในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด ป้องกันอากาศเข้าไปได้ เก็บเอาไว้ใช้ได้นานวันเวลาจะใช้เอากาฝากมะม่วงที่ตากแห้งแล้วนี้ มาใส่ลงไปในหม้อดินสัก ๒ กำมือ เติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วมตัวยานี้ ต้ม เคี่ยวให้เดือดอ่อนๆ ประมาณ ๑๕ นาที ให้ตัวยาละลายออกมามากๆ แล้วยกลงปล่อยเอาไว้ให้เย็นไปเองขนาดรับประทานดื่มน้ำกาฝากมะม่วงกะล่อนนี้ ครั้งละ ๑ แก้ว เช้า กลางวันและเย็น หิวน้ำก็ดื่มน้ำนี้แทนน้ำไปเลยก็ได้สรรพคุณอาการความดันโลหิตสูง จะค่อยๆ ทุเลาลงไปเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติดีแล้ว ก็หยุดดื่มได้มีผู้หายจากอาการของโรคนี้มาก่อนแล้วมากมาย
ที่มา www.puttanimit.net
ตำรับยาของตาไก้ ใช้เป็นยาแก้ปวดเมื่อย แก้กษัย บำรุงกำลัง ใช้ตาไก้ ตากวง เถาวัลย์เปรียง เถาวัลย์เหล็ก (เครือเขาแกลบ) ต้มกินเป็นประจำ ตัวอย่างตำรับยาระบาย ใช้ตาไก้ ตากวง แก่นนมสาว แก่นดูกใส รากเกียงปืน กาฝากต้นติ้ว ต้มกิน
ตำรับยาเมืองน่าน ( อ่านเพิ่มเตมในเวปเอาลอกไม่ไหวภาษาเมืองและไม่ให้ก้อป
ตำรายาเมืองน่าน ... เขามวก ค้องเขาเขียว ไม้หนิบนม กาฝากหมากนาว งาช้าง เท่านี้แล ฝนกินเทิอะ ตายแท้แล* เนิ้อเราเหิย เถ็ก ขี้ฅ้านเตมธี ฯ
ที่มา http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=156
ตำรับยากาฝากภาคกลาง
ยากาฝาก (ตำรับอาจารย์พรชัย)
สรรพคุณลดเบเหวานและความดันโลหิต
วิธีทำ ใบกาฝากที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ต่างๆที่สำคัญคือ กาฝากนุ่น กาฝากเสม็ด กาฝากสัก โดยเฉพาะกาฝากที่เหมือนริบบิ้นคือแบนๆยาวๆ หรือที่เรียกว่ากาฝากซ้อนกาฝากจะมีสรรพคุณทางยามาก นำมาล้างให้สะอาดผึ่งแดดหรือลมให้สลบแล้วอบแห้ง บดละเอียดชงกับน้ำอุ่นครั้งละ ๑ช้อนชารับประทานวันละ ๒ ครั้งเช้าเย็น หรือกรอกใส่แคปซูล๕๐๐มก. รับรับประทานครั้งละ ๔ แคปซูล ๔ เวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
ข้อมูลจากหนังสือ ตำรับยาสมุนไพร สืบสาน ส่งต่อ พัฒนา โดยผู้ใหญ่วิบูลย์  เข็มเฉลิม
พูดถึงผู้ใหญ่วิบูลย์  เข็มเฉลิม ท่านคือปราชญ์คนสำคัญของแผ่นดินคนหนึ่งด้านวนเกษตรหรือการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นบำเหน็จบำนาญของชีวิต  คุณพ่อท่านเป็นหมอยาแผนโบราณ
ส่วนใครอยากเห็นว่ากาฝากซ้อนกาฝากเป็นยังไงอ่านเรื่องถัดๆไปมีรูปอยู่ในเรื่องกัลปพฤกษ์ เพราะเราไปเห็นบนต้นกัลปพฤกษ์  เก็บรูปไว้ก่อนโดนตัดทิ้งไม่นาน

ตำรับยาบำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงเลือด ช่วยให้นอนหลับดี แก้ปวดเมื่อยทั่วร่างกาย แก้เส้นเอ็นตีบตันไขมันสูง
ตัวยา มีดังนี้
กาฝากต้นหม่อน  กำลังช้างดำ อย่างละ ๔๐๐ กรัม
เถาโคคลาน ๓๕๐ กรัม
กำลังเสือโคร่ง กำลังหนุมาน กำลังช้างเผือก เถาวัลย์เปรียง เถาหมวดแดง ชะเอมจีน อย่างละ ๓๐๐ กรัม
โกฐเชียง โกฐหัวบัว โกฐสอ อย่างละ ๒๕๐ กรัม
กำลังวัวเถลิง รากอบเชย อย่างละ ๒๐๐ กรัม
ดอกคำฝอย ๑๕๐ กรัม
โกฐน้ำเต้าจีน ดอกกานพลู อย่างละ ๑๐๐ กรัม
วิธีใช้ ดองเหล้า หรือทำเป็นผงชงกิน หรือปั้นเป็นลูกกลอน กินวันละ ๒-๓ ครั้ง ก่อนนอนหรือก่อนอาหารก็ได้
ตำรับยาแก้ปวดหลังปวดเอว เจ็บปวดเท้า
ตัวยามีดังนี้
เถาโคคลาน รากหญ้าคา อย่างละ ๘๐ กรัม
กาฝากต้นหม่อน เถาเอนอ่อน เถาม้ากระทืบโรง เปลือกตะโกนา กำลังช้างเผือก อย่างละ ๖๐ กรัม
เถาวัลย์เปรียง กำลังเสือโคร่ง กำลังหนุมาน หญ้าหนวดแมว อย่างละ ๕๐ กรัม
วิธีใช้ ต้มยาวันละหม้อ กินต่างน้ำดื่ม
ที่มา http://www.insideherb.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539189580
ตำรับยากาฝากของทางเหนือ
ยาถิบแก้สะป๊ะ เอากาฝากเหมือดคน กาฝากกอก กาฝากเมี่ยง กาฝากผักหละ กาฝากเดื่อป่อง กาฝากฝูงคอบ หอยทะระ นมผา หนังแรด ฝนตกน้ำกินเทอะ
ที่มา thrai.sci.ku.ac.th
ยาแก้สะปะ3
ประกอบด้วยสุระปิ๊ตคำ ตึงเคือคำ ฝูงขอบ ปิ๊ตเต๊าะ ก๋าฝากผักหละ ก๋าฝากขี้เหล็ก กาฝากกอก กาฝากงิ้ว กาฝากข่อย กาฝากมะเดี่อป่อง จันตัง ๒ นาคกะสวย ตะไหลตีนช้าง นอแรด เขาเยืยง บาดลังก๋า หอยตะละ นมผา ดินสอแก้ว ดูกป๋าฝา (กระดองตะพาบน้ำ) แก้วขาว ดูกหมาดำ (กระดูกหมาดำ) ฝนใส่น้ำข้าวจ้าว (ใส่ข้าวเจ้าสารดิบเล็กน้อยลงไปในยาที่ฝนแล้ว)
ดูแล้วเป็นอาการของพวกติดยาเสพติด ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
ที่มา http://www.samunpri.tht.in/aticle9.html
ตำรับยาภาคอีสาน
โรคกระเพาะอาหาร

ตำรับที่ 2 ของนายจันที วรรณวงษ์
อาการ การดูคนไข้ เจ็บท้อง กินข้าวไม่ได้จะอาเจียนอยู่เรื่อยๆ
กระบวนการรักษา ใช้  เห็ดตอแดง   กาฝากกระโดนน้ำ  ต้มกินหม้อละ 1 ถ้วย กินแทนน้ำ ต้มได้ 5
ครั้ง กินไม่เกิน 2 หม้อก็หาย
ค่าตั้งคายปลงคาย ค่าคาย ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ เงิน 1 บาท ปลงคายวันอังคารตอนเช้า

ตำรับที่ 3 ของนายดี โคตรงาม
อาการ การดูคนไข้ให้ถามอาการคนไข้ว่าเจ็บแน่นท้อง ร้อนใต้ลิ้นปี่ ดันมาทางซ้าย ขวา
ด้านบน ไม่ผายลม มีแต่เรอหรือไม่
กระบวนการรักษา
1. ถ้าเป็นตามอาการที่ดูจากคนไข้แล้วให้กินยาตามสูตรยา โดยกินอุ่น ๆ ครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น ให้กิน 7 วันใช้มัดเก่าจนจืด จึงเอามัดใหม่มาต้มกิน (ให้ไป 1 มัด) ก่อน ถ้าอาการดีขึ้น ให้กลับมาเอาอีก 3 มัด ไปกินอีก 21 วัน
2. เพิ่มบวบลม 3 ลูก ต้มใส่กันกินกับยาตามข้อ 1 เป็นยาตัดราก ใช้ในกรณีกิน 7 วันแรก ทดลองดู 7 วัน ถ้าบางเบาให้กลับมาเอายาอีก
ตำรายาหรือคาถา ตำรับยารักษากระเพาะอาหาร
ทุกส่วน กาฝาก , แก่น ไม้ยาง , หัว/ราก ตะไคร้ , แก่น จำปาดอกขาวใจเหลือง , น้ำตาลทราย นำทั้งหมดมาต้มน้ำเดือดและกินอุ่น ๆ ครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง เช้า-เที่ยง-เย็น ให้กิน 7 วัน ต้มจนยาจืดถ้าอาการดีขึ้น จะมีอาการผายลมและท้องอ่อนลง ให้กลับมาเอาอีก 3 มัด ไปกินอีก 21 วัน
เพิ่มบวบลม 3 ลูก ต้มใส่กันกินกับยาตำรับด้านบนเป็นยาตัดราก ใช้ในกรณีกิน 7 วันแรก
ค่าตั้งคายปลงคาย ค่าคาย เงิน 6 บาท
ตำรับยาภาคใต้
ตำรายาและวิธีการรักษาโรค จังหวัดชุมพร ยาแก้อัมพาต แก่นพลับพลึง กาฝากทับทิม กาฝากส้มมะขาม ทองพันชั่ง หัวร้อยรู ลูกประคำดีควาย การบูร ฝ้าฝักเพกา โกศสอ ใบส้มกบ ฯลฯ
อันนี้ได้ข้อมูลมาไม่หมดเพราะเขาให้เสียเงินเพื่อเข้าไปอ่านในเวปเขา คนทุกวันนี้โลภกันขนาดนี้

นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมตำรับยาโดยนโยบายของพญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งท่านสนใจตำรับยารักษามะเร็งเป็นพิเศษท่านจึงให้ทั่วประเทศรวบรวมตำรับไว้เป็นเบื้องต้น ได้รายงานข้อมูลตำรับยารักษามะเร็งในตำรับยาไทย ว่า ปัจจุบันมีจำนวนตำรับยาสมุนไพรที่แจ้งขึ้นทะเบียนไว้ 86,095 ตำรับ เป็นตำรับยารักษามะเร็ง 1,927 ตำรับ ในจำนวนนี้เป็นตำรับยาใช้รักษามะเร็งตับ 85 ตำรับ รักษามะเร็งเต้านม 91 ตำรับ รักษามะเร็งปากมดลูก 43 ตำรับ และรักษามะเร็งปอด 44 ตำรับ จากการสำรวจ ข้อมูลของหมอพื้นบ้านพบว่า มีหมอพื้นบ้านที่ครอบครองตำรับยาสมุนไพรรักษามะเร็ง 228 คน ที่ยังคงใช้ตำรับยารักษาโรคมะเร็งในปี 2553 จำนวน 149 คน และหมอพื้นบ้านที่ยินดีเปิดเผยตำรับยาที่ตนเองรักษาจำนวน 11 คน รวม 13 ตำรับ



สำหรับองค์ประกอบในตำรับยาพื้นบ้าน 13 ตำรับ ประกอบด้วย พืชวัตถุ 52 ชนิด ได้แก่ นมวัวชิ้ง ชาติตระโก เขือง ขาวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ฝางเสน ทองพันชั่ง กระชายแดง ขิง ดีปลี ขันทองพยาบาท กาฝากกรุง กาฝากตะแพง กาฝากคำป้อม กาฝากม่วงน้อย กาฝากม่วงใหญ่ ต้นตะกวง ตะไคร้ กำแพง 7 ชั้น เปลือกดานงาน โหราเท้าสุนัข รากตะโกนา พญารากเดี่ยว แท่งทอง บอระเพ็ด ลำดวนดง หม้ออบ ย่านางบ้าน ยาน่องแดง ลีลาวดี แน่งหอม บานไม่รู้โรยแดง บานไม่รู้โรยขาว ข้าวโพด ดอกคำฝอย สมอไทย มะกรูด พริกไทยดำ ไพล ยาดำ รากกะตังใบ รากคำห้อย เกสรบัวหลวง จ้านแดง ขมิ้นชัน กระชาย พุทธรักษา ขมิ้นอ้อย พริกไทย โกฏ สออ ปลาไหลเผือก และหนอนตายยาก สัตว์วัตถุ 2 ชนิด ได้แก่ คางคก กระดูกควายเผือก แต่ละตำรับมีเอกลักษณ์เฉพาะหมอ และมีการใช้สมุนไพรในตำรับแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะพื้นที่ อย่างไรก็ตามมีการใช้หัวยาข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ประกอบในตำรับยารักษาโรคมะเร็งถึง 6 ตำรับใน 13 ตำรับ โดยกลุ่มมะเร็งที่หมอพื้นบ้านมีประสบการณ์ในการรักษา 5 ลำดับจากมากไปหาน้อย คือ มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งมดลูก และมะเร็งผิวหนัง
ที่มา baanmaklomp.blogspot.com

ช่วงนี้กำลังสนใจวัตถุมงคล๒ตัวคือกาฝากกับเมล็ดสวาด สนุกดีกำลังหาข้อมูลอยู่
วันนี้เอาเรื่องกาฝากก่อน
กาฝากที่นำมาใช้ทางเมตตามหานิยมก็มีดังนี้
1)กาฝากรัก เป็นเสน่ห์ใช้ทำเครื่องรางทำให้มีคนรักคนหลงเป็นเมตตามหานิยม
2)กาฝากมะยม ทำให้คนที่มีมีคนนิยมชมชอบ
3)กาฝากขนุน ทำให้มีคนคอยอุปถัมคำชูคอยเกื้อหนุน
4)กาฝากมะรุม ทำให้มีคนรุมล้อมเหมาะในการค้าขายมีโชคมีลาภมีคนอยากอยู่ไกล้ๆ
5)กาฝากคูณ ทำให้มีโชคลาภเพิ่มพูลคูณขึ้น
6)กาฝากทับทิม ทำให้มีโชคมีลาภ
7)กาฝากกาหลง ทำให้มีคนมารักมาหลง

ถ้าจะตัดแบบมีพิธีการตามความเชื่อของคนโบราณก็ต้องทำพิธีขอต่อแม่ธรณีก่อน จุดธูปเจ็ดดอกและหยาดน้ำบอกแม่ธรณีจึงจะได้ของดีมาด้วย ถ้าไม่ได้ทำพิธีตัดมาก็คือกิ่งไม้ธรรมดาเพราะไม่ได้ขอ
กลั้นใจ ภาวนา นะโมตัสสะ รอบเดียวแล้วตัด เมื่อจบคำว่าสะ กิ่งของกาฝากนั้นต้องขาดพอดี เวลาเที่ยงตรงดีที่สุด และวันที่ตัด ถ้าเป็นข้างขึ้นจะดีมาก นิยมกาฝากเฉพาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกและทิศเหนือเท่านั้น
 
ปุณณภา งานสำเร็จ  เรื่อง/ภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น